เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
Economic สรุปรายละเอียด ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ เฟส 2 แจก 1,000 บาท 2 เดือน
รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
Politics รัฐบาลแจงปมตีตก พ.ร.บ.THACCA เสี่ยงซ้ำซ้อน-เพิ่มภาระงบ ควรปรับปรุงก่อน
ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
Politics ครม.ไฟเขียว ‘ร่าง กม.คุมกัญชา’ ย้ำใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ลุยเพิ่มโทษหนัก
BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
Finance BBLAM เปิดตัว B-WEALTH RMF Series 5 กองทุน รับแผนเกษียณ-ลดหย่อนภาษี
ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
Politics ครม.เคาะตั้ง ‘อธิบดีกรมอาเซียน – อธิบดีกรมการศาสนา’
ครม.ไฟเขียวโอน ‘ยุทธนา แพรดำ’ อธิบดี DSI นั่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักนายกฯ
Politics ครม.ไฟเขียวโอน ‘ยุทธนา แพรดำ’ อธิบดี DSI นั่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักนายกฯ
SET ปิดเช้าบวก 11 จุด น้ำมัน-บอนด์ยีลด์ลด หนุนฟันด์โฟลว์ โบรกฯมองลุ้นแตะ 1,630 จุด
Finance SET ปิดเช้าบวก 11 จุด น้ำมัน-บอนด์ยีลด์ลด หนุนฟันด์โฟลว์ โบรกฯมองลุ้นแตะ 1,630 จุด
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,900 บาท
เอกนิติ ยึดลูกหม้อตั้ง ‘6 บิ๊ก ก.คลัง’ หวังเคลื่อนงานต่อเนื่อง
Politics เอกนิติ ยึดลูกหม้อตั้ง ‘6 บิ๊ก ก.คลัง’ หวังเคลื่อนงานต่อเนื่อง
ครม. ไฟเขียว ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เฟส 2 แจก 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน
Politics ครม. ไฟเขียว ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เฟส 2 แจก 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน
ดูทั้งหมด

6 รพ.หาดใหญ่พลิกวิกฤตสร้างรายได้ ชูจุดแข็งหมอไทยดันของบโครงการ “เมดิคอลทัวริซึ่ม”

11 มิ.ย. 2563 | 08:00น.

6 โรงพยาบาลรัฐ-เอกชนหาดใหญ่พลิกวิกฤตโควิด-19 เดินหน้าโครงการ “เมดิคอลทัวริซึ่ม” ชูจุดแข็งศักยภาพระบบการแพทย์ไทยป้องกัน-รักษาโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำต่างชาติเชื่อมั่นสูง สยบประเทศคู่แข่ง “สิงคโปร์-เกาหลี-อินเดีย-มาเลย์” ถูกโควิดระบาดหนัก เตรียมจัดแพ็กเกจทำประชาสัมพันธ์ พร้อมรองรับเมื่อเปิดประเทศ คาดดูดเม็ดเงินจากต่างชาติกว่า 30,000 ล้านบาท/ปี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวสงขลา และหลายจังหวัดภาคใต้ทั้งระบบฟื้น นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 30-40 ล้านคน/ปี

นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา และผู้อำนวยการคลินิกนพ.เกรียงศักดิ์ พญ.พิพิธพรหาดใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางกลุ่มหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มได้ยื่นโครงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) ต่อนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อของบประมาณสนับสนุนในการดำเนินการโครงการประมาณ 12,810,000 บาท หลังจากที่ได้พยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 โดยเล็งเห็นว่าท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิด-19 การที่ประเทศไทยสามารถป้องกันและรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพในสายตาของชาวต่างชาติ ถือว่าได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูง จะช่วยส่งผลให้ประเทศไทยมีโอกาสฟื้นธุรกิจการท่องเที่ยวขึ้นมาได้เป็นอย่างดีผ่านโครงการเมดิคอลทัวริซึ่ม ซึ่งจะเป็นจุดแข็งจุดขายได้เป็นอย่างดี

“โครงการเมดิคอลทัวริซึ่มของไทยที่ผ่านมามีประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น สิงคโปร์ เกาหลี อินเดีย มาเลเซีย แต่สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ประเทศคู่แข่งเหล่านั้นเพลี่ยงพล้ำในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแม้กระทั่งกรุงเทพฯเองก็ตาม เพราะจังหวัดสงขลาสามารถป้องกันและรักษาความปลอดภัยโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศักยภาพที่ผ่านมาเราได้ยุติการผลักดันโครงการเมื่อเกิดสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด ขณะนี้สถานการณ์ภายในคลี่คลายลงและรัฐบาลได้ปลดล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราจะเดินหน้าโครงการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ส่วนงบประมาณที่ขอไปยังต้องผลักดันจากจังหวัดไปสู่หน่วยงานส่วนกลางต่อไป”

นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ถือเป็นของใหม่ของประเทศไทย แต่ประเทศไทยมีความพร้อม เพื่อจะสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศ อีกทั้งสร้างแรงงานได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) มีศักยภาพการบริหารทางการแพทย์ระดับสากลอยู่แล้ว บวกกับความพร้อมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง เช่น พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา ที่จะเชิญชวนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศตะวันออกกลาง เข้ามารับการรักษาดูแลทางการแพทย์ร่วมกับการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และถือเป็นโครงการเพื่อสร้างรายได้และฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ภาคใต้ พัฒนาการท่องเที่ยวของภาคใต้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความหลากหลาย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว

สำหรับโรงพยาบาลที่จะเข้าร่วมโครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มประกอบด้วย โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของเอกชนอีก 3 แห่ง โดยมีคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ม.อ.เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ทั้งนี้ คณะทำงานโครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุกสื่อ และจัดทำโรดโชว์ไปยังประเทศเป้าหมายต่อไป

นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวต่อไปว่า คณะทำงานได้ตั้งเป้าหมายในปีแรกจะมีนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากต่างชาติประมาณ 1,000 คน/เดือน หรือประมาณวันละกว่า 30 คน โดยแต่ละคนจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 บาท ภาพรวมเป็นเงินประมาณ 1,200 ล้านบาท/ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจ จ.สงขลาจะได้ขยายตัวเติบโตขึ้นประมาณ 1,200 ล้านบาท/ปี และภายในระยะ 5 ปีตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 1,000 คน/วัน หรือประมาณ 30,000 คน/เดือน หรือประมาณ 300,000 คน/ปี แต่ละคนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 บาท/คน เป็นภาพรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท/ปี จากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประมาณ 30-40 ล้านคน/ปี

โครงการหาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่มตั้งเป้าหมายกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติในระดับพรีเมี่ยมที่มีกำลังซื้อต้องการเข้ามารักษาดูแลสุขภาพ โดยไม่ใช่ผู้ป่วยฉุกเฉิน เช่น เข้ามาผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดหัวเข่า ผ่าตัดตา ต่อมลูกหมาก ศัลยกรรมความงามสตรี สายตาสั้น โดยเฉพาะการผสมเทียม ซึ่งประเทศจีนมีความต้องการสูงมาก จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวภายในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ มีรายได้ด้วย เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม รถตู้ให้เช่า รถตุ๊กตุ๊ก มัคคุเทศก์ สถานที่ท่องเที่ยว และจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นรองรับอีกจำนวนมาก เมื่อผู้ประกอบการ ประชากรมีรายได้เพิ่ม รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้น

“สำหรับเมดิคอลทัวริซึ่ม ผู้ที่จะเข้ามาจะต้องค้นหาเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 คัดกรองที่ต้นทาง 2 รอบก่อน และปลายทางค้นหาเชื้อไวรัสโควิด-19 คัดกรองอีก 2 รอบ โดยทางคณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ จะรอบคอบระวังกว่าบุคคลทั่วไปอยู่แล้วเรื่องโรค จึงมีความเชื่อมั่นได้ในส่วนตรงนี้”

นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศไทย จะต้องมีนโยบายค้นหาไล่ล่าตรวจกวาดล้างชนิดปูพรม โดยการตรวจเจาะเลือดหาเชื้อโรคสำหรับพื้นที่เสี่ยงจะต้องเจาะเลือดแบบโรคเบาหวานใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็รู้ผล และส่วนพื้นที่ไม่เสี่ยงโดยจะต้องตรวจโดยการสุ่มเจาะเลือด เป็นต้น ทั้งหมดเป็นนโยบายเคลียร์พื้นที่ไวรัสโควิด-19