Skip to content

กมธ.วิสามัญ หย่าศึก CPTPP

14 มิ.ย. 2563 | 13:20น.
กมธ.วิสามัญ หย่าศึก CPTPP

ปมร้อนการเข้าร่วมเจรจา “ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” หรือ CPTPP กลายเป็นศึกภายในแบ่งฝักแบ่งฝ่ายรุนแรงหนัก

ล่าสุดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2563 ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญ” ขึ้นมา โดยมีนายวีระกร คำประกอบเป็นประธาน และรองประธาน ประกอบด้วย นายอนันต์ ศรีพันธุ์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายเกียรติ สิทธีอมร นพ.ระวี มาศฉมาดลและนายมนุญ สิวาภิรมย์รัตน์ เร่งหาข้อสรุปให้ทันเดดไลน์ที่ต้องยื่นขอเข้าร่วมในเดือน ส.ค. 2563 ต่อเรื่องนี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ฝ่ายสนับสนุน ชี้ให้เห็นว่าไทยควรร่วมเจรจา CPTPP ซึ่งครอบคลุมเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุน สร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกับอีก 7 ประเทศที่ให้สัตยาบันแล้ว คือ เม็กซิโก แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อโอกาสขยายตลาดการค้า-การลงทุนครอบคลุมประชากร 415.8 ล้านคน 6% ของประชากรโลก

ส่วนฝ่ายคัดค้าน CPTPP ภาคประชาสังคม ชี้ให้เห็นว่าไทยจะเสียเปรียบทุกประตู ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาดสิทธิบัตรยาทำให้คนไทยต้องซื้อยาแพง เสียงบประมาณสาธารณสุขมากขึ้น การที่ไทยต้องเข้าร่วมเป็นภาคี UPOV 1991 จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ เป็นประโยชน์กับบริษัทค้าเมล็ดพันธุ์ ความเสี่ยงที่จะถูกบริษัทต่างชาติฟ้องร้อง รัฐจากการให้สิทธิคุ้มครองนักลงทุนด้วยกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน (ISDS) นำมาสู่กระแสการค้านผ่านออนไลน์ด้วย #NoCPTPP

ก่อนหน้านี้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้มีศึกษาเรื่องการเข้าร่วมความตกลง CPTPP ไว้เมื่อปี 2562 ผลชี้ว่าไทยจะได้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ (กราฟิก) แต่ไทยควรต้องมอง CPTPP ในมิติอื่นรอบด้าน นอกเหนือไปจากตัวเลขเศรษฐกิจแล้ว เรื่อง”ความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว” ถือเป็นเรื่องสำคัญต้องคำนึงถึง หากไทยไม่ร่วม CPTPP จะทำให้ผู้นำเข้าอาจเปลี่ยนไปนำเข้าจากประเทศอื่น

ขณะที่บริษัทไทยที่ไปลงทุนในประเทศ CPTPP เสี่ยงจะไม่ได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกับสมาชิก CPTPP และหากไทยอยู่นอกวงโคจรก็จะไม่มีโอกาสเสนอความเห็นให้ CPTPP ปรับเปลี่ยนแปลง “กฎระเบียบ” ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบในภูมิภาค สุดท้ายไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน กระทบการจ้างงาน เชื่อมโยงถึงปัญหาสังคม

แต่หากจะร่วมก็ต้องทำการบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะ “การเจรจากับสมาชิก CPTPP” แต่ละประเทศถึงข้อแลกเปลี่ยนกับการสนับสนุนไทย หรือ “ค่าผ่านประตู” อย่างไร เช่นว่า ไทยอาจถูกกดดันให้เปิดตลาดสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น อาจมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากถึง 20-30 เรื่อง จะคุ้มหรือไม่จุดที่น่าสังเกตอีกเรื่อง คือ หากไทยเข้าร่วม CPTPP ขณะนี้ ไทยจะเสียค่าผ่านประตูให้สมาชิกเพียง 7 ประเทศ แต่หากทอดเวลาช้าออกไปแล้วมีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกก็จะเข้าทำนอง “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย”

สำหรับทางออกคือ ไทยต้องเตรียมจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก CPTPP ต้องวางกฎระเบียบภายในให้เข้มแข็ง เช่น มาตรฐานสินค้าและสุขอนามัย ดูแลการนำเข้า และ “ทางออกฉุกเฉิน” ถ้าไม่พร้อม จำเป็นต้อง ขอสงวนสิทธิ์ขอเวลาปรับตัว เช่นที่เวียดนามขอเวลาปรับตัว 3 ปี อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าเปรียบเสมือนการทำศึก ต้องมีการสูญเสีย มีผู้คนล้มตายและผู้เสียสละ ซึ่งขึ้นอยู่กับกรรมาธิการวิสามัญจะหย่าศึกนี้อย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CPTPP