เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
Economic ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลหลัก หลังเฟดหนุนพันธบัตรเอกชน

16 มิ.ย. 2563 | 18:50น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 31.01/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 31.10/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงแรกค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเข้าซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนภายใต้มาตรการ Second Market Coporate Credit Facility (SMCCF) เริ่มวันนี้ครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมามีการเข้าซื้อผ่าน Exchange-Traded Funds (ETF)

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศรายละเอียดของการเลือกเข้าซื้อพันธบัตรหรือไม่ โดยเบื้องต้นเกณฑ์การคัดเลือกมีดังนี้ ต้องเป็นหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทซึ่งจดทะเบียนในสหรัฐ ซึ่งถูกกำกับโดยกฎหมายสหรัฐ โดยไม่รวมสถาบันเงินฝาก รวมทั้งบริษัทลูกหรือบริษัทแม่ของสถาบันเงินฝาก และบริษัทที่ออกหุ้นกู้จะต้องผ่านเกณฑ์อันดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำที่กำหนดที่ BBB-/Baa3 ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563 นอกจากนี้ ต้องมีอายุครบกำหนดไถ่ถอนไม่เกิน 5 ปี

ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าการเข้าซื้อหุ้นกู้นี้จะช่วยเสริมกับกับการเข้าซื้อ ETF ที่ดำเนินมาก่อนหน้าภายใต้มาตรการ Primary Market Corporate Credit Facility (PMCCF) และ SMCCF วงเงินรวมประมาณ 750 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาททยอยอ่อนค่าหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสดควิด-19 โดยคาดว่ามาตรการนี้จะประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ โครงการกำลังใจ, โครงการเราไปเที่ยวด้วยกัน และโครงการเที่ยวปันสุข เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ กรกฎาคม-ตุลาคม 2563 สรุปมีการใช้งบประมาณของทั้งหมดรวมเป็น 22,400 ล้านบาท ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.94-31.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.06/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 1.1330/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 1.1252/55 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับผู้นำสหภาพยุโรปและอังกฤษต่างเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งกระบวนการเจรจาข้อตกลงความสัมพันธ์ภายหลังจากการแยกตัวของอังกฤษ (Brexit) ให้เร็วขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม หลังจากการหารือเมื่อวาน (15/6) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 11316-1.1353 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1343/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยน

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/6) ที่ระดับ 107.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (15/6) ที่ระดับ 107.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนทรงตัวในช่วงเช้า อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีได้กว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่ผลให้เศรษฐกิจมีโอกาสหดตัวกว่า 20% ในไตรมาส 2/2020 พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 2 ชุด วงเงินรวมกว่า 22,00 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ควบคู่กับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของธนาคารกลาง

ในระหว่างวันค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่า หลังผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเผยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 8 เสียงต่อ 1 เสียง โดยอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นจะอยู่ที่ -0.1% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี อยู่ที่ 0.0% โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมุมมองต่อเศรษฐกิจว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยการประกาศขยายโครงการเงินกู้ยืมจาก 75 ล้านล้านเยน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 110 ล้านล้านเยน หรือเทียบเท่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผ่านมาธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ดำเนินนโยบายกลางเงินแบบผ่อนคลายอย่างมากในเดือน มีนาคมและเมษายน โดยคาดว่าผลการดำเนินนโยบายนั้นจะช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทต่าง ๆ ลดลง และระบบการเงินมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของค่าเงินเยนเป็นไปในทิศทางที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังรัฐบาลญี่ปุ่นได้รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นวันนี้ 27 ราย จากวันก่อนเพิ่มขึ้น 48 ราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงสุดนับตั้งแต่ วันที่ 5 พฤษภาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.24-107.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.40/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจ

  • ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่
  • ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (16/6)
  • ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเดือนพฤษภาคม (16/6)
  • จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (17/6)
  • ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน เดือนพฤษภาคม (17/6)
  • ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนพฤษภาคม (17/6)
  • ใบอนุญาตจำนวนบ้านสร้างใหม่ของสหรัฐ เดือนพฤษภาคม (17/6)
  • การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของอังกฤษ (BOE) (18/6)
  • จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (18/6)
  • รายงานดัชนีการผลิตฟิลาเดลเฟีย เดือนมิถุนายน (18/6)
  • ดัชนียอดค้าปลีกของอังกฤษ เดือนพฤษภาคม (19/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.50/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือน ต่างประเทศอยู่ที่ -1.70/-0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ