Skip to content

ฉัตรชัย ศิริไล MD ธอส. ตอบ 21 คำถามที่วงการอสังหาต้องรู้

09 ก.ค. 2563 | 18:01น.
ฉัตรชัย ศิริไล MD ธอส. ตอบ 21 คำถามที่วงการอสังหาต้องรู้

15 มิถุนายน 2563 เป็นวันเริ่มงานวันแรกในวาระที่ 2 ของ “ฉัตรชัย ศิริไล” กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ผู้บริหารธนาคารรัฐที่ต้องบอกว่า ทั้งเก่ง+เฮง

ก่อนหน้านี้มีโหรชั้นครูเคยทักไว้ว่า อายุตัวครบ 44 ปี 4 เดือน 4 วัน ดวงชะตาจะเปลี่ยนแปลง ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงมาแล้วจากการได้นั่งเก้าอี้เอ็มดีสมัยที่ 1 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ล่าสุดในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงทิศทางการบริหารองค์กรที่มีภารกิจปล่อยสินเชื่อปีนี้ 2.1 แสนล้านบาท พร้อมกับคำถามเจาะลึกที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์ต้องรู้

Q : ดอกเบี้ยบ้านยุคโควิด-19

ตอนนี้ทุกอย่างเอื้อให้ดอกเบี้ยถูก ในความเห็นผมไม่ใช่คณิตศาสตร์ปกติ มันไม่มีเหตุผล เพราะทุกครั้งที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเกิดจากกลไกเศรษฐกิจ แต่วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจ (ผลกระทบจากโรคระบาด) เกิดจากคนกลัวตาย กลไกดอกเบี้ยจึงไม่ใช่เกิดจากกลไกตลาดปกติ

ประเด็นอัตราดอกเบี้ยถูก ในมุมของดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยซึ่งใช้อัตราลูกหนี้รายย่อยชั้นดี หรือ MRR เรามาดูว่า 3 ปีแรกในตลาดแข่งขันไพรซิ่งกันยังไงดีกว่า ดูตรงนั้นจะเห็นชัดเจน

ในส่วนของ ธอส.นอกจากมีมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ 8-9 มาตรการแล้ว เราแข่งขันด้วยอัตราดอกเบี้ยถูกที่ 1.99% ในแง่ต้นทุนการทำดอกเบี้ยโปรโมชั่นมีลูกเล่นอยู่ที่ว่า funding คอสต์เท่าไหร่ ซึ่งช่วงก่อนโควิด ต้นทุนอยู่ที่ 4% แต่ตอนนี้แบงก์ชาติลงดอกเบี้ยตั้ง 3 หน ฉะนั้นตัวฐานแรกมันลงแล้ว

จากนั้นก็ดูต้นทุนโอเปอเรชั่น, ต้องการมาร์จิ้นเท่าไหร่, 3 ปีนี้เสมอตัวหรือขาดทุน ถัดมาก็จะออกไปทางขายพ่วง เช่น มีประกันไหม มีรอยัลตี้ฟีไหม บวกลบคูณกันถ้าลูกค้าอยู่ได้ก็รอด แล้วไปรอรายรับตอน MRR ลอยตัว (ปีที่ 4 เป็นต้นไป จนตลอดอายุสัญญา)

Q : จะมีโอกาสดอกเบี้ยติดลบหรือไม่

ไม่น่ามี แต่ถ้าประเทศไทยมีสถานการณ์โรคระบาดรอบ 2 (second wave) ดอกเบี้ยอาจจะลงกว่านี้อีก แต่คิดว่าไม่ติดลบ

คำถามถึงครึ่งปีหลัง 2563 ต้องบอกว่าแผนโปรเจ็กชั่นเปลี่ยนไปหมดแล้ว ในอดีตไทมิ่งตอนนี้ดอกเบี้ยขึ้น แต่ภาวะตอนนี้ดอกเบี้ยลง ธอส.โชคดีอย่างหนึ่งคือเป็นหนี้ callateral bank (หนี้่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) ไม่ใช่หนี้คอมเมอร์เชียล ดอกเบี้ยแต่ละเดือนหลัก 1-2-3 หมื่นบาท แต่ถ้าคอมเมอร์เชียลโลนภาระดอกเบี้ยหลัก 1 ล้าน

Q : ดอกเบี้ยบ้านต่ำสุดในรอบกี่ปี

ตั้งแต่ผมเรียนจบมาเมื่อปี 2539 ผมยังไม่เคยเห็นต่ำขนาดนี้ เทรนด์ดอกเบี้ยครึ่งปีหลังถ้าแบงก์ชาติลงดอกเบี้ยนโยบายอีก ดอกเบี้ยผู้กู้ก็น่าจะลงได้อีก 0.25%

Q : ทุกครั้งที่ กนง.ลง 0.25 Basis Point มีผลต่อดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่าไหร่

จริง ๆ ไม่ได้มีผลต่อสินเชื่อปล่อยใหม่ แต่มีผลต่อสินเชื่อที่ลอยเท้งเต้งอยู่ในพอร์ต เพราะถ้าเราไม่ปรับลดดอกเบี้ยลง ลูกหนี้ก็ re out (refinance out) สินเชื่อปล่อยใหม่จะไปแบงก์อื่น

Q : ปีนี้จะมีการยึดอะไรลูกหนี้หรือไม่

มันยังไม่ถึงขั้นตรงนั้น จะยึดหนี้ก็ต้องเป็น NPL-nonperforming loan ก่อน แล้วผันมาเป็น NPA-nonperfoming asset ขั้นตอนฟ้องยึด ผมใช้เวลา 8 ปีกว่าจะยึดกันจบ (ยิ้ม)

ที่ผ่านมาการขายระบายทรัพย์ยึด NPA ถ้าไม่ได้เกิดจากการโกง ขายได้อยู่แล้ว เพราะบ้านราคา 10 ปีที่แล้วกับปัจจุบันราคามันขึ้น ที่ดินราคาไม่ได้ลดลง คำว่าบ้านที่ไม่ได้เกิดจากการโกง เช่น น้ำไฟเข้าไม่ถึง ที่ตาบอดประเมินราคาไม่ตรง

ช่วงโรคระบาดโควิด สถิติ NPA ไม่เพิ่มขึ้น เพราะทรัพย์ยึดยังมาไม่ถึง ประกอบกับความล่าช้าของเรา อย่างที่บอกขั้นตอนกว่าจะเป็น NPA ใช้เวลา 8 ปี เพราะฉะนั้น ทรัพย์ยึดเกรด A ยังมีอยู่ในพอร์ต เพราะความล่าช้ายืดยาดของแบงก์รัฐ (หัวเราะ)

Q : คนผ่อนบ้านมีนิวนอร์มอลไหม

มีครับ ไม่ normal ในเชิงการผ่อน แต่ new normal ในการดีไซน์ package ของตัวแบงก์เอง ผมมองว่าจะเป็นการออกแพ็กเกจที่ดอกเบี้ยบางมากในระยะแรก ขนาดที่จะขาดทุนในตอนต้น ๆ แล้วมาสร้างรายรับตอนชาวบ้านฟื้นตัว ดังนั้นตอนแรกอาจจะไม่มีกำไรระยะ 3-5 ปี หลังจากนั้นเศรษฐกิจฟื้นมาก็ไปเอากำไรตอนท้าย

Q : ปีหน้าถ้ายังไม่มีวัคซีนโควิด สินเชื่อ ธอส.ยังจะโตอยู่ไหม

โตครับ อย่าลืมว่าลูกค้าที่มีแรงก็ซื้อหลังที่ 1-2-3 ไม่เห็นจะยากอะไร แล้วคนที่กระทบจากโควิดเป็นกลุ่มกำลังซื้อราคา 1 ล้าน ในขณะที่ลูกค้าศักยภาพสูงกู้ 2-3-4 ล้าน พอร์ตสินเชื่อจะไม่โตได้ยังไงผมพูดตรง ๆ นะ คนได้รับผลกระทบ (โควิด) คือคนได้รับผลกระทบ คนไม่ได้รับผลกระทบคือคนไม่ได้รับผลกระทบฉะนั้น คนไม่ได้รับผลกระทบคือโอกาส แล้วโอกาสมันมากกว่าคนได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจจะมี ability กู้ได้แค่ล้านเดียวแต่ของผม คนที่ไม่ได้รับผลกระทบ (เครดิตผ่าน) ขอกู้ 2-3-4-5 ล้าน ดังนั้นโควิดทำให้เกิดอะไรขึ้น …ถ่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือซื้อเพื่อลงทุน เราปล่อยสินเชื่อให้ทั้งหมด ถ้าแอปพรูฟผ่านเกณฑ์

Q : เฉลี่ยต่อหัว ธอส.ปล่อยสินเชื่อราคาสูงขึ้น

ณ ขณะปัจจุบันค่าเฉลี่ยปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 3 ล้านบาทบวกลบ เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด 2 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับของเดิมเฉลี่ยสินเชื่อ 2 ล้านบวกลบส่วนคำถามว่าค่าเฉลี่ยสินเชื่อปล่อยใหม่ 3 ล้านบวกลบ จะเมนเทนถึงสิ้นปีนี้หรือไม่ อยู่ที่ว่าคนขอสินเชื่อต่ำกว่า 2 ล้านจะฟื้นเร็วขนาดไหน เพราะน้ำคนละท่อ อย่างนโยบายบ้านล้านหลังเดิมจำกัดเพดานที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มเพดานราคาเป็น 1.2 ล้าน

Q : บ้านล้านหลังเป็นสินเชื่อนโยบาย

ใช่ครับ เป็นการคิด product จากการกินกาแฟแก้วเดียว (หัวเราะ) ผมนั่งกินกาแฟกับรองนายกฯ (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ท่านถามว่าบ้านผู้มีรายได้น้อยจะเอาเท่าไหร่ คำนวณดูมี 70 กว่าจังหวัด บอกว่าล้านหลังก็ได้ครับ รองนายกฯเดินขึ้นเวทีไปพูดเลยวงเงินปล่อยกู้ 5 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมามีผู้ขอเยอะ แต่เป็นการจองสิทธิ์มากกว่า ล่าสุด ณ 25 มิถุนายน 2563 มียอดยื่นกู้ 3 หมื่นกว่าราย อนุมัติแล้ว 2.8 หมื่นราย วงเงินปล่อยกู้ 2.2 หมื่่นล้าน เฉลี่ย ธอส.ปล่อยกู้เดือนละ 1,000 กว่าล้าน คาดว่าจะเต็มวงเงิน 5 หมื่นล้านภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้

Q : นิยามผู้กู้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังไง

เรามี 5 เส้นของรายได้ เริ่มจากผู้กู้รายได้ต่อเดือน 15,000-25,000-35,000-45,000 บาท และมากกว่า 45,000 บาท/เดือน ถ้ารายได้ 2.5 หมื่นบาท/เดือน คำนวณสินเชื่อเท่ากับซื้อบ้านได้ราคา 1.5-1.8 ล้านบาท

ในส่วนของบ้านล้านหลัง เมื่อรัฐบาลขยับเพดานเป็น 1.2 ล้านบาทแล้ว ผมต้องรอเวลาให้ดีเวลอปเปอร์สร้างบ้านออกมาก่อน ซึ่งเราปล่อยกู้ให้ทั้งบ้านแบบโอนกรรมสิทธิ์ และบ้านสิทธิการเช่าเราก็ปล่อยถ้าเป็นโครงการสร้างบนที่ดินราชพัสดุ

ทั้งนี้ทั้งนั้น บ้านผู้มีรายได้น้อยต้องค่อยเป็นค่อยไป ธอส.ใช้เวลา 18 เดือน ปล่อยสินเชื่อลูกค้ากลุ่มนี้ 2 หมื่นกว่าล้าน ผมโอเคแล้ว

Q : ครึ่งปีหลังโจทย์ยากที่สุดคืออะไร

บริหารจัดการยังไงลูกหนี้ที่พักชำระหนี้ให้กลับมาจ่ายหนี้ก่อนตามปกติ แพ็กเกจช่วยเหลือผลกระทบโควิดจะหมดอายุในเดือนตุลาคม 2563 นี้ เมื่อถึงตอนนั้นคาดว่าจะมีมาตรการประนอมหนี้พิเศษออกมาก็คือลดดอกเบี้ยนั่นแหละ เพราะไม่อย่างนั้น (ลูกหนี้) จะไม่ไหว

เช่น ปกติจ่ายงวดละ 2 พันบาท อาจเหลือแค่ 1.2 พันบาท ใช้วิธีปรับดอกเบี้ย ปรับเงินงวด โฟกัสเฉพาะยอดหนี้ 2.7 แสนล้านที่ขอเข้ามาตรการโควิด จากยอดหนี้รวม 4 แสนล้านบาท

การเตรียมความพร้อมรับมือของ ธอส. เราก็เขียน road maps สั่งสาขาฝึกอย่างเดียว ให้มีความพร้อม ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ชั่วโมงออกความเห็น แต่ชั่วโมงนี้คือสั่งการ จากนี้ไป 12 เดือน คือการสตรองคอมมานด์อย่างเดียว

Q : ลูกค้าเครดิตสีเทาทำยังไง

หลักการคือเวลาปล่อยกู้อยู่ที่เราเชื่อลูกค้าไหม หรือดูยังไงว่าผมจะได้รับเงินคืน คำว่าสีเทาหมายถึงกำลังกระด้อกระเดี้ยหรือเปล่า

วิธีการ เราให้โอกาสคนที่เคยกระด้อกระเดี้ย แต่เทรนด์กำลังจะดี อย่างนี้ผมให้ แต่แบงก์พาณิชย์ไม่ให้ นี่คือข้อแตกต่าง ธอส.ให้อนาคต อดีตช่างมัน แต่แบงก์พาณิชย์มองอดีต (ประวัติสินเชื่อ) เป็นเรื่องใหญ่

Q : สินเชื่อบ้านที่จะทำให้คนมีบ้านได้ รัฐบาลต้องทำแพ็กเกจยังไง

ถ้าถามผมนะ รัฐบาลต้องออกมาตรการให้คนกู้ 2 เจเนอเรชั่นได้ เพื่อให้อายุการกู้ 50-60 ปี เงินงวดจะต่ำ whatever ตราบใดที่ผมกู้ 30 ปี เงินงวด 10,000 บาท แต่ถ้าผมกู้ได้ 50 ปี เงินงวดเหลือ 2,000 บาทแน่นอนว่าดอกเบี้ยจะหนัก แต่ต้องรับสภาพ เพราะไม่มีทางที่จะได้รับทุกอย่างที่อยากได้ ถ้าคุณอยากได้ทุกอย่างคือการให้เปล่า แค่นั้นเอง

Q : สินเชื่อพรีไฟแนนซ์ (ผู้ประกอบการ)

ปล่อยไม่เยอะ รายละ 100 กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ทำโครงการละ 20-50 หลัง ซึ่ง ธอส.ไม่ได้มองผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ เพราะสินค้าไม่ได้ช่วยผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่สร้างบ้านขายราคา 5-7 ล้าน

Q : ผู้กู้อาชีพอิสระจะเป็นปัญหากู้ไม่ผ่านไปอีกนานเลยใช่ไหม

ใช่ หลักการปล่อยสินเชื่อคือ ability to pay ในวันที่ลูกค้าขอสินเชื่อ ถ้าอนุมัติไปแล้วจะผ่อนจ่ายยังไงก็ได้ให้จบ เพราะ ณ ขณะพิจารณาสินเชื่อ เราเชื่อคุณแล้วว่าคุณจะผ่อนจ่ายได้

Q : เรื่องใหม่ของการบริหาร 4 ปีจากนี้

เรื่องบาลานซ์ชีต เอาคำว่าโซเชียลดิสแทนซิ่งมาเปลี่ยนใหม่หมด ตราบใดที่คุณไม่ต้องเห็นหน้าลูกค้า คือเมื่อ 4 ปีก่อนเทคโนโลยีดิสรับทีฟคือตัวเชนจ์ ตอนนี้คือโคโรน่าไวรัสเป็นตัวเชนจ์ เป็นตัวเร่ง ชาวบ้านเขาทำกัน 2 ปี ผมทำได้ใน 3 เดือน โรคระบาดมา ผมทำเสร็จ 3 อาทิตย์ (ยิ้ม)

เอกสารการกู้เงินต่อไปนี้ ทะเบียนสมรสเอามาทำไม คือเราต้องมี เราต้องหาวิธีการไปเอาเอกสารพวกนี้มาให้ได้ โดยที่เราไม่ต้องบอกลูกค้าว่า ขอดูสเตตเมนต์ย้อนหลัง 2 เดือน ขอนั่นขอนี่

Q : ในฝั่งผู้กู้จะมีเรื่องใหม่อะไรบ้าง

ในฝั่งผู้กู้ ผมถามว่าผู้กู้ต้องการอะไร ต้องการกู้ได้หรือต้องการของถูก มันคือเบสิก ได้ทั้ง 2 อย่างก็เยี่ยมเลย เวลาสื่อถามผมจะถามในความเป็นสื่อ แต่กลับข้างกัน ถอยหลังกลับไป 1 ก้าว เวลาคุณซื้อบ้าน คุณต้องการอะไร

วันนี้ถ้าไปเจอบ้านราคา 5 ล้านบาท ไปดูครั้งเดียวแล้วซื้อเลยไหม ไม่ซื้อ ต้องถามพ่อแม่ครอบครัวก่อน พฤติกรรมผู้กู้เป็นอย่างนี้ ยุคโควิดต้องดูลงลึกไปถึงพฤติกรรมในเชิงหารายได้ หรือพฤติกรรมในการชำระเงินกู้

ถ้าพฤติกรรมในการชำระเงินกู้คืนไม่ต้องมาแบงก์อีกแล้วในการจ่าย ส่วนพฤติกรรมรายได้คือมันกระทบรายได้ยังไง อย่างที่บอกลูกค้าลูกหนี้กระทบหรือเปล่า กระทบคือกระทบ ไม่กระทบคือไม่กระทบ

Q : วินัยการเงินผู้กู้เจน Y

ลูกค้าสินเชื่อที่อายุน้อยสุดคือเพิ่งเรียนจบและทำงานแล้ว 2 ปี มักจะมีคำถามถึงวินัยการเงิน ผมมองว่าจริง ๆ คำถาม ต้องถามว่าเขาซื้ออะไร ซื้อแฟชั่น หรือซื้อฟังก์ชั่น คำว่าซื้อแฟชั่นคือเห็นคนซื้อคอนโดมิเนียมก็ซื้อบ้าง ซื้อฟังก์ชั่นคือซื้อเพื่ออยู่อาศัย

คำถามนี้ในมุมมองของผม เด็กคนรุ่นใหม่ตอนนี้การที่หารายได้และได้สูง ๆ แต่มั่นคงหรือเปล่าไม่รู้ เมื่อหารายได้สูง ๆ พวกเขาทำอะไร ซื้อแบรนด์เนม แต่ไม่มีวินัยทางการเงิน เพราะเด็กรุ่นใหม่จบปุ๊บ ทำอะไรก็ได้ที่มี income เช่น ขายของออนไลน์ แต่ถามว่าอีก 5 เดือนจะอยู่ได้หรือเปล่า …ไม่รู้หรอกว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า

ดังนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะมาปล่อยสินเชื่อให้เด็กพวกนี้ อันนี้พูดแบบ principle เลยนะ

Q : โมเดลสินเชื่อพรีโลน ปล่อยกู้ตั้งแต่ก่อนสร้าง ไม่ใช่สร้างเสร็จค่อยกู้ เมืองไทยจะมีหรือไม่

โมเดลนี้ผู้ประกอบการเชียร์เพราะเขาได้เงินเร็ว คำถามผมคือถ้าทำพรีโลนโดยที่ยังไม่ได้สร้าง เงินอยู่ที่ใคร ถ้าบอกว่าเงินอยู่ที่แบงก์ในระหว่างก่อสร้าง …เป็นเงินของใคร 1.บริษัทชัวร์ว่าเงินได้แน่สุดท้ายเงินจะอยู่ที่จัดสรร 2.ลูกค้าก็เสียค่าผ่อน 24 เดือน ตั้งแต่สินค้ายังไม่ได้ก่อสร้าง 3.ในระหว่างการก่อสร้างดอกเบี้ยก็กินตั้งแต่เดย์วัน

ลูกค้าบางคนอาจมีภาระเช่าอยู่ แสดงว่าต้องจ่าย 2 ทาง นอกจากนี้ คอนโดฯสร้างนาน 2-3 ปี ระหว่างทางผูกมัดลูกค้าทำให้เปลี่ยนใจก็ไม่ได้ โมเดลนี้สุดท้ายจึงต้องไปดูว่าเงินอยู่ที่ใคร คนนั้นแหละเขี้ยวที่สุด

Q : ธุรกิจรับสร้างบ้านบ่นมาว่าไม่มีตัวช่วยด้านสินเชื่อ

ใช่ เพราะไม่รู้ว่างบฯจะบานหรือเปล่า ต้องบอกว่าสินเชื่อเราปล่อยเท่ากันทั้งกู้ซื้อบ้านในโครงการจัดสรร และกู้สร้างบ้านบนที่ดินตัวเอง แต่ประเด็นคือ งบประมาณสร้างบ้านบานปลายหรือเปล่า เพราะสุดท้ายความสามารถผู้กู้ไปไม่ถึงงบฯที่บานปลาย

สภาพปัญหามีเยอะ ในระหว่างการก่อสร้างไม่ชัวร์ว่ารับเหมาจะทิ้งงานหรือเปล่า ไม่ชัวร์ว่างบฯจะบานหรือเปล่า ไม่ชัวร์ว่าสร้างเสร็จแล้วจะตรวจรับบ้านหรือเปล่า

สำหรับผู้กู้กรณีรับสร้างบ้าน ผมมองว่าถ้าควอลิตี้คุณสูงพอ นั่นก็คือบ้านสร้างเสร็จแล้ว แต่ทุกวันนี้ไม่มีใครบอกว่าควอลิตี้สูงพอ ยังมีการทิ้งงานระหว่างสร้าง การส่งงานไม่ตรงเวลา มีปัญหาในการตรวจรับมอบ

ที่ผ่านมาสมาคมรับสร้างบ้านเข้ามาหารือ ธอส.อยู่ตลอด เพราะแบงก์พาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ ถ้าไม่รักผม เขาก็ไม่มีใครแล้ว ถามว่าผมรักเขาไหม ผมรักเขาถ้าเขาทำตามที่ผมบอก แบงก์พาณิชย์ฉลาดจะตาย เลือกลูกค้าครีม ๆ ไป และเราก็ไม่ได้โง่จะต้องมารองบ่อน

Q : ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯต้องต่อยอดหรือทำอะไรเพิ่มหรือไม่

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. (REIC) ทางรัฐบาลฝากงานไว้ ใช้เงินปีละ 100 ล้านบาท แต่ยังไม่ฟังก์ชั่น กำลังคนเกือบ 150 คน ยังเป็น data collect ข้อมูลไม่สะท้อนปัจจุบัน ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากดาต้าที่มี ไม่ได้วิเคราะห์ ไม่ได้ฟอร์แคสต์ แค่ just a report

ตอนนี้ผมกำลังให้ TDRI-สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเข้ามาช่วย ซึ่งศูนย์ข้อมูลฯทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์แห่งชาตินี่แหละ จุดแข็งมีดาต้าเบสแล้วเอาทีมวิเคราะห์จาก TDRI มาช่วยวิเคราะห์ให้

ผมเคย against กับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง คือ 1.อยากรู้ว่าคนไทยยังไม่มีบ้านกี่คน หรืออยากมีบ้านกี่คน 2.คำถามผมวันนี้กว่าดาต้าจะเสร็จอีก 1 เดือน ซึ่งสถานการณ์มันไม่ใช่แล้ว ผมมองว่าข้อมูลคนไทยยังไม่มีบ้าน 40 ล้านคน รู้ไปทำไม สู้ทำให้คนไทยมีบ้านอีก 1 แสนคน ไม่ดีกว่าเหรอ