เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

5 แสนแรงงานการ์เมนต์ระทึก โรงงานจ่อปิดประกันสังคมเมินจ่าย 62%

19 ก.ค. 2563 | 15:40น.

แรงงาน 5 แสนคนระทึก ประกันสังคมหยุดต่อมาตรการจ่ายชดเชยว่างงานสุดวิสัย 62% หมดเขต ส.ค.นี้ ส.อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ชี้ระส่ำแน่สมาชิก 2 พันโรงงานเพิ่งใช้สิทธิแค่ 5% คาดปิดโรงงานชั่วคราวเดือนหน้า หวังให้ทันเดดไลน์ใช้สิทธิประโยชน์ เอกชนตัดพ้อรัฐวางหลักเกณฑ์ไม่เอื้อให้สิทธิประโยชน์เท่าประกันสังคมกัมพูชา

นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องลดกำลังผลิตรวมถึงหยุดกิจการและเลิกจ้างไปแล้วไม่น้อยกว่า 55% โดยคาดว่าจะมีแนวโน้มลดลงถึง 70% จากปัจจุบันซึ่งมีมูลค่าการส่งออกและจำหน่ายภายในประเทศรวม 400,000 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นส่งออกสัดส่วน 50% และตลาดภายใน 50% มีผู้ประกอบการด้านการผลิต 2,200 โรงงาน มีผู้ประกอบการค้าส่ง/ค้าปลีก 30,000 โรงงาน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจสมาชิกส.อ.ท. เกี่ยวกับการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐพบว่ามีสมาชิกถึง 62.6% ที่ไม่ใช้มาตรการช่วยเหลือใด ๆเลย เพราะผลกระทบอาจจะเพิ่งเกิดขึ้น

ขณะที่อีก 15% มีการใช้มาตรการตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจ่าย 75% ของค่าจ้างให้แรงงานชั่วคราว ขณะที่การใช้มาตรการตามมาตรา 33 ประกันสังคมชดเชยรายได้ให้กับที่หยุดงานชั่วคราว62% นั้น มีการใช้แค่ 5% เท่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะมีข้อกำหนดว่าต้องหยุดงานเป็นเดือน ถ้าไม่ครบเดือนจะขอใช้สิทธิไม่ได้ ความหมายของประกันสังคมคือต้องไม่มีรายได้เลย

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ ประธานกลุ่มเครื่องนุ่งห่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาชิกได้มีการใช้สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ตามมาตรา 33กับประกันสังคมไปเพียง 5% ยังเหลือ95% ยังไม่ได้ใช้สิทธิ เนื่องจากในช่วง4 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563 ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีคำสั่งลดลงได้ปรับไปผลิตหน้ากากอนามัยจากผ้าแทนในช่วงนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยขาดแคลนหน้ากากอนามัย

จนถึงขณะนี้สถานการณ์เรื่องหน้ากากอนามัยดีขึ้นแล้ว ยอดการผลิตและจำหน่ายหน้ากากอนามัยจากผ้าลดลงกลับสู่ปกติ คาดว่านับจากเดือนสิงหาคมนี้ ผู้ผลิตจะได้รับผลกระทบและมีการปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อใช้สิทธิประกันสังคม แต่ก็เป็นจังหวะที่มาตรการดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

“ทางสมาคมได้เสนอผ่านไปที่่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)ไปถึงนายกรัฐมนตรี ในช่วง 4 เดือน มี.ค.-พ.ค. 2563 ช่วงที่ชุลมุนที่สุดรับสายลูกค้าวันละเป็นร้อยราย ตะลุมบอลหมด ในประเทศไทยผมว่าไม่มีโรงงานไหนไม่เย็บหน้ากาก ทั้ง 2-3 พันโรงงานเย็บหมด แต่ตอนนี้กลายเป็นวิกฤตดีมานด์หาย และหน้ากากอนามัยประเภทที่ใช้แล้วทิ้งก็ไม่ได้ขาดตลาดแล้ว”

“ราคาที่ตกลงมามากทำให้หลายอย่างไม่คุ้มจะทำ และรัฐบาลก็แจกสารพัดเต็มไปหมด ถ้าใครทำก็เป็นสต๊อก ฉะนั้นคนที่เย็บหน้ากากเดือนสิงหาคมจะหายไปหมด เป็นปัญหาที่ประกันสังคมจ่าย 62% จะหมดสิงหาคมไม่ได้ต่อ ถ้าโรงงานที่ผลิตไม่หยุดก็ไม่ได้ใช้สิทธิประกันสังคม ฉะนั้นต้องสั่งหยุดแล้ว ผมว่าหลายโรงงานสั่งปิด เพราะจะไม่มีงานทำไปอีกหลายเดือน”

หากเปรียบเทียบการให้มาตรการช่วยเหลือด้านประกันสังคม ยกตัวอย่างประเทศกัมพูชาจะกำหนดมาตรการเป็นขั้นบันได เช่น โรงงานหยุด 10 วัน รัฐบาลช่วยจ่ายชดเชย 40% โรงงานหยุด 20 วัน ช่วย 60% และถ้าหยุด 30 วัน ช่วย 100% แต่ระบบของไทยทำไม่ได้ ถ้าโรงงานจะใช้มาตรการช่วยเหลือจะต้องหยุดทั้งเดือนจึงจะได้ เพราะระบบซอฟต์แวร์ไม่ได้รองรับ เป็นที่สงสัยว่าทำไมกัมพูชามีซอฟต์แวร์ที่รองรับได้ถามว่าถ้ามีงาน 15 วัน หยุด 15 วันก็ไม่ได้ระบบประกันสังคมไม่จ่าย ตีกรอบแบบนี้ให้เลือกจะหยุด 30 วัน หรือไม่ได้สิทธิเลย

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม กล่าวว่า สาเหตุที่ประกันสังคมต่อมาตรการส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนทางการเมือง ซึ่งในคณะกรรมการประกันสังคมที่มีปลัดเป็นประธานได้ประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อนและมีมติออกมาแล้วว่าจะไม่ต่อมาตรการ โดยอ้างว่าสถานการณ์คลี่คลาย และเอกชนหาข้ออ้างจะใช้เงินประกันสังคม ซึ่งข้อเท็จจริงคือเอกชนไม่ได้ขอเพิ่มแต่ขอขยายเวลา เงินก็ยังเป็นก้อนเดิม แต่ตอนนี้พวกเราจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำให้ธุรกิจรอด ต่อไปถ้าเศรษฐกิจกลับมาดีแล้วประกันสังคมจะเอาเงินมาจากไหน ถ้าไม่ทำให้ธุรกิจรอดจะมีใครที่ไหนมาจ่ายเงินให้คุณ ถามว่าเงินก้อนนี้เป็นของใครมันคือเงินของนายจ้าง-ลูกจ้างทั้งนั้น เมื่อถึงเวลาคุณกลับไม่มาช่วย

“เขาหาว่าทำไมเราไม่หยุดก่อนหน้านี้ก็เรามีงานเย็บหน้ากากอนามัย จะให้หยุดได้อย่างไร เย็บหน้ากากช่วยประเทศไม่ให้ขาดแคลน พองานเราหมดเราจะหยุด ตอนนี้จะใช้สิทธิก็ไม่ใช่ช่วยคุณ จะไปยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรมได้อย่างไร เป็นคนละอุตสาหกรรม สถานการณ์ไม่เหมือนกัน ตอนนี้เขากลับมาเปิดธุรกิจ แต่เรากำลังจะปิดเดือนหน้า จะให้พวกเราทำอย่างไร จะมาคิดแบบเดียวกันหมดไม่ได้ และเราจะหาข้ออ้างไปใช้เงินได้อย่างไร เพราะปิดแล้ว 3 เดือน”

“ถ้าหวังว่าจะดึงคนจะกลับมาเหมือนเดิมไม่มีทางเลย เขาออกไปแล้วเขาไปทำที่อื่น จะหาคนเย็บผ้ากลับมาอีกเป็นเรื่องยากในสมัยนี้ ตอนนี้แรงงานในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มมีประมาณ2 แสนคน และสิ่งทออีก 2 แสน คาดว่าประมาณ 5 แสนคน ซึ่งแบ่งเป็นคนไทยกับต่างด้าวประมาณครึ่ง ๆ”