เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
Real Estate AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Politics อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
News Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
Tech TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
Biz Movement เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
Economic ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
Finance บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
Economic PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
Politics รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
World เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
ดูทั้งหมด

Yield Curve Control มาตรการที่ธนาคารกลาง ทั่วโลกกำลังนิยม

14 ส.ค. 2563 | 10:16น.
Yield Curve อัตราผลตอบแทนพันธบัตร
คอลัมน์ สถานีลงทุน
นิธิพงศ์ ทวีสิทธิ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างหนัก จนหลายประเทศทั่วโลกต้องดำเนินทั้งนโยบายการคลังและนโยบายการเงินที่หลากหลายเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ สำหรับนโยบายการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ รวมไปถึงใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ด้วยการเข้าซื้อทั้งพันธบัตรรัฐบาล ไล่ไปจนถึงหุ้นกู้ภาคเอกชน และ ETF ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาล แต่ดูเหมือนว่ายังไม่พอ ธนาคารกลางของหลายประเทศยังต้องงัดมาตรการอื่นมาใช้เพิ่มเติม ล่าสุดที่จะได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ yield curve control

yield curve control แปลตรงตัวได้ว่า มาตรการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร คือ การที่ธนาคารกลางกำหนดเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางหรือระยะยาวไว้ที่ระดับใดระดับหนึ่ง และจะพยายามรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของช่วงอายุต่าง ๆ ดังกล่าวผ่านการเข้าซื้อหรือขายพันธบัตรรัฐบาล โดยจุดประสงค์ของการดำเนินมาตรการนี้ก็เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมระยะกลางหรือระยะยาวในระบบเศรษฐกิจลง

การลดต้นทุนการกู้ยืมระยะกลางถึงยาวในระบบเศรษฐกิจลงคล้ายกับการทำคิวอีหรือไม่ ? ใช่ครับ จุดประสงค์เหมือนกันแต่ต่างกันในวิธีการ การทำคิวอีนั้นธนาคารกลางจะระบุเป็นกรอบวงเงินว่าจะใช้เม็ดเงินเท่าไหร่ในการเข้าซื้อพันธบัตร เช่น ช่วงปี ค.ศ. 2007-2010 ของวิกฤตสินเชื่อซับไพรม ตอนเดือน พ.ย. 2008 ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เริ่มประกาศใช้มาตรการคิวอีเพื่อเข้าซื้อตราสารหนี้ที่เกี่ยวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยวงเงิน 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้น เฟดก็ทยอยทำมาตรการคิวอีเพิ่มเติมอีกหลายรอบ พร้อมขยายขอบเขตประเภทตราสารหนี้ที่เข้าซื้อ

ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ งบดุล (balance sheet) ของเฟดเพิ่มสูงขึ้นมาก จาก 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2008 เป็น 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2015 และในปี 2020 นี้ เพื่อเป็นการต่อสู้กับผลกระทบจากโรคโควิด-19 เฟดก็ได้อัดฉีดเม็ดเงินผ่านเครื่องมือต่าง ๆ จน ณ วันที่ 2 ก.ค. งบดุลของเฟดได้ขยายตัวมาใกล้ระดับ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

ทั้งนี้ แม้การทำคิวอีจะเป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นให้แก่ตลาด แต่ก็นำมาซึ่งขนาดงบดุลที่ใหญ่ขึ้น และเมื่อสถานการณ์ฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติ ธนาคารกลางก็จำเป็นต้องปรับลดขนาดงบดุล เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดกลับมาสะท้อนความจริงมากขึ้น และยังเป็นการเก็บกระสุนทางการเงินไว้ใช้ในอนาคตหากจำเป็น

ซึ่งความยากในการปรับลดขนาดงบดุลนั้นอยู่ที่ขนาด เพราะยิ่งงบดุลเพิ่มสูงขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการปรับลด รวมถึงศาสตร์และศิลป์ในการจัดการเพื่อลดผลกระทบและความผันผวนต่อตลาด

ขณะที่มาตรการ yield curve control นั้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นมาตรการใหม่ แต่แท้ที่จริงแล้ว เฟดเคยนำมาใช้แล้วเมื่อตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี 1942 เพื่อทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลอยู่ที่ระดับต่ำ เพราะรัฐบาลต้องการกู้เงินจำนวนมากมาใช้ในสงคราม

ผ่านมาหลายสิบปี ล่าสุดในปี 2016 ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) ก็ได้นำ yield curve control มาใช้เป็นครั้งแรกของช่วงการเงินยุคใหม่ โดยกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับใกล้ศูนย์ ซึ่งเป็นการทำมาตรการควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ ที่ใช้มาก่อนหน้าอย่าง นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ และคิวอี เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ

ถึงแม้ทางการญี่ปุ่นยังไม่ได้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ต้องการ แต่การใช้ yield curve control ของบีโอเจ ก็ได้ช่วยลดมูลค่าการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลลง โดยมูลค่าในปี 2019 ลดลงมาราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับของปี 2015 เพราะมาตรการ yield curve control จะเข้าซื้อหรือขายพันธบัตรก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยไม่เป็นไปตามระดับที่กำหนด

อย่างไรก็ดี การทำมาตรการ yield curve control ก็มีข้อด้อย นั่นคืออาจทำให้นักลงทุนมีความต้องการซื้อน้อยลงในพันธบัตรช่วงอายุที่ถูกกำหนด เพราะนักลงทุนประเมินว่าราคาจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง โอกาสทำกำไรน้อย รวมถึงอาจเกิดพฤติกรรม search for yield โดยกู้ที่อัตราดอกเบี้ยต่ำแล้วไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

นอกจากนี้อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการเก็งกำไรจากส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วในประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ธนาคารกลางประกาศใช้มาตรการ yield curve control เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

ประกอบกับรัฐบาลมีการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นเพื่อนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ยิ่งทำให้เกิดส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกว้างขึ้นถึง 64 bps. ระหว่างอายุ 10 ปีและ 2 ปี ซึ่งกว้างที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ในขณะที่ประเทศอื่น เช่น สหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น อยู่ในช่วง 16-46 bps.

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจอันเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูง ธนาคารกลางทั่วโลกต่างพยายามจัดเต็มมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลสภาพคล่องในระบบ

แต่ทว่าหากผลลัพธ์ยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ เราก็อาจจะได้เห็นธนาคารกลางสหรัฐ อังกฤษ หรือแม้แต่บ้านเราที่จะเดินตามธนาคารกลางออสเตรเลีย แบบ “ของมันต้องมี yield curve control มันต้องมา” ก็เป็นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สถานีลงทุน