โกลบอลคอมแพ็กฯ ระดมผู้นำสู้โควิด-19 อย่างยั่งยืน
ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของโกลบอลคอมแพ็กแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact-UNGC) และ ครบรอบ 75 ปีสหประชาชาติ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย จึงจัดสัมมนา “GCNT FORUM 2020 : Thailand Business Leadership for SDGs” เพื่อระดมพลังผู้นำภาคธุรกิจ เดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมาย SDGs ภายในปี 2573
พร้อม ๆ กับเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ 4 ด้านด้วยกัน คือ การเคารพสิทธิมนุษยชน, การคุ้มครองสิทธิของแรงงาน, การส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริตของภาคธุรกิจ
พัฒนายั่งยืนตามหลัก 4 M
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะนายกสมาคมโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า GCNT FORUM 2020 เป็นการระดมกําลังของภาคเอกชนในการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ทั้งยังสนับสนุนภาครัฐให้บรรลุ SDGs ทั้ง17 ข้อ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“ปัจจุบัน UNGC ครบรอบ 20 ปี เป็นเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยสมาชิกกว่า 12,000 องค์กร ใน 156 ประเทศ โดยปีนี้เป็นที่น่าภูมิใจที่ไทยได้รับคะแนน 74.5 จาก 100 คะแนน ในการจัดอันดับความคืบหน้าในการบรรลุ SDGs ทั้งยังเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า ไทยสามารถเป็นผู้นําในการร่วมมือกับสหประชาชาติ”
“การพัฒนาอย่างยั่งยืนถือเป็นหน้าที่ของทุกคน และควรพัฒนาในลักษณะ 4 M คือ หนึ่ง multi-species การคํานึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพ และการรักษาระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ สอง mul-ti-stakeholders การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสาม multi-cultural การเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม สี่multi-generation ทุกเจอเนเรชั่นมีส่วนในการรับผิดชอบรักษาโลกนี้สําหรับคนรุ่นต่อไป”
ผู้นำธุรกิจตามวิถีใหม่
นอกจากนั้น เวทีเสวนาผู้นำธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามวิถีใหม่หยิบยกประเด็นการดำเนินชีวิตท่ามกลาง COVID-19 ที่บุคคล และองค์กรต้องปรับตัวในหลายมิติ โดยมีองค์กรชั้นนำร่วมเวที แต่ในที่นี้ขอนำมุมมองของกลุ่มบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์สมานำเสนอ
“อาลก โลเฮีย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า แนวคิด SDGs และหลักการเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักการดำเนินธุรกิจของไอวีแอล ซึ่งเป็นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ

“ไอวีแอลสร้างความยั่งยืนผ่านแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET เพื่อลดปริมาณพลาสติกที่เป็นของเสีย และนำมารีไซเคิลสร้างคุณค่าได้อีก โดยตั้งเป้าหมายที่จะลงทุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อรีไซเคิล PET หลังการบริโภค จำนวน 750,000 ตัน ภายในปี 2568 นอกจากนี้ เราจะลงทุนด้านความยั่งยืนรวม 1 พันล้านบาท ในโครงการต่าง ๆ ประมาณ 45 โครงการ เพื่อสนับสนุนการบรรลุ SDGs ภายในปี 2573”
สิทธิมนุษยชนหลังโควิด
สำหรับเวทีการเสวนาด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานมีหลายหน่วยงานมาแสดงทรรศนะ แต่ในที่นี้ขอนำมุมมองขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มานำเสนอ“จิตติมา ศรีสุขนาม” เจ้าหน้าที่บริหารโครงการอาวุโสประจำประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาชนลาว ประจำองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ กล่าวว่าการที่แรงงานไทยขาดรายได้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตนเอง ยังกระจายเป็นวงกว้างไปถึงครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสตรีและกลุ่มแรงงานข้ามชาติ รวมถึงภาคเกษตรด้วย

“ดิฉันพบว่าในช่วงโควิด-19 ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยของประเทศลดลงถึง 4.94% หรือ 220 ล้านชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2019 และหากเกิดการระบาดของไวรัส เป็นระลอกที่ 2 คาดการณ์ว่าชั่วโมงการทำงานจะยิ่งลดลงถึง 400 ล้านชั่วโมง โดยเฉพาะในธุรกิจการขนส่งและการท่องเที่ยว”
“สิ่งที่ ILO พยายามทำ คือ ให้ข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการตั้งรับอย่างสอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้ คือ ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นและกระบวนการการจ้างงานต้องไม่ลดลงโดยสิ่งแรกที่ประเทศต้องดู คือ นโยบายทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ว่าภาครัฐสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือยกเลิกดอกเบี้ยระยะสั้น รวมถึงสถาบันการเงินต้องให้ความช่วยเหลือด้านการกู้ยืมกับทั้งภาคองค์กรและรายบุคคล ส่วนภาครัฐต้องให้ความช่วยเหลือด้านการเงินให้กับหน่วยงานที่ได้ผลกระทบอย่างหนักเช่น ด้านสุขภาพ และด้านท่องเที่ยว”
“นอกจากนั้นควรให้ความคุ้มครอง และขยายความคุ้มครองแก่ประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานหญิง และแรงงานนอกระบบ โดยใช้การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สถานประกอบการต้องพูดคุยกับลูกจ้างและภาครัฐ ไม่ควรบังคับหักค่าแรง เนื่องจากชั่วโมงการทำงานที่ลดลงมีผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
ขับเคลื่อนสู่สังคมสีเขียว
นอกจากนั้น เรื่องของสิ่งแวดล้อมยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการหารือในเวทีนี้ โดยมีหลายองค์กรมาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ในที่นี้ขอนำมุมมองของบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) มานำเสนอ
“แดน ปฐมวาณิชย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินงานของบริษัทคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใน 5 ปีข้างหน้า บริษัทต้องการขับเคลื่อนไปสู่ 3 เป้าหมาย คือ หนึ่ง สร้างเครือข่ายการผลิตโปรตีนทางเลือก(plant based) ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค สอง สนับสนุนสตาร์ตอัพที่มีนวัตกรรมด้านอาหารใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสาม โปรโมตการบริโภคและผลิตอาหารที่ยั่งยืน

“ตอนนี้โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวิธีที่ผู้บริโภคจะพิจารณาซื้อสินค้า พวกเขามักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงมีรสชาติที่ดีเท่านั้น ผู้บริโภคยุคใหม่ยังให้ความสำคัญต่ออาหารสุขภาพ รวมทั้งยังคำนึงถึงแหล่งที่มาของอาหาร บริษัทจึงจัดการห่วงโซ่อุปทานการผลิตให้มีความยั่งยืนตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การผลิต จัดเก็บ ขนส่ง และจัดจำหน่าย ทั้งยังมองเห็นว่าองค์กรต่าง ๆ ต้องมาร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการขับเคลื่อนไปสู่สังคมสีเขียว”
“ทุกฝ่ายควรพลิกวิกฤตโควิด-19 ให้เป็นโอกาสของธรรมชาติในการฟื้นตัว ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจกับการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะต้องเดินควบคู่กันไป”
โปร่งใส ตรวจสอบได้
ขณะที่เวทีด้านการส่งเสริมบรรษัทภิบาล และการต่อต้านทุจริต โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมพูดคุย แต่ในกลุ่มของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กลับมีมุมมองแตกต่างที่น่าสนใจ
“นาถฤดี โฆสิตาภัย” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ ปตท.สผ. กล่าวว่า บริษัทใช้หลักของ SDGs ในการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน โดยหนึ่งในหัวข้อที่เราให้ความสำคัญ คือ เป้าหมายที่ 16 ที่เกี่ยวกับธรรมาภิบาล มีการเปิดเผยข้อมูลโปร่งใสให้ประชาชนมีส่วนร่วม หรือการลดการทุจริต

“ปตท.สผ. ตั้งเป้าหมายเป็นองค์กร zero noncompliance และ zero corruption จึงพัฒนากรอบแนวคิดด้านการพัฒนายั่งยืนขึ้นเพื่อเป็นวิถีการทำงานร่วมกันในองค์กร ที่เรียกว่า GRC (governance, risk managementand compliance) ซึ่งเป็นการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงและการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
โดยเน้น 2 ด้านหลัก คือ กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนต้องมีการกำกับดูแล ตรวจสอบได้ และเน้นการสร้างความเข้าใจเรื่องธรรมาภิบาลให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจ ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการไปจนถึงฝ่ายปฏิบัติการ รวมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจ”
“หลักธรรมาภิบาลเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือองค์กรต่อนักลงทุน นอกจากนั้นยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สังคมสงบสุข เพราะไม่มีการหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ การข่มเหงต่าง ๆ และการขจัดการคอร์รัปชั่น เป็นต้น”
จึงนับว่าสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาเพื่อระดมพลัง เพื่อช่วยให้ประเทศไทย และโลกบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ ภายใต้วิถีใหม่ หรือ new normal อย่างแท้จริง