“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าคณะก้าวหน้า โผล่ร่วมชุมนุมสนามหลวง เผยภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งการต่อสู้
ช่วงค่ำของวันที่ 19 กันยายน 2563 ข่าวสด รายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หัวหน้าคณะก้าวหน้า และ ช่อ พรรณิการ์ วานิช ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ ภายใต้ชื่อกิจกรรม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ท่ามกลางประชาชน ที่ยังคงทยอยเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมในพื้นที่สนามหลวงอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกโปรยปราย
นายธนาธร กล่าวว่า การชุมนุมวันนี้ เท่าที่เห็นเป็นไปอย่างสงบ ประชาชนที่ถูกกดทับได้ออกมาแสดงพลังร่วมกัน โดยประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นประชาธิปไตย ทุกคนที่มาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมต่อสู้ไปด้วยกัน
https://www.facebook.com/ThailandProgressiveMovement/videos/2073252839689848/UzpfSTM4MjU5Mjc0ODgxMTA3Mjo5NDE3MTYzMzYyMzIwNDE/
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดกั้นชุดเครื่องเสียง และอุปกรณ์การชุมนุม รวมถึงเอกสารที่จะนำมาร่วมกันชุมนุมในวันนี้ นายธนาธร ตอบว่า ตนมองเรื่องนี้ด้วยความหนักใจ เพราะถ้ารัฐบาลจริงใจกับการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการแก้รัฐธรรมนูญ อันดับแรกที่ง่ายที่สุดคือการเลิกข่มขู่คุกคามประชาชน ไม่ว่าจะส่งคนไปข่มขู่ที่ครอบครัวหรือการตั้งข้อกล่าวหาต่างๆ ถ้าจริงใจต้องเลิกจุดนี้เป็นจุดแรก
ถ้าไม่หยุดคุกคามประชาชนจะแสดงให้เห็นความไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้น้อยมาก เพราะการเข้าสู่การแก้ไขมาตรา 256 เป็นมาตราแรกที่จะนำไปสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
นายธนาธร กล่าวว่า ตลอด 88 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตั้งแต่พ.ศ. 2475 ประชาชนไม่เคยมีอำนาจในการเขียนรัฐธรรมนูญของตัวเอง ร่างของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะให้ ส.ส.ร. 200 คน มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด
“ผมไม่เชื่อว่าชนชั้นนำและอภิสิทธิ์ชนในประเทศนี้ จะยอมให้ประชาชนแต่งตั้งตัวแทนของตัวเองเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเราถอยหรือหยุดเคลื่อนไหวในวันนี้ หรือหยุดทวงคืนสิทธิเสรีภาพของเรา พวกเราจะต้องถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพอยู่ร่ำไป พวกเราจะถูกกดขี่อยู่ร่ำไป ผมเห็นว่าเราไม่สามารถหยุดชุมนุมกดดัน เพื่อเรียกร้องความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมไม่เชื่อว่าเขาจะจริงใจ และผมไม่เชื่อว่าพวกเขาจะแก้ปัญหา มีอยู่ทางเดียวคือการแสดงพลังของประชาชน ก่อนที่จะสายเกินไป ส่งเสียงให้ดังอีกครั้ง ถ้าคุณไม่ยอมความโกรธของประชาชนจะดังขึ้นอีกครั้ง” นายธนาธร กล่าว

เมื่อถามว่า นายธนาธรกลายเป็นเป้าโจมตี ว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุม มีความกังวลหรือจะตอบโต้อะไรหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ได้กังวล ใครที่คิดว่านักศึกษามีคนอยู่เบื้องหลังตนต้องเรียนว่า คนที่คิดแบบนั้นคือ คนที่ดูถูกนักศึกษาและประชาชน ซึ่งตนไม่คิดเช่นนั้น เพราะนักศึกษาที่มารวมตัว มาด้วยเจตจำนงของตัวเองที่ไม่มีใครบังคับหรือชักจูงได้ อย่าลืมนะว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยม ใช้ข้อหานี้มาครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลังบ้าง ทักษิณอยู่เบื้องหลังบ้าง ธนาธรอยู่เบื้องหลังบ้าง เพื่อทำลายความชอบธรรม เมื่อประชาชนลังเลที่จะมาสนับสนุนเขาก็เข้าจับกุม และปราบปรามได้ ดังนั้นอย่าหวั่นไหวไปกับข่าวลวงที่พวกเขาต้องการทำลายความชอบธรรมของการชุมนุม เมื่อไหร่ที่หยุดยืนเคียงข้างกันเมื่อไหร่ แกนนำจะถูกจับกุม อย่าปล่อยให้ถึงวันนั้น แล้วอย่าไปเชื่อข่าวลวงที่เขาหลอกให้พวกเราแตกแยกกัน และอย่าไปเชื่อข่าวลวงที่เขาจะทำลายความน่าเชื่อถือของแกนนำ หากเราเชื่อข่าวลวงและทอดทิ้งแกนนำเมื่อไหร่ แกนนำโดนคุกคามและเด็ดหัวทันที
นายธนาธร กล่าวว่า นี่คือการเดินทางที่ไม่เคยมีใครเดินทางมาก่อน ไม่ใช่แค่การเรียกร้องให้ยุบสภาหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของสังคม ว่าพวกเราในฐานะสังคม พร้อมหรือยังที่จะพูดถึงปัญหาที่ทุกคนก็รู้ว่าดำรงอยู่อย่างตรงไปตรงมา ด้วยเหตุด้วยผล ไม่ได้พูดด้วยความอาฆาตมาดร้ายหรือทำลายล้าง แต่เราพูดเพื่อหวังหาทางออก
นายธนาธรกล่าวว่า จริงๆ เป็นเรื่องง่ายๆ หากนายกรัฐมนตรี อยากรับฟังนักศึกษาจริงๆ ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการต่างๆ ให้เสียเวลา นายกรัฐมนตรีบอกว่าให้ประชาชนก็ใช้ กูเกิ้ลแต่ตนอยากบอกว่า ให้นายกฯ กดเข้าไปฟังในยูทูบก็รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ถ้าจริงใจเริ่มแก้ปัญหาได้ตั้งแต่วันนี้ ล่าสุดนายกฯ ออกมาพูดว่าขอแก้ปัญหาโควิดและเศรษฐกิจก่อน เสร็จเมื่อไหร่ค่อยมาชุมนุม ตนเตือนประชาชนว่าอย่าปล่อยให้พวกเขาหลอก การแก้ไขปัญหาโควิดและเศรษฐกิจเป็นเรื่องของรัฐบาล และการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำไปพร้อมกันได้ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐสภา

ตอนรัฐบาลมาขอออกพระราชกำหนด 3 ฉบับ เพื่อกู้เงินไปแก้ปัญหาโควิด สภาก็ผ่านให้ งบประมาณพ.ศ. 2564 ที่รัฐบาลจะนำไปพยุงเศรษฐกิจ สภาก็ผ่านให้รัฐบาลต้องการอะไรหรือเครื่องมือเท่าไหร่ สภาก็ผ่านให้ทุกเครื่องมือ ดังนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของสภา แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลในการต่อสู้กับปัญหาโควิดและเศรษฐกิจ ส่วนการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองสามารถเป็นไปได้และเริ่มได้ทันที ขอเพียงแค่ให้พล.อ.ประยุทธ์ ฟังประชาชนอย่างจริงใจ สั่งส.ส.ฝั่งรัฐบาล และ ส.ว. ให้เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้เต็มที่ ถ้าเพียงแค่นายกฯ เปิดประตู กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญก็จะจบ การยุบสภาและการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เป็นไปได้ แต่เขาไม่ต้องการ เหมือนตอนที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่า เขาอยากอยู่ยาว ก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาไม่อยากแบ่งอำนาจคืนประชาชน เขาต้องการให้ประเทศเป็นของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่คน ดังนั้นอย่าไปยอมสู้ไทยถอยเป็นทาส