เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
Business ‘อนิศ’ ชี้ฉากทัศน์ New Economy ปรับกลยุทธ์ SME ไทย ชู ‘Taste & Trust’ รับมือ AI Overload
MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
News MU Cambodia แจ้งใช้ภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ ปมแพร่คลิปภาพชุดไทยโบราณอ้างเป็นของเขมร
ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตผนึก CAAT เตรียมใช้ ‘โดรน eVTOL’ แก้จราจรติดขัด ยกระดับการแพทย์ฉุกเฉิน
เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
Tech เปิดกติกาใหม่ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ต้องโชว์ การคิดค่าธรรมเนียมรวม
“ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
Politics “ชัชชาติ” แจงรถขยะ EV 6 พันล้าน เคารพการตัดสินใจสภา ไม่ได้งัดข้อ ยึดคนกรุงเป็นหลัก
LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
Business LAWSON 108 ส่ง 2 คอนเซปต์ใหม่สู้ศึกสะดวกซื้อ
ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
Finance ASP ตั้ง ‘กฤษณ์ พานิชพันธ์’ นั่ง CEO ใหม่ ต่อจาก ‘ดร.ก้องเกียรติ’ ลุยโบรกเกอร์-Wealth
ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
Finance ศุลกากร โชว์ผลงานปีงบ‘69 จัดเก็บรายได้ 11 เดือน ทะลุ 6.3 แสนล้าน เก็บภาษีบาทแรกพุ่ง 4.6 พันล้าน
“แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
Biz Movement “แอร์เอเชีย” พร้อมรับไฮซีซั่น รุกเส้นทางบินต่างประเทศ บินตรงจากดอนเมือง สู่ 46 เมือง 53 เส้นทาง
GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
News GLP-1 เจอศึกใหม่ กลุ่มผู้ใช้ฟ้อง Ozempic-Wegovy อ้างเสี่ยงตาบอด
ดูทั้งหมด

“เกษตรกร” ชี้กองทุน FTA ไม่ตอบโจทย์ พาณิชย์จ่อยกร่าง พ.ร.บ. อัดงบช่วยเหลือ

01 ต.ค. 2563 | 08:30น.

“ไร่ชาฉุยฟง” ชี้กองทุน FTA 2 กระทรวง ทั้งกระทรวงเกษตรฯ-กระทรวงพาณิชย์ไม่ตอบโจทย์ในการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ เหตุขั้นตอนตรวจสอบนาน 1-2 ปี กว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติ ไม่ทันตอบสนองความต้องการลูกค้าในตลาด ด้านกระทรวงพาณิชย์เผยเร่งระดมความเห็นตั้ง “กองทุนหมุนเวียน” ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ FTA คาดร่าง พ.ร.บ.เสร็จเดือนพฤศจิกายน 2563 กรมบัญชีกลางแนะการจัดตั้งกองทุนไม่ควรซับซ้อน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการก่อตั้ง “กองทุน FTA” 2 กองทุน คือ กองทุน FTA กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีชื่อว่า “กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” และกองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ หรือชื่อทางการคือ “โครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิต และภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า”

ซึ่งทั้ง 2 กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเจรจาจัดทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี FTA ระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ โดยมีสินค้าเป้าหมาย อาทิ สินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ

โดยทั้ง 2 กองทุน FTA นั้นมีลักษณะรูปแบบการดำเนินงานไม่เหมือนกัน คือ กระทรวงเกษตรฯดำเนินการโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) มีการก่อตั้งเมื่อปี 2550 มุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร แต่ละปีได้งบประมาณจากภาครัฐประมาณ 50-100 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ

สามารถยื่นโครงการขอกู้เงินเข้ามาได้ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการโดยกรมการค้าต่างประเทศ เป็นการยื่นเสนอโครงการเข้ามาผ่านกลุ่ม/สมาคม/สหกรณ์ และขอเงินเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยหรือพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งไม่ใช่ขอเป็นรูป “ตัวเงิน”

“ที่ผ่านมาเกษตรกรมองว่าทั้ง 2 กองทุนไม่ได้ตอบโจทย์ตามความต้องการจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะบางครั้งเกษตรต้องการสนับสนุนในรูปแบบตัวเงิน เพื่อไปสร้างโรงแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงคำปรึกษาจากงานวิจัยเพียงอย่างเดียว อีกทั้งการเขียนโครงการเพื่อขอกู้เงินค่อนข้างซับซ้อน รวมถึงงบประมาณที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นงบประมาณรายปี ทำให้บางปีถูกตัดงบฯหรือไม่ได้งบฯเลย ทำให้ไม่มีงบฯเพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามที่เกษตรกรยื่นเรื่องขอเข้ามา”

และล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการตั้ง “คณะทำงานพิจารณาแนวทางการพัฒนากองทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า” โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ

อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณกฤษฎีกา กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ สหพัฒน์ SMEs ไทย สสว. ฯลฯ เพื่อระดมความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจาก FTA ตอนนี้ทางกรมเจรจาฯได้มีการว่าจ้างหน่วยงานภายนอกศึกษาโฟกัสกรุ๊ป เมื่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นผลประโยชน์ตรงกันจะมีการยกร่างเป็น พ.ร.บ.เพื่อขอใช้เงินกองทุนหมุนเวียน เบื้องต้นอยากให้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งการร่าง พ.ร.บ.และข้อมูลความคิดเห็นของ

ผู้ที่เกี่ยวข้องเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 ทั้งนี้ ทางกรมบัญชีกลางได้ให้คำแนะนำว่าการจัดตั้งกองทุนใหม่ไม่ควรซ้ำซ้อนกับภารกิจหรือกองทุนที่มีอยู่แล้ว บางส่วนสามารถทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อลดความซ้ำซ้อนได้

“งบประมาณที่จะจัดตั้งกองทุนอยู่ในระหว่างการสำรวจกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคประชาสังคม เขามองว่าไม่ควรพึ่งงบประมาณรัฐเพียงส่วนเดียว เพราะงบประมาณอาจจะไม่ได้ยั่งยืน โดยผู้ที่ได้ผลประโยชน์จาก FTA ก็น่าจะมีส่วนในการสมทบกองทุนด้วย ตรงนี้ต้องมีการพูดคุยกันว่าผู้ได้รับผลประโยชน์มีใครบ้าง

ซึ่งก็อาจจะมีภาคเอกชนบางกลุ่ม และวิธีการที่จะให้เข้ามาสนับสนุนสมทบจะทำอย่างไร จะอยู่ระหว่างการพูดคุยของหน่วยวิจัยที่เข้าช่วยในการทำงาน เราก็หวังว่าถ้าคณะทำงานไฟเขียว รัฐบาลเห็นชอบ ก็จะต้องผลักดันให้เห็นผลต่อไป โดยต้นปี”64 คาดว่าน่าจะเห็นตัวร่าง พ.ร.บ.ที่จะออกจากกระทรวง”

ปัจจุบันถ้าเทียบสัดส่วนการค้าระหว่างไทยกับประเทศที่ทำ FTA ปี”62 จะอยู่ที่ประมาณ 62.8% มีมูลค่าอยู่ที่ 280,000 ล้านเหรียญสหรัฐของการค้าไทยกับโลก อย่างไรก็ตาม การตั้งเป้าหมายควรมีมูลค่าการค้ากับประเทศที่ทำ FTA 80% ขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ไทยมีคู่ FTA ทั้งหมด 13 ฉบับกับ 18 ประเทศ กระทรวงต้องหาตลาดใหม่ ๆ ให้กับสินค้าของไทยเพิ่ม ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่มเกษตรกร ทางกรมเจรจาก็พยายามบอกให้เขาใช้ประโยชน์จาก FTA ในการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้วย

นางสาวชัญญ่า วนัสพิทักษ์สกุล ผู้บริหารไร่ชาฉุยฟงกล่าวว่า กองทุน FTA ที่มีการตั้งขึ้นมาจากหน่วยงาน 2 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมาทั้ง 2 กองทุนไม่สามารถตอบโจทย์ในการช่วยเหลือเกษตรกรหรือผู้ประกอบการได้ เพราะว่าโครงการดังกล่าวผู้ประกอบการต้องเขียนโครงการขึ้นมาและรอการตรวจสอบ

ซึ่งขั้นตอนระยะเวลาในการตรวจสอบค่อนข้างนานประมาณ 1-2 ปีกว่าจะได้รับการพิจารณาอนุมัติ และเมื่อโครงการผ่านการตรวจสอบแล้วงบประมาณที่จะเข้ามาสนับสนุนไม่ให้เป็น “ตัวเงิน” ทั้งนี้ หากในอนาคตมีการร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งกองทุน อาจจะตอบโจทย์กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่มีเงินทุน เพราะสามารถขอการสนับสนุนงบประมาณเป็นตัวเงินได้ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาโรงงานและผลิตภัณฑ์ตนเอง รวมถึงนำไปใช้ในการทำการตลาด

“กว่าโครงการจะอนุมัติใช้เวลานานกว่า 1-2 ปี ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถรอได้ เพราะบางทีสินค้าต้องได้รับการพัฒนาให้ทันกับความต้องการตลาด สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่ถ้ารอโครงการอนุมัติช้า แผนการขยายตลาดที่วางไว้ก็จะช้า สินค้าอาจจะไม่ใช่ความต้องการทางการตลาดในขณะนั้นไปแล้ว นอกจากนี้ เนื่องจากทั้ง 2 กองทุนเป็นงบประมาณรายปี ซึ่งบางปีหน่วยงานก็ไม่ได้รับงบประมาณ โครงการที่ยื่นเข้าไปก็ไม่มีงบประมาณมาสนับสนุน” นางสาวชัญญ่ากล่าว