เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณขายออก 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณขายออก 69,450 บาท
นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Politics นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
Tech Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
“ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
Economic “ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
Politics สภาพัฒน์ แนะรัฐบาลวางเกมเศรษฐกิจยาว-ดึงลงทุน รับมือตลาดโลกขึ้นดอกเบี้ย
บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
Economic บางจาก ตั้ง ‘บัณฑิต หรรษาไพบูลย์’ นั่งซีอีโอคนใหม่ รับไม้ต่อ ‘ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช’ 1 ม.ค. 70
KKP ขยับเพิ่ม GDP โต 2.5% ฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง เทรนด์ AI พุ่ง “อุตฯ ดั้งเดิม-ฐานราก” ซบเซา
Finance KKP ขยับเพิ่ม GDP โต 2.5% ฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง เทรนด์ AI พุ่ง “อุตฯ ดั้งเดิม-ฐานราก” ซบเซา
ลุ้นหุ้นไทยฟื้น! ยีลด์เริ่มลง บล.พาย ชู MTC-SAWAD-TIDLOR
Finance ลุ้นหุ้นไทยฟื้น! ยีลด์เริ่มลง บล.พาย ชู MTC-SAWAD-TIDLOR
ดูทั้งหมด

“สุดารัตน์” ห่วงสัญญาณอันตรายเศรษฐกิจ พิษ “ระบอบประยุทธ์”

11 ต.ค. 2563 | 14:14น.
สุดารัตน์-ประยุทธ์2

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นห่วง การเดินทางของนายกรัฐมนตรี ไปยัง เวียดนาม-อินโดนีเซีย พ่วงด้วย Tesla เตรียมลงทุนผลิตรถไฟฟ้าที่อินโดนีเซียและอินเดีย ชี้เป็นสัญญาณเศรษฐกิจไทยอันตราย 

วันที่ 11 ตุลาคม 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข่าวที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเลือกที่จะเดินทางไปเยือนเวียดนามและอินโนนีเซีย ย้ำด้วยข่าวผู้ผลิตรถ Tesla จะไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถไฟฟ้าที่อินโดนีเซียและอินเดีย รวมทั้งการย้ายฐานการผลิตของพานาโซนิคไปเวียดนาม คือการส่งสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจมายังประเทศไทยว่า ไทยกำลังจะเสียฐานการผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับ 1

หลังสงครามเวียดนามไทยได้เปลี่ยนฐานการผลิตจากเกษตรกรรมมาเป็นอุตสาหกรรมมีการตั้ง Board of Investment หรือ BOI ไทยจึงเป็นประเทศพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก (Export Led Growth Economy) แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่มาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า FDI (Foreign Direct Investment)

อันเป็นสินค้าหรือเทคโนโลยีของต่างประเทศ แต่มาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เช่น รถยนต์ที่เราเป็นฐานการผลิตรถปิคอัพขนาด 1 ตันใหญ่ที่สุดในโลก สร้างรายได้ให้กับประเทศถึงปีละ 1 ล้านล้านบาท สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

หากพิจารณาสินค้าส่งออกที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก จะพบว่าเป็นสินค้าของต่างชาติที่มาลงทุนในไทยแทบทั้งหมด มีเพียงรายการเดียวที่เป็นของไทยคือผลิตภัณฑ์ยางพารา เหตุที่ต่างชาติมาลงทุนเพราะในอดีตไทยมีสิ่งจูงใจนักลงทุน ได้แก่ ค่าแรงถูก เป็นประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจที่ได้เปรียบ มีกำลังซื้อ และการเมืองสงบ

ที่สำคัญคือเราได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) จากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ทำให้นักลงทุนแห่กันมาลงทุนในไทยจนทำให้ไทยมีรายได้ที่มาจากการส่งออกถึงร้อยละ 70 ของจีดีพี แต่ปัจจุบันข้อได้เปรียบหรือแรงจูงใจเหล่านี้สำหรับประเทศไทยหมดไปแล้ว

สมัยรัฐบาลไทยรักไทย เรามองออกล่วงหน้าว่า วันหนึ่งความได้เปรียบทางด้านสิทธิพิเศษทางภาษีจะหมดไป เราจึงเข้าสู่การเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ เพื่อเอามาทดแทนสิทธิพิเศษทางภาษีเป็นแรงจูงใจนักลงทุน แต่ผลจากการยึดอำนาจทำให้ประเทศคู่ค้าสำคัญหยุดการเจรจา จนกระทั่งเราถูกตัด GSP ทำให้ความได้เปรียบของไทยหมดไป นั่นคือต้นเหตุที่ทำให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตที่มีสาเหตุมาจากการยึดอำนาจ

ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยเรายังถูกซ้ำเติมด้วยกระแสคลื่นยักษ์อีก 2 ละลอกคือ เทคโนโลยีใหม่ๆ ในยุค Digital ที่ทำให้เกิด Disruption ในทุกมิติ แน่นอนกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อภาคธุรกิจ และยังมาเกิด COVID-19 ยิ่งทำให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวครั้งใหม่อย่างรวดเร็ว เราจะพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมเดิมๆ ที่เป็นความสำเร็จในอดีตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราต้องมองหา “ฐานรายได้ใหม่” จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ และมองหา “โอกาสใหม่” ให้เจอในโลกหลัง COVID-19

“ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณของแผ่นดินต้องลงไปสู่การสร้าง “ฐานรายได้ใหม่” แต่ที่น่าเป็นห่วงคือจนบัดนี้ รัฐบาลยังไม่รู้สาเหตุของปัญหา รัฐบาลยังคงทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปในทิศทางเก่าๆ อย่าง EEC ทั้งๆ ที่ประเทศไทยไม่มีความได้เปรียบในสายตาของนักลงทุนอีกต่อไปแล้ว”

“ที่น่าเศร้าคือคนไทยไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการ หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงมีการเลือกตั้งก็จะได้พลเอกประยุทธ์ และ #ระบอบประยุทธ์ อยู่ต่อไปอีก” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ