เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เวทีลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 เตรียมเปิดฉากปลายตุลาคมนี้ ปักหมุดกรุงเทพฯ
Economic เวทีลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 เตรียมเปิดฉากปลายตุลาคมนี้ ปักหมุดกรุงเทพฯ
ผ่าปมร้อน “ศึกงบรถขยะ EV กทม. 6 พันล้าน”  เหตุผลฝ่ายบริหาร-ข้อค้านสภาเมือง-มติตัดงบ
Politics ผ่าปมร้อน “ศึกงบรถขยะ EV กทม. 6 พันล้าน” เหตุผลฝ่ายบริหาร-ข้อค้านสภาเมือง-มติตัดงบ
กรมการท่องเที่ยวมอบรางวัล  “ASEAN Tourism Professionals”  แก่เยาวชนและบุคลากร
Biz Movement กรมการท่องเที่ยวมอบรางวัล  “ASEAN Tourism Professionals”  แก่เยาวชนและบุคลากร
ศุภจี จ่อชง ครม. แผนอุ้มค่าครองชีพ-เกษตร รับมือพลังงาน คาดเงินเฟ้อปีนี้ไม่ถึง 3%
Politics ศุภจี จ่อชง ครม. แผนอุ้มค่าครองชีพ-เกษตร รับมือพลังงาน คาดเงินเฟ้อปีนี้ไม่ถึง 3%
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณบาทละ 70,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณบาทละ 70,000 บาท
BCPG แจง DSI ขอเอกสารปมลงทุน ‘คลังน้ำมัน-ท่าเรือ’ เพชรบุรี ย้ำธุรกิจไม่กระทบ
Finance BCPG แจง DSI ขอเอกสารปมลงทุน ‘คลังน้ำมัน-ท่าเรือ’ เพชรบุรี ย้ำธุรกิจไม่กระทบ
สคร.ปฏิเสธควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอส เตรียมชง ครม.ทบทวนบทบาทรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง
Finance สคร.ปฏิเสธควบรวม อสมท-ไทยพีบีเอส เตรียมชง ครม.ทบทวนบทบาทรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง
โตโยต้า เดินหน้ายุคใหม่ เตรียมนำหุ่นยนต์ 400,000 ตัว ทำงานร่วมกับพนักงานในโรงงานทั่วโลก
World โตโยต้า เดินหน้ายุคใหม่ เตรียมนำหุ่นยนต์ 400,000 ตัว ทำงานร่วมกับพนักงานในโรงงานทั่วโลก
เท่าพิภพ จี้ คกก.แอลกอฮอล์ เร่งออกกฎหมายลูก เอาให้ชัด “อะไรทำได้-ไม่ได้”
News เท่าพิภพ จี้ คกก.แอลกอฮอล์ เร่งออกกฎหมายลูก เอาให้ชัด “อะไรทำได้-ไม่ได้”
‘กสิกรไทย’ ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.27% หนุนเงินกองทุนชั้นที่ 2
Finance ‘กสิกรไทย’ ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.27% หนุนเงินกองทุนชั้นที่ 2
ดูทั้งหมด

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ จี้ “ประยุทธ์” หยุดคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ

15 ต.ค. 2563 | 13:31น.
เพื่อไทย

วันที่ 15 ตุลาคม 2563 พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย เรื่อง ขอให้ยุติการใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องชอบธรรม ระบุว่า ตามที่กลุ่มนักศึกษาและประชาชนในนามของ “คณะราษฎร 2563” ได้จัดการชุมนุมขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเคลื่อนขบวนมาตามถนนราชดำเนิน จนกระทั่งได้รวมตัวกันชุมนุมบริเวณโดยรอบของทำเนียบรัฐบาล

ตลอดระยะเวลาการชุมนุมจะเห็นได้ว่า เป็นการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม 2563 แกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติการชุมนุมและขอให้ผู้ชุมนุมแยกย้ายกลับภูมิลำเนาในเวลา 06.00 น.

ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมก็มิได้มีการก่อความวุ่นวายหรือกระทำการใดอันเป็นการก่อความไม่สงบ เรียบร้อยขึ้นภายในราชอาณาจักร แต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง ต่อมาไม่นานเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังเข้าสลายการณ์ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 และ จับกุมผู้ร่วมชุมนุมไปจำนวนมากนั้น

พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จึงไม่ได้ดำเนินการด้วย ความเป็นธรรมเสมอภาค ทั้งข้ออ้างในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีความร้ายแรงของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบธรรม

กล่าวคือ 1. การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จะต้องมีสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐ หรือบุคคลและมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติอย่างมี ประสิทธิภาพ และทันท่วงที แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่า ไม่มีสถานการณ์ใดที่จะเข้าเหตุของการ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใดๆ เลย

2. ข้ออ้างที่ว่า มีการปลุกระดมให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุม สาธารณะนั้น คงหมายถึงการไม่ได้ขออนุญาตจัดชุมนุมและการชุมนุมในบริเวณทำเนียบรัฐบาลซึ่งเป็นสถานที่ ต้องห้ามเท่านั้น หากจะมีความผิดก็เป็นความผิดอาญาตามกฎหมายปกติ ซึ่งมีกำหนดโทษเล็กน้อย และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติของการจัดชุมนุม

และการจัดชุมนุมก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย และความไม่ สงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่มีการกระทำใดที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือ ทรัพย์สินของรัฐ หรือประชาชน อีกทั้งได้มีการประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว

3. ข้ออ้างเรื่องผลกระทบต่อสัมฤทธิ์ผลของมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 นั้น เป็น ข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะการชุมนุมได้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ผู้ชุมนุมแต่ละคนต่างก็ป้องกันตนเอง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 จากในที่ชุมนุม หากจะใช้มาตรการบังคับก็มีกฎหมาย ควบคุมโรคติดต่ออยู่แล้ว

4. การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ไม่ว่าจะเรียกว่าอย่างไร ก็ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ ชอบธรรมและเป็นไปโดยไม่สุจริต และเกินสมควรแก่เหตุ เพราะผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมแล้ว เพียงแต่เป็นเวลาวิกาลจึงนอนพักเพื่อรอรุ่งสางก็จะแยกย้ายกลับภูมิลำเนาเท่านั้น

“ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงขอแถลงการณ์เรียกร้องมายังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และเจ้าหน้าที่ ของ รัฐให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และหยุดการใช้อำนาจคุกคามประชาชน ในทุก รูปแบบ และปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทันที”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรรคเพื่อไทย