เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
Finance น้ำท่วมลำพูน “ประกันภัยพิบัติ” จ่ายทันที 10,000 บาท 235 ครัวเรือน
‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
World ‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
Economic CPF ดัน AI เพิ่มมูลค่าพลิกโฉมอุตฯอาหาร
ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
Finance ผ่างบฯ แบงก์ Q3 9 เดือนกำไร 1.98 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

‘ไอเอ็มเอฟ’ ส่งเสียงเตือน ระวัง! ตลาดหุ้นปรับตัวรุนแรง

19 ต.ค. 2563 | 12:26น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก  
นงนุช สิงหเดชะ

ปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจร้ายแรง อันเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจแท้จริงที่อ่อนแอถึงขั้นติดลบ ทำให้ “โทเบียส เอเดรียน” ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดทุนและตลาดเงิน ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาเตือนว่า ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นอาจปรับตัวลงแรง ถ้าหากวิกฤตไวรัสยังคงอยู่และเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

เอเดรียนชี้ว่า ขณะนี้เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างตลาดเงิน-ตลาดทุนกับกิจกรรมเศรษฐกิจ กล่าวคือราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนปรับขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่กิจกรรมเศรษฐกิจอ่อนแอและมีความไม่แน่นอน โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้นมาราว 8% ตั้งแต่ต้นปีนี้ ส่วนดัชนีแนสแดค ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นเทคโนโลยีปรับขึ้นเกิน 30% จะเห็นได้ว่าตลาดหุ้น-ตลาดเงินมีผลประกอบการโดดเด่นมาก ทั้งที่เกิดการระบาดของไวรัส

ผู้อำนวยการตลาดเงิน-ตลาดทุนไอเอ็มเอฟระบุว่า ปัจจุบันสินทรัพย์หลายอย่างรวมทั้งราคาหุ้นบางเซ็กเมนต์มีราคาเกินตัว และท่ามกลางวิกฤตไวรัสเช่นนี้ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจ การที่ตลาดหุ้นฟื้นตัวก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจกลับมาได้ แต่การที่ราคาหุ้น
และสินทรัพย์ยังขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็มีความเปราะบางต่อข่าวร้าย เกิดความเสี่ยงที่จะปรับตัวอย่างรุนแรงเมื่อมีข่าวร้ายมากระทบ หรือไม่ก็จะเกิดความผันผวนเป็นระยะ ตราบใดที่นักลงทุนเชื่อว่าตลาดจะยังได้รับประโยชน์จากมาตรการสนับสนุน เศรษฐกิจจากภาครัฐและธนาคารกลาง ราคาสินทรัพย์จะปรับตัวขึ้นต่อไป แต่ถ้ามีข่าวร้าย เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจล่าช้ากว่าคาด ตลาดอาจปรับตัวแรงดังกล่าว

ไม่เพียงไอเอ็มเอฟเท่านั้นที่มองเห็นความไม่สอดคล้องกันระหว่างตลาดกับภาวะเศรษฐกิจ แต่ “แกรี่ ชิลลิ่ง” นักวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียงในการทำนายการถดถอยของตลาดหุ้น เคยประเมินเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตลาดหุ้นปีหน้าอาจปรับตัวลง 30-40% แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้น

ในทศวรรษ 1930 ซึ่งโลกเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ถ้าหากนักลงทุนเริ่มตระหนักว่าเศรษฐกิจจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าที่คาดไว้ชิลลิ่งบอกว่าประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยได้ เพราะการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐในครั้งนี้มีลักษณะคล้ายกับเมื่อปี 1929 โดยครั้งนั้นในช่วงแรกหลังเกิดวิกฤต ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับลงรุนแรง แต่ไม่นานก็พุ่งขึ้นมาได้ เพราะหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในเวลาไม่นาน แต่เมื่อนักลงทุนเห็นภาพชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจมีความเสียหายรุนแรงแค่ไหน ดัชนีก็กลับมาร่วงลงอย่างรุนแรง

วันเดียวกัน “ไอเอ็มเอฟ” ได้แถลงคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปรับปรุงใหม่ล่าสุด โดยปรับให้ดีขึ้นจากคาดการณ์เมื่อเดือน มิ.ย.เล็กน้อย จากเดิมที่ประเมินว่าจะติดลบราว -4.9 % ในปีนี้ เป็นติดลบน้อยลงที่ -4.4% เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว รวมทั้งจีนในไตรมาส 2 เติบโตดีกว่าคาด และมีสัญญาณฟื้นตัวเร็วขึ้นในไตรมาส 3 ส่วนปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะสามารถกลับมาเป็นบวก แต่ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์ลงจากเดิมที่เชื่อว่าจะเติบโตได้ 5.4% ปรับลงเหลือ 5.2% เนื่องจากการฟื้นตัวของทั่วโลกเกิดความไม่สม่ำเสมอและไม่แน่นอน

ไอเอ็มเอฟระบุว่า ปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาจะหดตัว -3.3% แต่บางประเทศ เช่น อินเดีย น่าจะหดตัวเกิน -10% ขณะที่สหรัฐจะติดลบราว -4.3% แต่อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี และ
สเปน จะติดลบราว -10% ดังนั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจึงไม่มีอะไรรับประกันในขณะที่ไวรัสยังระบาดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟกระตุ้นให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยังคงใช้นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจต่อไป เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำด้านกระจายรายได้ แม้ว่าหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้น ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้ว หนี้สาธารณะจะขึ้นไปแตะ 125% ของจีดีพีภายในปลายปีหน้า ส่วนประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะขึ้นไปแตะ 65% ของจีดีพี เหตุที่ไอเอ็มเอฟไม่กังวลเรื่องหนี้สาธารณะมากนัก เป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก และการที่ปีหน้าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวก็จะช่วยให้รัฐบาลจ่ายหนี้ใหม่ได้