เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

ธปท.ชี้หนี้เสียแบงก์ Q3 ขยับเพิ่มอยู่ที่ 3.14% รับโควิดทุบกำไรสุทธิหดตัว 48%

16 พ.ย. 2563 | 17:08น.

ธปท.ประเมินเอ็นพีแอลไตรมาส 4 มีแนวโน้มขยับแต่ไม่แรง จากไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 3.14% เพิ่มจากไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.09% หลังแบงก์สกัดช่วยลูกหนี้ Stage 2 ก่อนไหลเป็นหนี้เสีย ส่งผล Stsge 2 เหลือ 7.03% จาก 7.49% ด้านสินเชื่อคาดทั้งปีโตได้ 3-5% จาก 9 เดือนแรกโตแล้ว 3.9% รับผลประกอบการธนาคารโดนโควิด-19 กระทบฉุดกำไรสุทธิหดตัว 48.4% หลังเร่งตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 23.8% รับหนี้เสียในอนาคต

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการดำเนินงานระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ว่า ขณะที่แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยไตรมาสที่ 3 หนี้เสียอยู่ที่ 3.14% ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ที่หนี้เสียอยู่ที่ 3.09%

สาเหตุที่หนี้เสียปรับเพิ่มขึ้นไม่สูง เนื่องจากผลของมาตรการ ธปท. และมาตรการช่วยเหลือของธนาคารพาณิชย์ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน โดยช่วยเหลือลูกค้าตั้งแต่อยู่ในชั้นจับตาเป็นพิเศษ (Stage 2) เพื่อไม่ให้ไหลเป็นเอ็นพีแอล โดยตัวเลข Stage 2 ในไตรมาสที่ 3 ปรับลดลงเหลือ 7.03% จากไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 7.49%

สุวรรณี เจษฎาศักดิ์

ส่วนแนวโน้มเอ็นพีแอลในไตรมาสที่ 4 มองระยะข้างหน้าเท่าที่ประเมินทยอยเพิ่มขึ้น แต่คงไม่เยอะ เพราะมีลูกค้าบางกลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่ยอมรับว่ามีลูกหนี้บางส่วนที่ไม่สามารถติดต่อได้ที่มีประมาณ 6% หรือเม็ดเงิน 5.7 หมื่นล้านบาทไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งจากการสำรวจธนาคารพาณิชย์พบว่ากลุ่มนี้เริ่มทยอยติดต่อได้บ้างแล้ว

ซึ่งอาจจะมีลูกหนี้ที่ไปต่อไม่ไหว ซึ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ทยอยเป็นเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่จะไม่เห็นหนี้เสียปรับเพิ่มขึ้นหวือหวา โดยกลุ่มที่ยังน่าเป็นห่วงจะเป็นกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีเพราะสายป่านสั้น และไม่สามารถปรับตัวได้

“ตัวเลขที่ติดต่อไม่ได้ 6% ไม่ได้หมายความว่าทั้ง 6% จะไหลเป็นเอ็นพีแอลทั้งหมด ซึ่งจากการสอบถามแบงก์พบว่าเริ่มติดต่อได้แล้ว แต่ยอมรับว่าเอ็นพีแอลคงต้องทยอยเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่จะเห็นว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังจากจบมาตรการพักหนี้ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาพบว่า มีลูกค้าราว 60% ที่กลับมาชำระหนี้ได้ปกติแล้ว”

สำหรับภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาสที่ 3อยู่ที่ 4.6% ขยายตัวชะลอลงจากไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 5% ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อซอฟต์โลน และมีธุรกิจขนาดใหญ่หันไปออกตราสารหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้ธนาคาร และนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน

อย่างไรก็ดี คาดว่าในไตรมาสที่ 4 การเติบโตสินเชื่อน่าจะดีขึ้น จากภาพรวมสินเชื่อ 9 เดือนแรกพบว่ามีอัตราการเติบโต 3.9% ซึ่งน่าจะขยายตัวสูงกว่าปี 2562 ที่สินเชื่อเติบโตเพียง 2% ส่วนหนึ่งมาจากฐานในปี 2561 ที่ค่อนข้างสูงทำให้ปี 2562 สินเชื่อขยายตัวต่ำ โดยในปีนี้คาดกรอบสินเชื่อน่าจะเติบโตได้อยู่ที่ราว 3-5%

ทั้งนี้ หากดูการเติบโตสินเชื่ออุปโภคบริโภคทรงตัวอยู่ที่ 4.8% เท่ากับไตรมาสที่ 2 โดยสิเนชื่อที่ขยายได้ดีขึ้นจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปรับตามอุปสงค์แนวราบที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาปานกลางและสูง รวมถึงการขายบ้านแบบมีส่วนลดและเร่งระบายสต๊อกของผู้ประกอบการ

ขณะที่บัตรเครดิตขยายตัว 1% ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ติดลบ ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาครัฐ ซึ่งจะทำให้สินเชื่อในไตรมาสที่ 4 ปรับดีขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อรถยนต์ที่ปรับดีขึ้นตามยอดขายรถยนต์ที่เติบโต 2% ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลชะลอลดลงจาก 7.8% เหลือ 5.6% สอดคล้องกับกำลังซื้อครัวเรือน

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ปีนี้ ยอมรับว่าปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้ต้องลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยลดภาระลูกหนี้ ซึ่งส่งผลให้รายได้ของระบบธนาคารลดลง ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ก็มีการนำกำไรส่วนหนึ่งไปตั้งสำรอง เพื่อป้องกันหนี้ที่อาจด้อยคุณภาพในอนาคต โดยในไตรมาสที่ 3 มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 23.8% ส่งผลให้แนวโน้มกำไรสุทธิของระบบธนาคารพาณิชย์ปรับลดลง 48.4%

อย่างไรก็ตาม จากผลทดสอบภาวะวิกฤต (Stress test) ของ ธปท.ที่ออกมา ธปท.ก็เชื่อว่าเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ของธนาคารมีความแข็งแกร่งทนทานรับผลกระทบโควิด-19 ได้