มาสด้าฟันธงตลาดรถยนต์ใช้เวลาอีก 2 ปี กว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ปลื้มประชากรรถมาสด้าโตพรวด เดินหน้าลุยขยายงานหลังการขาย ผุดศูนย์ 2S “เเซตเทลไลต์เซอร์วิส” ยึดทำเลถนนสายรอง เจาะขึ้นห้าง เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนการดำเนินธุรกิจด้านบริการหลังการขายของมาสด้าในปี 2564 ว่า บริษัทจะเดินหน้าเติมเต็มงานบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามาสด้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูง
โดยบริษัทได้เดินหน้าเพื่อทดลองแผนธุรกิจศูนย์บริการมาตรฐานรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการหลังการขายแบบ 2S ซึ่งมีให้บริการเฉพาะบริการหลังการขาย (service) และอะไหล่ (spare parts)
เบื้องต้นยังไม่ตัดสินใจตั้งชื่อศูนย์บริการดังกล่าว แต่ภายในมาสด้าเป็นที่เข้าใจกันว่า โครงการดังกล่าวเรียกว่า ศูนย์ “แซตเทลไลต์เซอร์วิส” เพื่อให้บริการงานซ่อมด่วนแบบฟาสต์แทร็ก MAZDA FAST TRACK ที่ให้บริการตรวจเช็กระยะและทำความสะอาดรถเพียง 60 นาที ที่มีช่างผู้ชำนาญการและเครื่องมือที่ครบครัน เพียงลูกค้าโทร.นัดหมายวันและเวลาที่ต้องการนำรถเข้าเช็กระยะ จากนั้นนำรถส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย และรอรับรถที่ศูนย์บริการ ใช้เวลาไม่เกิน 60 นาที
เพื่อเจาะเข้าไปยังพื้นที่ของถนนสายรองโดยบริษัทจะพิจารณาขยายพื้นที่มีความหนาแน่นของปริมาณรถที่เข้าใช้บริการยังศูนย์บริการมาตรฐาน 3S โดยบริษัทเปิดโอกาสให้ผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่นั้น ๆ ที่สนใจและมีความพร้อมลงทุนก่อน
“ตอนนี้เราได้หารือแนวทางดังกล่าวไปยังดีลเลอร์ต่าง ๆ ที่มีปริมาณยอดรถเข้าใช้บริการหลังการขายหนาแน่นก่อน และมาสด้าเราให้สิทธิ์กับดีลเลอร์พื้นที่นั้น ๆ ก่อนเพื่อขยายตรงนี้ก่อน ส่วนใหญ่เขาก็จะมีพื้นที่สำรองไว้แล้ว”
นอกจากพื้นที่ถนนสายรองแล้ว มาสด้ายังมีแนวคิดที่จะขยายศูนย์บริการแซตเทลไลต์เซอร์วิส ออกไปยังพื้นที่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายพื้นที่และรองรับบริการให้กับลูกค้ามาสด้า
สำหรับศูนย์บริการดังกล่าวคาดว่าจะเปิดตัวพร้อมให้ดำเนินการได้อย่างเป็นทางการในไตรมาสแรกของปีหน้า และจะมี 2 สาขานำร่องอยู่ในพื้นที่ ย่านวัชรพล กรุงเทพฯ และลำลูกกา ปทุมธานี ก่อนจากนั้นหากได้รับการตอบรับที่ดีจะเดินหน้าขยายต่อเนื่องทันที
นายชาญชัยยังกล่าวถึงแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างมาสด้า บีที-50 ใหม่นั้น จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า และในวันที่ 19 ธันวาคมนี้จะมีการจัดกิจกรรมให้กับสื่อมวลชนได้สัมผัสรถก่อน และแม้ว่าปีนี้อุตสาหกรรมยานยนต์จะเจอวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา ตลาดเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น และลูกค้าเริ่มมั่นใจที่จะจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เห็นได้จากยอดจองงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา มาสด้าได้มอบแคมเปญสุดพิเศษในรอบปี และค่อนข้างดึงดูดใจ ประกอบกับการนำยนตรกรรมรุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นมาเปิดตัว จึงทำให้ยอดจองเติบโตขึ้น มียอดจองทั้งสิ้น 1,526 คัน
ส่วนทั้งปีคาดว่าอุตสหกรรมยายนต์น่าจะมียอดขายที่ 760,000 คัน จากเดิมประเมินไว้ 720,000-740,000 คัน อย่างไรก็ตาม มาสด้าหวังว่าโมเมมตัมของตลาดน่าจะส่งผลให้ยอดขายมีการเติบโตไปจนจบปี
และมาสด้าจะมียอดขายปีนี้ที่ 40,000 คัน ลดลงไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ราว 25-27%
ส่วนปีหน้ามาสด้าประเมินบนพื้นฐานสถานการณ์ในปัจจุบัน คาดว่าปี 2564 จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 840,000 คัน ขณะที่มาสด้าตั้งเป้าโต 5-10%
อย่างไรก็ตาม มาสด้ายังเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะกลับมาเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเจอวิกฤตโควิดได้ ยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี หรือในปี 2565 จะกลับสู่ภาวะปกติ
ก่อนหน้านี้ มาสด้าในปัจจุบันมีผู้จำหน่ายที่นำร่องเปิดเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ในศูนย์บริการ 3S โดยเปิดให้บริการแล้ว 8 แห่ง และเตรียมเพิ่มจำนวนต่อเนื่อง ตั้งเป้าภายในปีงบประมาณ 2563 นี้ (เดือนมีนาคม 2564) จะพร้อมเปิดให้บริการทั้งสิ้น 23 แห่งทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แซตเทลไลต์ เซอร์วิส หรือบริการ 2 เอสจะใช้เงินลงทุนไม่เยอะ ราว ๆ 3-5 ล้านบาท ให้บริการแบบเดียวกับฟาสต์ฟิต ทั้งถูก เร็ว และดี ซึ่งดีลเลอร์ที่มีโชว์รูมแบบ 3 เอส สามารถทำได้ทันที