เกษตรพลอตจุดเสี่ยงเผาไร่ 5 พันกว่าตำบลทั่วประเทศ-อีสานหนักสุด
กระทรวงเกษตรฯ พลอตจุดเสี่ยงเผาในพื้นที่เกษตรกรรมครอบคลุม 5,487 ตำบลใน 844 อำเภอทั่วประเทศ จับตาอีสานเผาอ้อยหนัก ให้ผู้ว่าฯในพื้นที่รับมือ ส่วนภาคเหนือมีเผาไร่-เผาป่า เชียงใหม่ตั้งเป้าลดจุดความร้อนลงให้ได้ร้อยละ 25 ยอมรับปีนี้เลิกประกาศ “ห้ามเผาเด็ดขาด” เพราะไม่ได้ผล ยิ่งห้ามยิ่งเผากันหนัก
ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกิดจากเครื่องยนต์ดีเซล กิจกรรมการขนส่ง และการเผาในที่โล่ง ล่าสุด กรมพัฒนาที่ดินได้ส่งรายงานพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาในพื้นที่เกษตรปี 2564 เสนอต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฏมีพื้นที่เสี่ยงสูงใน 844 อำเภอหรือ 5,487 ตำบลทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีพื้นที่เสี่ยงต่อการเผามากที่สุด
ยกตัวอย่าง จังหวัดเชียงราย 117 ตำบลใน 18 อำเภอ, เพชรบูรณ์ 104 ตำบลใน 11 อำเภอ, ลำปาง 96 ตำบลใน 13 อำเภอ, พิจิตร 88 ตำบลใน 12 อำเภอ, พิษณุโลก 82 ตำบลใน 9 อำเภอ, นครสวรรค์ 126 ตำบลใน 15 อำเภอ, นครราชสีมา 272 ตำบลใน 32 อำเภอ, ขอนแก่น 194 ตำบลใน 24 อำเภอ, บุรีรัมย์ 183 ตำบลใน 23 อำเภอ, ร้อยเอ็ด 171 ตำบลใน 19 อำเภอ, อุดรธานี 151 ตำบลใน 20 อำเภอ, ศรีสะเกษ 150 ตำบลใน 21 อำเภอ, กาฬสินธุ์ 128 ตำบลใน 18 อำเภอ, สุรินทร์ 142 ตำบลใน 17 อำเภอ, มหาสารคาม 115 ตำบลใน 13 อำเภอ และสกลนคร 116 ตำบลใน 18 อำเภอ
ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเผานั้น จะมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไร่อ้อย ในขณะที่ภาคเหนือมาจากการเผาในที่สูงเพื่อปลูกข้าวโพดและการเกิดไฟป่าเป็นหลัก
ด้านนายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปี 2564 จังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าจัดการลดจุดความร้อน (hotspot) ลงให้ได้ 25% โดยมีพื้นที่เป้าหมายไม่เกิน 500,000 ไร่ โดยจะเน้นการบริหารจัดการเชื้อเพลิง แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ โซนใต้ (อ.หางดง อ.แม่วาง อ.ฮอด อ.ดอยเต่า อ.อมก๋อย อ.แม่แจ่ม) เนื่องจากเป็นกลุ่มพื้นที่ที่ใบไม้แห้ง โดยจะเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564
ส่วนโซนเหนือเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน การบริหารจัดการจะเริ่มในเดือนมีนาคม-เมษายน ทั้งนี้ปี 2564 เป็นปีแรกที่จะไม่มีการประกาศ “ห้ามเผาอย่างเด็ดขาด” อีกต่อไป เพราะที่ผ่านมา “ไม่เคยห้ามได้ แต่กลับมีการเผามากยิ่งขึ้น”
นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า กระบวนการทำงาน “เชียงใหม่โมเดล” ในการแก้ปัญหาฝุ่นควันเชียงใหม่ในปี 2564 เป็นการรวมตัวกันของประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ทำให้มองเห็นเป้าหมายชัดมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ลดช่องว่างระหว่างกลุ่มคน คนเมืองไม่โทษเกษตรกรว่าเป็นสาเหตุของการเกิดไฟป่า มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ โดยการหันมามองว่าสาเหตุมาจากการพัฒนาด้วย ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ควันรถ
นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปีนี้ฝุ่นลดลงถึง 50% เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาสั่งให้ทุกหน่วยงานราชการมีมาตรการที่เข้มข้น ห้ามการเผาอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและอ้อย
ส่วนนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในปีนี้การเผาอ้อยที่ทำให้เกิดมลพิษฝุ่นควันจะลดลง เพราะการปลูกอ้อยลดลง 50% โดยทางภาครัฐมีการประสานกับภาคเอกชนรณรงค์ลดการเผาให้ในเขตอุตสาหกรรมทำไร่อ้อยจังหวัดอุดรฯ-ขอนแก่น มีการใช้เครื่องสางใบอ้อยมาใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการเก็บตอซังข้าวนำขายตันละ 1,000 บาทเพื่อนำไปใช้ในโรงงานไฟฟ้าชีวมวล การขอความร่วมมือโรงงานรับซื้ออ้อยสด 80% อ้อยเผา 20% เป็นการบีบให้เกษตรกรปรับตัวเอง