เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สุพัฒนพงษ์ บอกเอกชน ขอซอฟต์โลนใช้หนี้ ต้องไปคุยกับแบงก์เอง

28 ธ.ค. 2563 | 08:45น.
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน

สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน

“สุพัฒนพงษ์” รองนายกฯ-รมว.พลังงาน เชื่อโควิด-19 ระบาดใหม่อยู่ในวงแคบ-สั้น คงมุมมองเศรษฐกิจทั้งปี – 6% ปีหน้าฝากความหวังวัคซีน-นักท่องเที่ยวดันเศรษฐกิจโต 4% อัพ เดินหน้าอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ-รายจ่ายประจำ-พีพีพี ลงระบบเศรษฐกิจ ส่วนมาตรการช่วยสายการบิน-อสังหาฯ ส่อแววแป้ก-ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการระบาดรอบใหม่ ว่าสถานการณ์ยังอยู่ในวงจำกัดและรัฐบาลยังควบคุมสถานการณ์ได้และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 กว่าวันเท่านั้น ซึ่งทำให้ผลกระทบที่จะเกิดกับเศรษฐกิจมีไม่มากนัก

ทั้งนี้แม้จะมีการประเมินว่าการล็อกดาวน์ จ.สมุทรสาคร จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติมีการประเมินว่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ยังถือว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศที่มีขนาดประมาณ 12.6 ล้านล้านบาท ซึ่งก็ถือว่ายังกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไม่มากนัก

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจในปีนี้และปี 2564 ยังมีความเห็นว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวเท่าเดิมคืออยู่ที่ประมาณ -6% ตามตัวเลขการคาดการณ์ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ส่วนในปี 2564 มองว่าเศรษฐกิจอาจจะขยายตัวได้เกินกว่า 4% เนื่องจากเมื่อมีวัคซีนโควิด-19 เข้ามาแล้วจะทำให้สามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้ และในตอนนี้มีหลายประเทศที่ต้องการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งเรายังคงให้กักตัว 14 วัน แต่หากมีวัคซีนแล้วก็สามารถที่จะพิจารณาลดเงื่อนไขในส่วนนี้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าในปี 2564 จะต้องปรับแผนการขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจอย่างไรหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่าก็จะยังคงเน้นในเรื่องของการลงทุนและการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยในเรื่องของงบประมาณมีวงเงินอยู่กว่า 3.2 ล้านล้านบาท ก็จะช่วยในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของการลงทุนจะเน้นเรื่องความร่วมมือให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ (พีพีพี) มากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ต่าง ๆ ที่จะมีความต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามว่าธุรกิจขนาดใหญ่และภาคเอกชนบางอุตสาหกรรมรอมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น ธุรกิจสายการบินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตรงนี้รัฐบาลจะมีการช่วยเหลือหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า กำลังพิจารณาบางมาตรการ แต่ไม่ใช่มาตรการซอฟต์โลน ซึ่งบางธุรกิจก็มีการช่วยเหลือบางมาตรการไปแล้ว เช่นธุรกิจสายการบินที่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน แต่มาตรการซอฟต์โลนที่ขอสนับสนุนเข้ามารัฐบาลคงไม่ได้ช่วยในส่วนนั้น ส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เราก็มีการช่วยเหลือไปแล้วในส่วนของการพ่วงเงื่อนไขการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปกับการซื้อไทยแลนด์อีลิทการ์ดแล้ว

“การขอให้รัฐบาลช่วยซอฟต์โลนต้องถามว่าผู้ประกอบการจะเอาซอฟต์โลนไปทำอะไร ไปใช้หนี้เงินต้นใช้ดอกเงินกู้หรือ? ถ้าแบบนั้นทำไมไม่ไปคุยกับแบงก์เอง ซึ่งแบงก์ก็พร้อมที่จะช่วยทั้งขยายระยะเวลา ปรับโครงสร้างหนี้ และขอสินเชื่อเพิ่มเติมซึ่งส่วนนี้ไม่ใช่ขอให้รัฐบาลช่วย” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์