Skip to content

‘ชโย กรุ๊ป’ เปิดเกมรุกปี’64 ผุดบริษัทย่อยขยายช่องรับซื้อหนี้ปั้นกำไรโต

04 ม.ค. 2564 | 20:08น.
‘ชโย กรุ๊ป’ เปิดเกมรุกปี’64 ผุดบริษัทย่อยขยายช่องรับซื้อหนี้ปั้นกำไรโต
สัมภาษณ์

บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เพิ่งย้ายหุ้นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มธุรกิจการเงิน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2563 หลังจากเทรดอยู่ในตลาด mai มากว่า 2 ปี ซึ่งในท่ามกลางภาวะวิกฤตที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนแนวโน้มหนี้เสียในระบบอยู่ในช่วงขาขึ้น ถือเป็นโอกาสทองของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC)

ส่วนเหตุผลที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร “สุขสันต์ ยศะสินธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAYO ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงก้าวต่อไปของธุรกิจในระยะข้างหน้า

โดย “สุขสันต์” เล่าถึงสาเหตุที่บริษัทตัดสินใจย้ายเข้าจดทะเบียนใน SET ว่า เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมและมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในแง่ผลประกอบการที่โดดเด่น ทุนจดทะเบียน และมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งการย้ายเข้า SET เป็นการเปิดโอกาสให้กองทุน หรือนักลงทุนสถาบันสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้น CHAYO ได้ง่ายมากขึ้น

“ที่ผ่านมาก็มีหลายกองทุนที่สนใจหุ้นของเรา รวมถึงสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในรูปแบบอื่น นอกเหนือจากการซื้อหุ้นในตลาด เช่น ผ่านรูปแบบหุ้นกู้ เป็นต้น โดยการย้ายเข้าไปจดทะเบียนใน SET ครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้ CHAYO แข็งแกร่ง รวมถึงเติมเต็มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและพันธมิตร” นายสุขสันต์กล่าว

ขณะที่ภาพรวมของธุรกิจในปี 2563 ณ สิ้นเดือน ก.ย. บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 352.47 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีรายได้ทั้งปีที่ 295.02 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะเติบโตราว 50% จากปี 2562 ส่วนกำไรสุทธิช่วง 9 เดือน อยู่ที่ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งปีที่มีกำไรสุทธิ 111.43 ล้านบาท

“สุขสันต์” บอกว่า ปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ทั้งหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) เข้ามาบริหารได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. ที่บริษัทสามารถซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มเติมถึง 12,569 ล้านบาทภายในเดือนเดียว ส่งผลให้ภาพรวมการซื้อหนี้เข้ามาบริหารในปีนี้อยู่ที่ 15,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าทั้งปีนี้จะซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพียง 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/63 บริษัทมีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ประมาณ 53,514 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน 37,950 ล้านบาท และหนี้ที่มีหลักประกัน 15,564 ล้านบาท

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2564 “สุขสันต์” บอกว่า CHAYO จะยังเน้นกลยุทธ์การเติบโต ผ่านการรับซื้อหนี้ใหม่เข้ามาบริหาร โดยประเมินว่าหนี้เสียในระบบจะมีมูลค่ารวมประมาณ 6 แสนล้านบาท และคาดว่าธนาคารจะปล่อยออกมาขายประมาณ 3 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่ม AMC น่าจะซื้อเข้ามาบริหารได้จริงแค่ประมาณ 1 แสนล้านบาท

โดยบริษัทเตรียมเงินทุนไว้เพื่อซื้อหนี้มาบริหารปีนี้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำไปซื้อหนี้ได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะส่งผลให้รายได้ในปี 2564 เติบโตราว 25%

“สุขสันต์” บอกด้วยว่า ล่าสุด บริษัทได้ตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า “บริษัท ชโย เจวี จำกัด” หรือ CHAYO JV ขึ้นด้วย ซึ่งการจัดตั้งบริษัทย่อยจะช่วยให้ CHAYO สามารถระดมทุนเพื่อนำมาซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติมได้ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯประมาณ 1-2 รายเข้ามาร่วมทุน คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ โดย CHAYO จะเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัทร่วมทุนที่ 55% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนกับธนาคารเจ้าหนี้“ปัจจุบันเราได้เงินทุนจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ กำไรสะสมของบริษัท การออกหุ้นกู้ และเงินกู้จากธนาคาร ซึ่งช่องทางสุดท้าย มีข้อจำกัดตรงที่บริษัทไม่สามารถซื้อหนี้เสียจากธนาคารเจ้าหนี้มาบริหารได้ ดังนั้น การตั้งบริษัทย่อยเป็นวิธีแก้ปัญหาในส่วนนี้” นายสุขสันต์กล่าว

“สุขสันต์” เชื่อว่า การเติบโตทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นหลังการจับมือกับพันธมิตรดังกล่าว CHAYO จะสามารถระดมทุนได้เพิ่มเติมอีกราว 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ

นอกจากนี้ การมีเงินทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้บริษัทสามารถขยับจากการซื้อหนี้รายย่อย (retail) เข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ CHAYO เข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา ไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ (corporate) ได้อีกด้วย

“การเปิดบริษัทย่อย จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ CHAYO มีผลการดำเนินงานที่เติบโตได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 25% ในปี 2564” นายสุขสันต์กล่าว

การขยับของ CHAYO ที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ในภาวะที่ตลาดเอื้ออำนวย ถือได้ว่าเป็นการเล่นเกมรุกอย่างถูกจังหวะ ซึ่งจะน่าช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CHAYO