เงินบาทขยับแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
เงินบาทขยับแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยปรับลงท่ามกลางแรงขายเพื่อลดสถานะความเสี่ยงก่อนหยุดปีใหม่ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้า (4-8 ม.ค. 64) เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกและในไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทขยับแข็งค่ากลับมาทะลุแนว 30.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ อีกครั้งในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2563 โดยเงินบาทขยับอ่อนค่าช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและกระจายออกไปในหลายจังหวัด
ประกอบกับมีแรงขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีเงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาตามแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของกลุ่มผู้ส่งออก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงขาดปัจจัยใหม่ๆ มาสนับสนุน
ในวันพุธ (30 ธ.ค. 2563) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 29.94 เทียบกับระดับ 30.09 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (25 ธ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (4-8 ม.ค. 64) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 29.80-30.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกและในไทย รายงานนโยบายการเงินของธปท. และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนธ.ค. ของสหรัฐฯ จีน ยูโรโซน และอังกฤษ
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญอื่นๆ ระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนธ.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย.
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยแกว่งตัวอิงขาลง โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,449.35 จุด ลดลง 2.49% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 89,632.84 ล้านบาท ลดลง 10.09% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.19% มาปิดที่ 336.29 จุด

หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบัน หลังจากปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า สวนทางกับทิศทางหุ้นภูมิภาคซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นขานรับการลงนามของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ทั้งนี้ หุ้นไทยปรับตัวลงอีกครั้งในวันทำการสุดท้ายของปี ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีแรงขายเพื่อลดสถานะความเสี่ยงก่อนปิดหยุดยาว
สรุปภาพรวมการเคลื่อนไหวของเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในปี 2563
ความเคลื่อนไหวของเงินบาท ปี 2563
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 29.76-33.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในปี 2563 โดยเงินบาทเริ่มทยอยอ่อนค่าลงตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนม.ค. 2563 ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบจากโควิด-19 รอบแรก ซึ่งมีการระบาดออกไปในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในช่วงเวลานั้น นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิ ทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สัญญาณถดถอยของเศรษฐกิจโลกกระตุ้นแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย

อย่างไรก็ดี เงินบาทสามารถลดช่วงอ่อนค่าและกลับมาปรับตัวในกรอบที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปี โดยได้รับแรงหนุนจากสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบไม่จำกัดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 รอบแรกที่เริ่มคลี่คลายลง และผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของนายโจ ไบเดนก็เป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในฝั่งเอเชีย รวมถึงเงินบาท
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและหนุนให้ค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นในช่วงเดือนธ.ค. 2563 คือ การที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Monitoring List ในรายงานการประเมินนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์กันว่า ทางการไทยอาจต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังมากขึ้นในการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
และแม้เงินบาทจะมีทิศทางแข็งค่าในช่วงปลายปี แต่สัญญาณที่เสี่ยงมากขึ้นของการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ก็จำกัดกรอบการแข็งค่าไว้บางส่วน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ปี 2563
SET Index มีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 969.08-1,604.43 จุดในปี 2563 หุ้นไทยทยอยปรับตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นปี ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยกดดัน อาทิ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความล่าช้าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ก่อนจะร่วงลงแตะจุดต่ำสุดในช่วงเดือนมี.ค. หลังไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศต่างๆ รวมถึงไทยต้องประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์
หุ้นไทยปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมา โดยมีปัจจัยหนุนจากการออกมาตรการฉุกเฉินของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ทั้งปรับลดดอกเบี้ยและอัดฉีดสภาพคล่อง รวมถึงการทยอยปลดล็อกเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่เริ่มย่อตัวลงเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี ท่ามกลางแรงฉุดจากความกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค ขานรับผลการเลือกตั้งปธน. สหรัฐฯ คนใหม่ ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระตุ้นความหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรอบการปรับขึ้นของหุ้นไทยในช่วงสิ้นปีถูกจำกัดจากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีสัญญาณรุนแรงและยืดเยื้อ