เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตาผลคะแนนวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจียคืนนี้
เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตาผลคะแนนวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจียคืนนี้ ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศตลาดได้แรงหนุนจากการที่ไม่มีการล็อกดาวน์ และความคืบหน้าเรื่องวัคซีน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 5 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 29.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (4/1) ที่ระดับ 29.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องในระหว่างการซื้อ-ขายวันแรกของปี (4/1) จากแรงเทขายของนักลงทุนเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่น สอดรับมุมมองที่ว่าธนาคารกลาสหรัฐมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อในระยะยาว
อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับตัวแข็งค่ากลับในช่วงการซื้อ-ขายข้ามคืน (overnight trading) จากความกังวลของนักลงทุนว่า หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภารอบสองในรัฐจอร์เจียวันนี้ (5/1) จะทำให้ทางพรรคสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งจะผลักดันให้มาตรการปรับขึ้นภาษีภายใต้รัฐบาลของนายโจ ไบเดน เป็นไปได้ง่ายขึ้น และจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงภายในวันเดียวอย่างหนักที่สุดในรอบเกือบ 10 สัปดาห์
ประกอบกับตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในสหรัฐและภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก แต่ในทางกลับกันการที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้นั้น จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่รัฐบาลจะสามารถผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงินที่สูงกว่าสมัยรัฐบาลพรรครีพับลิกัน
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ (4/1) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่พุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนตุลาคม ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 57.1 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแตือนกันยายน 2557 จากระดับ 56.7 ในเดือนก่อนหน้า
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากการที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีส่งสัญาณไม่ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ และยังมีความคาดหวังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มด้วยหลังจากที่มีการคุมเข้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งพัฒนาการด้านวัคซีนโควิด-19 จากต่างประเทศที่เริ่มมีการใช้กันแล้ว
ส่วนไทยก็ได้มีการสั่งซื้อวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมจากบริษัทซิโนแวก ไบโอเทค (Sinovac Biotech) ของจีนจำนวน 2 ล้านโดส
ทั้งนี้เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้หลังจากที่ไม่มีการล็อกดาวน์ และยังได้แรงหนุนจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินบาทยังคงปรับตัวแข็งค่าจากกระแสเงินทุนไหลเข้าระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.81-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/1) ที่ระดับ 1.2261/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดวันจันทร์ (4/1) ที่ระดับ 1.2290/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
โดยค่าเงินยูโรยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าเทียบสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนมีความคาดหวังว่า เศรษฐกิจของยูโรโซนจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากสหภาพยุโรปและอังกฤษสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกัน หลังจากที่อังกฤษถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งการรับรองให้มีการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ทั่วทวีปยุโรปจะช่วยหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจที่บ่งชี้ว่า โรงงานของเยอรมนียังคงผลิตสินค้าออกมามากขึ้นในเดือนธันวาคม แม้มีมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไอเอชเอส มาร์กิตรายงานว่า ดัชนีผู้จัดซื้อขั้นสุดท้ายของภาคการผลิต เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 58.3 ในเดือนธันวาคม จากระดับ 57.8 ในเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2244-1.2279 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2273/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/1) ที่ระดับ 103.12/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (4/1) ที่ระดับ 102.75/77 เยน/ดอลลาร์ เงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าเทียบดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ รวมทั้งได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
เช่นเดียวกับการติดเชื้อในประเทศญี่ปุ่น โดยรายงานระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงในกรุงโตเกียว ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 108 รายในวันจันทร์ (4/1) เพิ่มขึ้นจากสถิติเก่า 105 ราย เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วในระหว่างการประกาศภาวะฉุกเฉิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (2/1)
กรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียงอีก 3 แห่ง ได้แก่ จังหวัดไซตามะ ชินะ และคานากาวะ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกลางญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้น ซึ่งได้เพิ่มแรงกดดันต่อระบบการแพทย์ในพื้นที่ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 102.85-103.18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 102.90/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ตลาดจับตาการเปิดเผยข้อมูลภาคแรงงานที่สำคัญของสหรัฐ ในวันศุกร์ (8/1) ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงาน และอัตราค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงในเดือนธันวาคม
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.25/+0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตรป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +2.0/+3.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ