ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดขาดปัจจัยหนุนใหม่
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดขาดปัจจัยหนุนใหม่ ระหว่างวันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.90-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/1) ที่รดับ 29.91/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (6/1) ที่ระดับ 29.88/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการรายงานว่า นายราฟาเอล วอร์นอค และนายโจน ออสซอฟฟ์ จากพรรคเดโมแครต ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒสภารอบสองในรัฐจอร์เจีย ส่งผลให้พรรคเดโมแครตสามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทำเนียบขาว วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร
ซึ่งจะช่วยให้คณะบริหารของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐสามารถออกมาตรการต่าง ๆ ได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งรวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาสหรัฐ ส่งผลให้สภาคองเกรสต้องระงับการประกาศรับรองชัยชนะของนายไบเดนเป็นการชั่วคราว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การอารักขารอง ปธน.ไมค์ เพนซ์ ซึ่งเป็นประธานในการประกาศผลการนับคะแนนของคณะผู้เลือกตั้ง
ขณะที่นางมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันได้ประกาศขยายเวลาเคอร์ฟิวในกรุงวอชิงตันออกไปอีก 15 วันจนกว่าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน จะผ่านพ้น และได้ขอให้ทหารจากหน่วยกองกำลังพิทักษ์ (National Guard) ตรึงกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยในวอชิงตัน
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยในเมื่อคืนนี้ (6/1) มีรายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐลดลง 123,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน และสวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 88,000 ตำแหน่ง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจปิดกิจการและปลดพนักงานจำนวนมาก
ทางด้านไอเอชเอส มาร์กิต เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.8 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนจากระดับ 58.4 ในเดือนพฤศจิกายน โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.90-29.97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.98/30.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลืjอนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/1) ที่ระดับ 1.2332/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (6/1) ที่ระดับ 1.2330/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในยุโรปและสหราชอาณาจักร แม้ว่าเมื่อคืนนี้มีข่าวสำนักงานยาแห่งยุโรป (EMA) และคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ประกาศอนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของบริษัทไมเดอร์นา อิงค์ ซึ่งเพิ่มความหวังว่ายุโรปจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในเมื่อคืนนี้ (6/1) ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 46.4 ในเดือนธันวาคม หลังจากแตะระดับ 41.7 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยได้รับผกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่
และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหราชอาณาจักร ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.4 ในเดือนธันวาคม จากระดับ 47.6 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2279-1.2375 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2282/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (7/1) ที่ระดับ 103.04/05 เยน/ดอลลาร์สหรับ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (6/1) ที่ระดับ 102.83/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (7/1) นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียว พร้อมอนุมัติมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อต่อสู่กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
การประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวซึ่งจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 เดือนนั้น จะขอให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและเรียกร้องให้ธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงร้านอาหาร สถานบันเทิง และห้างสรรพสินค้างดให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา 19.00 น. และปิดให้บริการในเวลา 20.00 น.
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 102.94-103.47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.43/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำกรับดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมนี เดือนพฤศจิกายน (7/1), ยอดค้าปลีกของยูโรโซน เดือนพฤศจิกายน (7/1), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนเดือนธันวาคม (7/1), ตัวเลขผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (7/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐเดือนธันวาคม โดยสถาบันไอเอสเอ็ม (7/1),
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของยูโรโซน เดือนพฤศจิกายน (8/1), ตัวเลขว่างงานของสหรัฐ เดือนธันวาคม (8/1), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ เดือนันวาคม (8/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.45/06 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.85/-0.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ