เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ รับฟังความเห็น พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ เปิดช่องเกษตรกร-ประชาชนแนะ
Economic เกษตรฯ รับฟังความเห็น พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ เปิดช่องเกษตรกร-ประชาชนแนะ
สสส. เปิดตัว RSN10 สำนักข่าวความปลอดภัยทางถนน หวังช่วยลดอุบัติเหตุลงร้อยละ 50 ภายในปี 73
Uncategorized สสส. เปิดตัว RSN10 สำนักข่าวความปลอดภัยทางถนน หวังช่วยลดอุบัติเหตุลงร้อยละ 50 ภายในปี 73
SX2026 ชู “ปรับ รับ เปลี่ยน” ขยายสู่ภาคธุรกิจ จัดใหญ่ 6–15 พ.ย.
SD SX2026 ชู “ปรับ รับ เปลี่ยน” ขยายสู่ภาคธุรกิจ จัดใหญ่ 6–15 พ.ย.
เอกนิติ ชง ครม.สัปดาห์หน้าไฟเขียวโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน
Finance เอกนิติ ชง ครม.สัปดาห์หน้าไฟเขียวโซลาร์รูฟท็อปครัวเรือน
การรถไฟฯ งัดไม้แข็ง ฟ้องเอกชน-แบงก์ คืนหนี้สิทธิร่วมลงทุน ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ 1.3 หมื่นล้าน
Economic การรถไฟฯ งัดไม้แข็ง ฟ้องเอกชน-แบงก์ คืนหนี้สิทธิร่วมลงทุน ‘แอร์พอร์ตลิงก์’ 1.3 หมื่นล้าน
เกษตรฯ จ่อเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มครัวเรือนละ 3,000 บาท เตรียมของบกลาง 1.57 พันล้าน
Economic เกษตรฯ จ่อเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มครัวเรือนละ 3,000 บาท เตรียมของบกลาง 1.57 พันล้าน
ปกรณ์ โชว์เวที OECD กฎหมายไทยทันบริบทโลก
Politics ปกรณ์ โชว์เวที OECD กฎหมายไทยทันบริบทโลก
สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
Politics สั่ง ‘ผบ.ตร.’ ติดตามเหตุฝรั่งเศส เฝ้าระวังอย่าให้เกิด ชี้บริบทสังคมไม่เหมือนกัน
ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
Politics ครม.พร้อมเทเวลาอภิปรายให้ ‘ฝ่ายค้าน’ ชี้รัฐมนตรีเน้นแจงกระชับ ยันให้เกียรติสภา
ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
Biz Movement ฮัลโลวีนนี้มีแต่ความน่ารัก “แอบิเกล” เตรียมเดบิวต์ซิงเกิลแรก “กุ๊กกู๋”
ดูทั้งหมด

ปมแรงงานเถื่อนสมุทรสาคร “นิรโทษกรรม” ทางออกที่อาจล้มเหลว

09 ม.ค. 2564 | 11:00น.

ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ความรุนแรงของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ดูรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งตรวจยิ่งเจอ ซึ่งสร้างความหวาดวิตกให้กับรัฐบาล และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

“สมุทรสาคร” ถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีโรงงานมากถึง 6,082 แห่ง และเป็นศูนย์กลางของวัตถุดิบอาหารทะเล โรงงานผลิตอาหารทะเลขนาดใหญ่ที่ป้อนตลาดคนไทย และทั่วโลก

เมื่อเกิดผลกระทบกับสมุทรสาคร เท่ากับสะเทือนถึง “การส่งออก” มูลค่าหลายแสนล้านไปด้วย เพราะเป็นห่วงโซ่อุปทานทั่วประเทศไทย

ตรวจ 2 หมื่น เจอ 3 พัน

กรณีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดในโรงงานปลากระป๋องรายใหญ่ “บริษัท พัทยาฟู้ดส์ อินดัสตรี จำกัด” ภายใต้แบรนด์ “นอติลุส” บนถนนเศรษฐกิจ 1 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จากการตรวจเชิงรุก 3,800 คน พบผู้ติดเชื้อ 914 คน แยกเป็น คนไทย 103 คน ต่างด้าว 811 คน

ถัดมาไม่กี่วันมีข่าววงในลอดออกมาว่า ยังพบการติดเชื้อในโรงงานปลากระป๋อง และแปรรูปอาหารทะเลอีกหลายโรง จำนวนนับร้อยคนในละแวกเดียวกัน ซึ่งอยู่ไม่ห่าง “ตลาดกลางกุ้งสมุทรสาคร” และ “หอพักศรีเมือง” แหล่งของโรคต้นตอ

สาธารณสุขสมุทรสาคร รายงานผล ณ 7 มกราคม 2564 มีการค้นหาเชิงรุกไปทั้งหมด 22,778 ราย พบผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันสะสมรวม 3,142 ราย (ต่างด้าว 2,473 ราย คนไทย 669 ราย)

สาเหตุการแพร่ระบาดในรัศมี 1-5 กม.จากตลาดกลางกุ้ง เนื่องจากมีแรงงานต่างด้าวที่ถูกและไม่ถูกกฎหมายทำงานในตลาดดังกล่าวจำนวนมาก รวมถึงตลาดทะเลไทย โรงงาน ร้านค้า ล้วนเป็นญาติมิตร จึงพักอาศัยในบริเวณเดียวกัน คือ ซอยวัดศรีเมือง ชุมชนซอยไทยยูเนี่ยน ถือเป็น “ชุมชนใหญ่” ของต่างด้าวกว่า 1 แสนคน และอยู่อย่างแออัด เมื่อมีผู้ติดเชื้อจึงแพร่ระบาดเร็ว

เปิดปมแรงงานเถื่อน

ในข้อเท็จจริงยอมรับกันว่า สมุทรสาครมีการลักลอบนำเข้า “แรงงานผิดกฎหมาย” มากที่สุด จึงไม่ได้ผ่านการคัดกรองโรค

“สมพงศ์ สระแก้ว” ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ผู้คลุกคลีกับแรงงานข้ามชาติ ให้ข้อมูล “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่มีเอกสารถูกต้องในไทยมี 2.6-2.7 ล้านคน แบ่งเป็น แรงงานต่างด้าวในสมุทรสาคร 2.6-2.7 แสนคน จำนวนนี้เป็นแรงงานเมียนมา 2.4 แสนคน หรือ 90% และแรงงานไม่ถูกกฎหมายอีกเท่าตัว รวมแล้วจะมีแรงงานต่างด้าว 3-4 แสนคน ทำให้สมุทรสาครถูกเรียกว่า Little Burma หรือ Burma City เป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาทั้งเรื่องแรงงานเด็ก แรงงานค้ามนุษย์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม จนมาถึงยุคโควิด

แรงงานไม่ถูกกฎหมายเหล่านี้มีกระบวนการนายหน้าลักลอบนำพามา 2 ช่องทาง คือ ผ่านด่านโดยมีระบบเคลียร์คนมีสี มีแบ็กอัพรู้เส้นสนกลในและเข้าจากช่องทางธรรมชาติ ทั้งด่านท่าขี้เหล็ก แม่สอด สังขละบุรี บ่องตี้ พุน้ำร้อน ด่านสิงขร ทองผาภูมิ ฯลฯ

ก่อนโควิดยังไม่มา การนำเข้าแรงงานเมียนมา มีค่าหัวคิวคนละ 10,000-15,000 บาท แรงงานกัมพูชาประมาณ 4,000-5,000 บาท

ก่อนโควิดระบาดรอบแรก มีแรงงานต่างด้าวทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ 2 กลุ่ม 1) แรงงานที่เคยอยู่ในไทยอยู่แล้ว และหนีกลับไปตอนเกิดระบาดรอบแรก พอเมียนมาเกิดโควิดระบาดก็หนีกลับไทยอีก 2) แรงงานใหม่ที่เข้ามาใหม่

หลังเข้ามาแล้วมีระบบดูแลคุ้มครองนอกระบบ หรือส่วย โดยทุกเดือนต้องเสียค่าคุ้มครองต่อหัวต่อคน 500 บาทต่อเดือน สำหรับแรงงานที่ไม่มีเอกสาร กับแรงงานที่หลุดออกนอกระบบ ซึ่งกลายเป็นแรงงานเถื่อนในที่สุด

นิรโทษกรรมไม่ตอบโจทย์

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ถึงเวลาที่จะต้องนำ “แรงงานใต้ดิน” เหล่านี้ ขึ้นมา “บนดิน” ต้องรู้ว่าแรงงานต่างด้าวแต่ละคนเป็นใคร มีที่มาอย่างไร เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ มิเช่นนั้น การคัดกรองโรค การสอบสวนโรค จะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

จึงเป็นที่มาของมติ ครม.เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงผ่อนผันให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่อยู่ในประเทศไทย สามารถอยู่ในประเทศไทยและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นกรณีพิเศษได้อีก 2 ปี กรณีที่มีนายจ้างและไม่มีนายจ้าง ให้หานายจ้างให้ได้ภายในระยะเวลา 90 วัน โดยการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2564 แต่จะต้องผ่านการตรวจสุขภาพหาเชื้อโควิด-19 และโรคต้องห้าม 6 โรค รวมทั้งทำประกันสุขภาพระยะเวลา 2 ปี ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ 7,200 บาท และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 9,810 บาทต่อคน ทางกระทรวงแรงงานจะออก “บัตรสีชมพู” ให้

ปรากฏว่า เงื่อนไขดังกล่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สอบถามจากโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการหลายรายให้ความเห็นตรงกันว่า ค่าใช้จ่ายในการให้แรงงานเถื่อนขึ้นมาเป็นแรงงานถูกกฎหมาย 9,810 บาท เป็นราคาที่สูงเกินไป แรงงานไม่มีเงินที่จะมาทำ ขณะที่นายจ้างเองในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากวิกฤตโควิดต่าง ๆ ไม่มีเงินเพียงพอที่จะรับภาระจ่ายแทนแรงงานก่อน

ดังนั้น ทางออกตอนนี้ 1.การลงทะเบียนออนไลน์ทำให้เข้าใจง่าย นายจ้างลงทะเบียนเองได้กับลูกจ้าง โดยไม่ต้องผ่านบริษัทนายหน้า 2.การตรวจสุขภาพระยะชั่วคราวเพียง 1 ปีก่อน

“แรงงานบ่นมาว่า ทุกคนอยากอยู่ที่แจ้ง ทุกคนอยากมีเอกสาร สามารถเดินไปไหนมาไหน ตำรวจไม่จับ หากทุกคนได้อยู่ในระบบ พอเกิดปัญหาต่าง ๆ จัดการแก้ปัญหาได้ง่ายกว่า เช่น หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ตาย เสียชีวิต ถูกละเมิด แต่ช่วงตั้งแต่เกิดโควิดรอบแรกลำบากไม่มีเงินเก็บ เพราะแรงงานเองก็ทำงานรายวัน หาเช้ากินค่ำ พอกำลังจะมีงานก็เกิดโควิดระบาดรอบใหม่ ก็ทำงานไม่ได้ ตอนนี้ก็มีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะกลัวโควิดเท่านั้น ตอนนี้กลัวแบบแผนการใช้ชีวิตที่มันเปลี่ยนไป ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจ่ายค่าห้องพัก จะเอาเงินจดทะเบียนขนาดนี้จะเอาเงินจากไหน เชื่อว่านายจ้างอาจจะส่วนน้อยที่ออกให้ก่อน เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี นายจ้างประสบปัญหาเหมือนกัน และสมัยก่อนมีนายจ้างยอมออกให้ก่อนแล้วมาหักรายเดือน ตอนหลังแรงงานเบี้ยว หนีไปอยู่ที่อื่น ทำให้เป็นบทเรียนกับนายจ้าง สุดท้ายก็ลูกจ้างไม่มีเงินก้อนให้ นายจ้างก็ไม่พามาจดทะเบียน ทีนี้แรงงานตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สุดท้ายก็อยากจะกลับบ้านตอนนี้ก็กลับไม่ได้ ตอนนี้แรงงานต่างด้าวเหมือนหลังผิงฝา”

หากรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนให้สำเร็จ ต้องเกาให้ถูกที่คัน ก่อนโควิด-19 จะลุกลามเกินควบคุม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมุทรสาคร แรงงาน