โควิด (1)
ปลัด สธ.เผย 4 โรงงานยักษ์ปลากระป๋องสมุทรสาครแตกแถว ไม่กักตัวคนงานเสี่ยงสูง หวั่นจุดชนวนแผ่โรค พบติดโควิดเพิ่ม 777 ราย
รายงานข่าวจากจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ณ เวลา 24.00 น. พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 777 ราย แบ่งเป็นคนไทย 100 ราย และต่างด้าว 677 ราย รวมยอดสะสม 12,907 ราย รักษาหาย 1,677 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย ค้นหาเชิงรุกสะสมไปแล้ว 138,974 ราย
วานนี้ (2 ก.พ. 2564) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเดินทางมาที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามการแก้ปัญหาโควิด-19 และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ ที่ จ.สมุทรสาครว่า ที่ผ่านมาสมุทรสาครมีโรงงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก และมีพนักงานจำนวนมาก 7 แห่ง ที่ทางสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการ เพื่อควบคุมการแพร่โรคให้ได้ภายใน 28 วัน แต่ที่ผ่านมามีเพียง 3 โรงงาน ที่สามารถปฏิบัติตามได้ แต่อีก 4 โรงงานต้องปรับการควบคุมให้มากกว่าที่ทำอยู่ จึงจะควบคุมโรคได้

“ที่ผ่านมาการดำเนินการทุกอย่างของสาธารณสุขเป็นการคิดเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจ ควบคู่กับการควบคุมโรค จึงอยากให้สถานประกอบการ หรือโรงงานให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาโควิด-19 ไม่อยากให้ใช้วิธีปิดโรงงาน
ยกเว้นกรณีโรงงานเป็นแหล่งเพาะเชื้อมาก และไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น โรงงานต้องให้ความร่วมมือมากกว่าเดิม แต่หากไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ทำอะไรเลย ก็จะแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ไม่ได้ จะเกิดความเสียหายต่อทุกฝ่าย” ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญเรื่องที่อยู่ของพนักงานในโรงงาน เพราะโรงงานขนาดใหญ่ไม่มีที่อยู่ของพนักงานในโรงงานเลย ซึ่งยากแก่การควบคุมโรคมาก เพราะฉะนั้นต้องไปพูดคุยกับทางโรงงาน ให้หาที่อยู่ให้พนักงานอยู่เป็นกลุ่มก้อน เพราะปัจจุบันการอยู่อาศัยของพนักงานโรงงานนั้น ๆ กระจัดกระจาย การเดินทางของพนักงานทำให้ควบคุมโรคได้ยาก เพราะหัวใจของโรคติดต่อ คือ ต้องควบคุมคนให้ได้
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาร่วมกัน จะต้องปรับการออกแบบมาตรการใหม่ เพื่อให้เกิดการควบคุมโรคได้ตามแผนที่วางไว้

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า ทางสาธารณสุขจะนำวิธีการการ Bubble & Sealed โรงงาน คือ การควบคุมโรคระดับหนึ่ง นั่นก็คือ การจำกัดพื้นที่ของโรคให้อยู่ที่เดียว (Sealed) เช่น โรงงานกับคนอยู่ที่เดียวกัน ส่วน Bubble คือ การที่ทำให้โรงงานและคนอยู่ในวงเดียวกัน กรณีไม่มีที่พักในโรงงาน เพื่อง่ายในการควบคุมโรค แต่วิธีการนี้มีความจำเป็นที่ต้องกำหนดให้โรงงานทำที่พักด้านใน แล้วนำคนงานมาพักในที่เดียวกัน และการทำงานในลักษณะนี้ อาจจะเหลื่อมเวลาของโรงงานด้วยกัน เพราะหากทำพร้อมกันบุคลากรทางการแพทย์จะไม่พอ
สำหรับ 7 โรงงาน ที่ล็อกเป้าไว้ใช้เกณฑ์ในการกำหนด คือ พบผู้ติดเชื้อมาก/จำนวนของพนักงานที่มากพอสมควร/ระบบและองค์ประกอบที่เหมาะกับการใช้วิธีการเหล่านี้ คาดว่าประมาณ 28 วัน หลังจากนี้จะต้องดำเนินการควบคุมโรคภายในโรงงานใหญ่ ๆ ให้ได้ ส่วนโรงงานเล็ก ๆ ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 2-3 เดือน
“เราพยายามคุมโรคให้อยู่ภายใน 6-8 สัปดาห์ สมุทรสาครเป็นพื้นที่เล็ก แต่เราต้องทำงานละเอียดมากกว่าเดิม” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
แหล่งข่าวจากจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า 4 โรงงานขนาดใหญ่ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขเป็นโรงงานผลิตปลากระป๋อง และอาหารทะเลขนาดใหญ่ บริเวณพื้นที่สีแดงในเขตอำเภอเมือง ซึ่งไม่ให้ความร่วมมือ โดยไม่มีการกักตัวพนักงานกลุ่มเสี่ยงสูงที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งจะทำให้กลายเป็นแหล่งแพร่โรคในสมุทรสาครไม่จบสิ้นตามแผนพิชิตโรคให้ได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้
ขณะที่โรงพยาบาลสนามในพื้นที่โรงงานที่ให้ทำ ก็ไม่เข้มงวดตามหลักการที่สาธารณสุขกำหนด และยังเป็นโรงพยาบาลสนามขนาดเล็กรองรับพนักงานของโรงงานที่ติดระดับ 1,000 คนขึ้นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาผลักภาระให้โรงพยาบาลสนามส่วนกลาง
