หุ้นไทยเสี่ยงลงต่อ นักลงทุนกังวลถ้อยแถลงประธานเฟด-บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่ง
หุ้นไทยเสี่ยงลงต่อในกรอบ 1,520-1,540 จุด นักลงทุนกังวลการเร่งตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ล่าสุดรุ่นอายุ 10 ปี ยืนเหนือ 1.5% อีกครั้ง ด้านถ้อยแถลงประธานเฟด ส่งผลให้ตลาดรู้สึกไม่มั่นใจและเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะขายหุ้น Growth Stock ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาร้อนแรง
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค. 2564) ว่า คาดเช้านี้ยังมีความเสี่ยงที่จะแกว่งตัวลงต่อในกรอบ 1,520-1,540 จุด ตามเซนติเมนต์การลงทุนภายนอก ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกกังวลกับการเร่งตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ล่าสุดกลับมายืนเหนือระดับ 1.5% อีกครั้ง ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐคืนวานนี้ปรับตัวทิ้งดิ่งต่ออีกหนึ่งวัน นำโดยหุ้นในดัชนี NASDAQ ที่ปรับตัวลงหนักราว 2.11%
ส่วน Dow Jones และ S&P500 ปรับตัวลงราว 1.11% และ 1.34 ตามลำดับ การปรับตัวของดัชนีดังกล่าวยังคงส่งสัญญาณยืนยันภาพการขายหุ้นในกลุ่ม Growth Stock ที่ราคาปรับตัวขึ้นมาร้อนแรงกว่ากลุ่ม Value Stock ในช่วงปีที่ผ่านมา
ล่าสุด ถ้อยแถลงประธานธนาคารกลาง (FED) วานนี้ ไม่ได้ช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุน โดยเจอโรม พาวเวล เผยว่าจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและการจ้างงานในสหรัฐกลับมาเต็มกำลัง และสหรัฐอาจต้องเผชิญกับการเร่งตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในระยะสั้นหลังเริ่มกลับมาเปิดเศรษฐกิจ
ขณะที่ Key message ครั้งนี้คือ “การที่ราคาสินค้าต่าง ๆ ปรับตัวขึ้นเกินระดับ 2% ไปสัก 2 ไตรมาสหรือมากกว่านั้น จะไม่ทำให้เงินเฟ้อผู้บริโภคระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Consumers’long-term inflation)” เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดรู้สึกไม่มั่นใจและเทขายสินทรัพย์เสี่ยงต่อไปจนกว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี จะชะลอการปรับตัวขึ้น หรือเฟดประกาศใช้ Operation Twist ควบคุมผลตอบแทนพันธบัตร แต่จากคำแถลงทางฝ่ายวิจัยมองว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย
ขณะที่ OPEC+ ช่วยชีวิตน้ำมันดิบโลก ราคาทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง วานนี้การประชุม OPEC+ ได้ข้อสรุปว่าซาอุฯ ยืนยันจะอาสาลดกำลังการผลิตน้ำมันของตนที่ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปอีก 1 เดือน สะท้อนให้เห็นความสามัคคีในกลุ่มที่ช่วยกันรักษาระดับการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มเอาไว้ตามเดิม ส่งผลให้ราคาสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบโลกทั้ง WTI และ Brent ดีดตัวขึ้นมาราว 4% ทั้งคู่ แม้ทางฝ่ายวิจัยมองว่าระดับราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในระยะสั้นจะเป็นบวกต่อเซนติเมนต์การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน
แต่ในระยะกลางถึงยาวจะทำให้อัตราเงินเฟ้อในรูปของดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของสหรัฐมีการเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะยิ่งเป็นภาพที่ซ้ำเติมและกดดันสินทรัพย์เสี่ยงกลุ่มอื่น ๆ โดยเฉพาะ Growth Stock ในระยะกลางหลังจากนี้