เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมการปกครองแจงคุมปืน ‘ป.3-ป.12’ แค่ชั่วคราว ส่วน ‘ป.4’ ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
News กรมการปกครองแจงคุมปืน ‘ป.3-ป.12’ แค่ชั่วคราว ส่วน ‘ป.4’ ยังอยู่ระหว่างพิจารณา
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
“พานาโซนิค” พลิกยุทธศาสตร์บิวตี้เทคฯ ดันยอดพุ่ง 30%
Business “พานาโซนิค” พลิกยุทธศาสตร์บิวตี้เทคฯ ดันยอดพุ่ง 30%
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โชว์ “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ สู่เวทีโลกที่โตเกียว
ข่าวในพระราชสำนัก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โชว์ “ชุดไทยพระราชนิยม” 8 แบบ สู่เวทีโลกที่โตเกียว
ปฎิวัติรถเมล์กรุงเทพ ปีหน้าไม่มีแล้ว ‘รถร้อน’ ทุกคันติดแอร์ ค่าตั๋วเริ่มต้น 15 บาท
Economic ปฎิวัติรถเมล์กรุงเทพ ปีหน้าไม่มีแล้ว ‘รถร้อน’ ทุกคันติดแอร์ ค่าตั๋วเริ่มต้น 15 บาท
สมาคมภัตตาคารฯจี้ทวนเกณฑ์ “คนละครึ่ง พลัส” โวยร้านเล็กจด VAT ถูกตัดสิทธิ ชงใช้ขนาดกิจการแทน
Business สมาคมภัตตาคารฯจี้ทวนเกณฑ์ “คนละครึ่ง พลัส” โวยร้านเล็กจด VAT ถูกตัดสิทธิ ชงใช้ขนาดกิจการแทน
กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
News กทม. รวมพลัง 50 เขต คุมเข้มฝุ่น ตั้งทีมสารวัตรสิ่งแวดล้อม เปิดสงครามสู้หนู มุ่งเป้าเมืองสะอาด
เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่เร่งแจง 19 โจทย์ ICOMOS ดันแผนแม่บทมรดกโลก
เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
Real Estate เริ่มแล้ว “บ้านชาวไทย คลองหลวง” เปิดให้เซ็น-รับใบจอง ยื่นเอกสารพิจารณาสินเชื่อ
ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand  คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ชลบุรี เดินหน้าจัด Tomorrowland Thailand คาดปีแรกสะพัดกว่า 5 พันล้าน
ดูทั้งหมด

คุยเปิดใจ ประธาน “ทีคิวเอ็ม” กลยุทธ์ยืนหนึ่งธุรกิจโบรกเกอร์ประกัน

09 เม.ย. 2564 | 08:49น.
ดร.อัญชลิน พรรณนิภา

ธุรกิจนายหน้าประกันภัย หรือโบรกเกอร์ประกัน เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ทำกำไรได้ต่อเนื่อง

ช่วงที่ผ่านมาจึงเห็นภาพผู้ประกอบการหน้าใหม่ ๆ กระโดดเข้ามากันหลายราย จากหลากหลายธุรกิจ

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “ดร.อัญชลิน พรรณนิภา” ประธานกรรมการ/ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM ในฐานะผู้ประกอบการที่ยืนหนึ่งในธุรกิจนี้มาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น มาถ่ายทอดถึงแนวคิด ประสบการณ์ และทิศทางการทำธุรกิจในระยะข้างหน้า ดังต่อไปนี้

ธุรกิจกำไรดี-ไม่แบกความเสี่ยง

“ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับคนตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากและยังไม่อิ่มตัว ปัจจุบันเบี้ยประกันหมุนเวียนอยู่ในระบบถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี ดังนั้น จึงมีโอกาสโตได้อีกมากโดยเฉพาะถ้ายิ่งเป็นธุรกิจคนกลาง หรือโบรกเกอร์ มาร์จิ้น (กำไร) ค่อนข้างดี เพราะไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง”

ดร.อัญชลินฉายภาพและบอกอีกว่า ประกันภัยไม่ใช่ธุรกิจผูกขาด (monopoly) ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยกว่า 80 แห่ง ประกันชีวิตกว่า 20 แห่ง และโบรกเกอร์อีกกว่า 700 แห่ง มีเบี้ยหมุนเวียนอยู่ในระบบราว 1 ล้านล้านบาทต่อปี

แม้จะลดลงบ้างในปี 2563 จากโควิด-19 แต่ “ตลาดยังไม่เต็ม” มีโอกาสโตได้อีกมาก โดยธุรกิจโบรกเกอร์ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง กินค่าคอมมิสชั่นแล้วก็ถือว่าจบ เพราะจะมีบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าเคลม

โอกาสเติบโตอีกเพียบ

“ดร.อัญชลิน” กล่าวว่า ที่ผ่านมา จึงเห็นผู้ประกอบการในธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาขอใบอนุญาตทำธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัยกันมากขึ้น เพราะตลาดยังใหญ่มาก ประชาชนยังมีความจำเป็นต้องทำประกัน เช่น กรณีกู้สินเชื่อรถ-บ้าน ทางไฟแนนซ์และแบงก์จะให้ทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) ด้วย

“โมเดลธุรกิจคนกลางเติบโตทุกปี แถมตลาดยังไม่อิ่มตัว เพราะคนไทยยังทำประกันชีวิตไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรทั้งประเทศ อย่างบ้าน/ที่อยู่อาศัยที่มีราว 20 ล้านครัวเรือน ยังเข้าสู่ระบบประกันภัยแค่ 3 ล้านครัวเรือน หรือรถยนต์จดทะเบียน 20 ล้านคัน ก็ทำประกันอยู่แค่ 50%”

จุดแข็งเน้น “บริการ” โดนใจ

แม้ว่าจะมีผู้เล่นจำนวนมาก แต่ “ดร.อัญชลิน” บอกว่า การแข่งขันในธุรกิจโบรกเกอร์ประกันจะค่อนข้างกระจุกตัว คล้าย ๆ กับประกันวินาศภัย โดยผู้ประกอบการอันดับ 1-10 กินส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากกว่า 50%

ซึ่ง “ทีคิวเอ็ม” เป็นอันดับ 1 มีฐานลูกค้ารายย่อยกว่า 3 ล้านราย และลูกค้าองค์กร 1 หมื่นราย ขณะที่อันดับรองลงมาเป็นบริษัทข้ามชาติ ซึ่งภาพแข่งขันจะวัดกันที่การให้บริการมากกว่าแค่เป็นช่องทางขาย

“เข้ามาแล้วต้องมีความรู้ ลงไปช่วยเหลือลูกค้าได้ สามารถออกแบบโปรดักต์ไปเสนอบริษัทประกันได้ ไม่ใช่ขายอย่างเดียว ถ้าแบบนั้นจะหายไปแน่นอน”

สำหรับทีคิวเอ็ม ปัจจุบันมีพนักงานเกือบ 5,000 คน สาขากว่า 95 แห่งทั่วประเทศ โดยโครงสร้างรายได้แบ่งเป็น ฝ่ายบริการ 40% และฝ่ายขาย 60% ซึ่งได้ค่าคอมมิสชั่นงานบริการค่อนข้างสูง เพราะบริษัทมีรับเอาต์ซอร์ซ (outsource) ให้บริการบริษัทประกันภัยด้วย

“เรามี economy of scale หรือต้นทุนที่ถูกกว่า ยกตัวอย่าง บริษัทประกันวินาศภัยรายเล็ก การไปลงทุนเปิดสาขาในจังหวัดไกล ๆ ก็ไม่คุ้ม เพราะลูกค้าไม่มาก ก็เอาต์ซอร์ซให้ทีคิวเอ็มดำเนินการดีกว่า ทั้งการเคลม ส่งกรมธรรม์ ตรวจสภาพรถ เก็บเงิน แล้วถ้าเราบริการดี ลูกค้าก็ต่ออายุเพราะประกันวินาศภัยเป็นการขายแบบปีต่อปี ลูกค้าพอใจก็ต่ออายุ ถ้าไม่พอใจก็ไป”

นอกจากนี้ ทีคิวเอ็มยังพยายามคิดโปรดักต์เพื่อตอบสนองลูกค้าด้วย ไม่ใช่เป็นเพียงช่องทางขาย โดยที่ผ่านมาได้ออก “ประกันรถสีขาว” ที่ได้รับการตอบรับดี และล่าสุดได้ออก “ประกันภัยเซิร์ฟสเก็ต” ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั่นเอง

แตกไลน์ธุรกิจสินเชื่อ

ทีคิวเอ็มยังได้แตกไลน์สู่ธุรกิจสินเชื่อ แต่ก็ยังเชื่อมโยงกับธุรกิจหลัก คือ สินเชื่อเบี้ยประกันภัย โดยทีคิวเอ็มได้ตั้งบริษัท easy lending ขึ้นมา ซึ่งมีแนวคิดจากปัจจุบันที่บริษัทให้ลูกค้าแบ่งจ่ายเบี้ยประกันได้ แบบผ่อน 0%

โดยบริษัทแบกรับภาระดอกเบี้ยแทน จ่ายให้กับบัตรเครดิตปีละเกือบ 100 ล้านบาท จึงมาคิดว่าทำเองน่าจะดีกว่า ทั้งนี้ ขณะนี้รอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุญาตให้ดำเนินการ

M&A ดันพอร์ตโตก้าวกระโดด

ทั้งนี้ “ดร.อัญชลิน” บอกว่า ทีคิวเอ็มเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้ มีแต่หนี้การค้า พอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจึงสามารถเติบโตได้ก้าวกระโดด โดยปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดอยู่กว่า 3,000 ล้านบาท (รวมเม็ดเงินระดมทุนหลังเข้าตลาดหุ้นอีกกว่า 2,000 ล้านบาท)

ขณะที่พอร์ตของบริษัท รายได้ 70% มาจากประกันรถยนต์ อีก 25% เป็นประกันที่ไม่ใช่รถ และประกันชีวิต 5% ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นตลอด เพราะการบริการที่ดีผสมผสานการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนพนักงานด้านจัดส่ง/ออกกรมธรรม์

โดย 2 ปีไม่ต้องเพิ่มคน และช่วงโควิดก็ไม่ได้เลิกจ้าง (เลย์ออฟ) ถือว่าเทคโนโลยีช่วยให้พนักงานสามารถดูแลให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ลูกค้าฝ่ายสัมพันธ์ (CRM) ดูแลลูกค้าเพิ่มเป็น 300 คน จากเดิม 200 คน ปีนี้จึงตั้งเป้าเบี้ยประกันเติบโต 15% ต่อปี เบี้ยรับรวม 17,250 ล้านบาท และคาดหวังภายใน 5 ปี พอร์ตจะโตไปแตะ 50,000 ล้านบาท

โดยทีคิวเอ็มเน้นเติบโตผ่าน 2 กลยุทธ์ คือ 1.เติบโตจากภายใน (organic growth) หรือมาจากการบริการที่ดี เพื่อให้ลูกค้าต่อประกัน โดยโครงสร้างลูกค้า 1 ล้านคน เป็นลูกค้าเดิม 60% ส่วนที่เหลือ 40% เป็นลูกค้าใหม่ ซึ่งทุกปี ๆ บริษัทรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ 80% ในขณะที่สถิติการต่ออายุในตลาดแค่กว่า 60%

และ 2.เติบโตภายนอก (in-organic growth) ผ่านกลยุทธ์ควบรวม หรือซื้อกิจการ (M&A) โดยปีนี้น่าจะมีดีล M&A ประมาณ 3 ราย เจรจาใกล้จบแล้ว 2 ราย คาดว่าจะบันทึกรายได้ได้ภายในปีนี้

“ดีลที่เราซื้อ จะต้องมีเบี้ยเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เล็กเกินไป และมีกำไรดี โดยนโยบายต้องการถือหุ้นเกินกว่า 50% ซึ่งเราต้องการโบรกเกอร์ประกันที่มีความแตกต่าง เช่น เก่งธุรกิจประกันชีวิต ที่เราไม่เก่ง เป็นต้น”

สยายปีกธุรกิจ “กัมพูชา-ลาว”

ประธานทีคิวเอ็มกล่าวว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญก็คือ การไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) โดยมีแผนนำร่องธุรกิจในประเทศกัมพูชา

ตอนนี้กำลังดำเนินการ โดยเข้าไปกับพันธมิตร “ธนาคาร BIC” ซึ่งมีฐานลูกค้าในมือ จากนั้นจะขยายใน สปป.ลาวต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

TQM