บุหรี่วันนี้กลายเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจ ที่นอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังย่องไปสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบเงียบ ๆ จากการที่สิงห์อมควันมักง่ายทิ้งก้นบุหรี่เกลื่อนหาด และคลื่นม้วนเอาก้นบุหรี่ไปเป็นขยะสะสมในทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของทะเลไม่น้อย ทิ้งขยะลงทะเลที่ 6 ของโลก
จากงานวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2558 บ่งชี้ว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลอันดับ 6 จาก 192 ประเทศ เป็นภาพสะท้อนว่าประเทศไทยมีขยะในทะเลเป็นปริมาณมาก
จากการสุ่มตรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ 5 หาด ในระดับความลึก 5 เซนติเมตร จนถึง 20 เซนติเมตร พบก้นบุหรี่เฉลี่ย 1.16 ชิ้น/ ตารางเมตร (ตร.ม.) อาทิ พื้นที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต พบก้นบุหรี่ 1.01 แสนชิ้น คิดเป็น 0.76 ชิ้น/ตร.ม. หาดบางแสน จ.ชลบุรี พบก้นบุหรี่ 1.06 แสนชิ้น คิดเป็น 0.62 ชิ้น/ตร.ม. หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา พบก้นบุหรี่ 1.77 แสนชิ้น คิดเป็น 3.56 ชิ้น/ตร.ม. หาดแม่พิมพ์ จ.ระยอง พบก้นบุหรี่ 1.12 แสนชิ้น คิดเป็น 2.3 ชิ้น/ตร.ม. หาดทรายรี จ.ชุมพร พบก้นบุหรี่ 5.2 หมื่นชิ้น คิดเป็น 1.05 ชิ้น/ตร.ม.
เป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในด้านการป้องกันภัยคุกคามทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และภัยสุขภาพจากบุหรี่ หรือเรียกง่าย ๆว่า “โครงการชายหาดปลอดบุหรี่” โดยมีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ เอกชน ทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค เข้าร่วม โดยมีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เป็นโต้โผ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา
คำสั่งเฉียบ ฝ่าฝืนปรับ 1 แสน
นอกจากการ MOU จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 1064/2560 เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณหาด ประกอบด้วย 24 ชายหาด 15 จังหวัด โดยคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558
สำหรับเนื้อหาในคำสั่งนั้นได้ระบุว่า ห้ามมิให้บุคคล หรือนิติบุคคลใด สูบบุหรี่ หรือทิ้งก้นบุหรี่ บริเวณชายหาด เว้นแต่เป็นการสูบ หรือทิ้งก้นบุหรี่ในบริเวณ หรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ และห้ามเท ทิ้ง ระบายของเสีย ขยะมูลฝอย หรือวัสดุที่มีลักษณะเป็นพลาสติก โฟม ของเสีย กระดาษ เศษอาหาร หรือผ้า น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล สารแขวนลอย คราบน้ำมัน สารปนเปื้อน มูลสัตว์ ซากสัตว์ มลพิษ หรือสิ่งต่าง ๆ เว้นแต่ได้ดำเนินการเท ทิ้ง หรือระบายในบริเวณพื้นที่ หรือในสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้คำสั่งดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561
โดยบทกำหนดโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“จตุพร บุรุษพัฒน์” อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า เราต้องประชาสัมพันธ์ให้ดีว่าไม่ได้ห้ามสูบบุหรี่บนชายหาด แต่เราจัดระเบียบพื้นที่สูบบุหรี่บางแห่งอาจจะเป็นตู้ บางแห่งอาจเป็นสถานที่โปร่ง โล่ง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม มองว่าอนาคตจะเป็นเสน่ห์ที่ยั่งยืน

ไม่หวั่นยอดนักท่องเที่ยววูบ
“พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประธานในพิธีลงนาม กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ หลายคนเป็นห่วงว่าแล้วนักท่องเที่ยวจะมาไหม ตรงนี้ฝากประชาสัมพันธ์ว่าไม่ได้ห้ามสูบ แต่จัดให้เป็นที่เป็นทาง และไม่ล้ำสิทธิคนอื่น โดยจะมีพันธมิตรอย่าง เอไอเอส และทรู จะคอยส่งเมสเสจเตือนเมื่อเข้าบริเวณชายหาด 24 หาดที่ร่วมนำร่อง
ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย จะมีระยะเปลี่ยนผ่าน 90 วัน ที่จะสร้างความเข้าใจ เพราะวันนี้ปัญหาขยะใหญ่มาก ทั้งขยะสะสม และเกิดขึ้นใหม่ เมื่อไม่สมดุล ขยะส่วนหนึ่งก็ลงไปในทะเล จนต่างชาติจัดลำดับให้ไทยเป็นประเทศทิ้งขยะลงทะเลมากอันดับที่ 6 จึงต้องกลับมามองตัวเองหาทางแก้ไข
“การเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านต้องใช้เวลา เมื่อเป็นธรรมชาติแล้วทุกอย่างก็จะลงตัว สำหรับค่าปรับ บังคับใช้เพื่อป้องปราม ไม่ได้หวังเป็นรายได้ เพราะไม่ได้มากมายอะไร แต่เราต้องการจะส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติให้กับลูกหลาน เราอยากให้เป็นคลีนแอร์ หวังว่าการลงนามในครั้งนี้จะมีผลให้ทุกพื้นที่มีการตื่นตัวเรื่องหาดปลอดบุหรี่ให้มากขึ้น”
ด้าน “รองศาสตราจารย์ ดร.ชวนี ทองโรจน์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คิดว่าไม่น่าจะมีผลมากมาย เพราะทุกคนเข้าใจว่าการท่องเที่ยวที่ดีนั้นเป็นอย่างไร เราไม่ได้ไปบังคับว่าต้องงดสูบบุรี่ แต่ต้องสูบบุหรี่ในสถานที่ที่จัดเอาไว้ให้ สำหรับโครงการนี้เรามีเครือข่ายของกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดอยู่ในทุกจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งมาช่วยดูแล
24 หาดนำร่องโครงการ
สำหรับ 24 หาด 15 จังหวัด มีดังนี้ 1. ชายหาดบานชื่น อ.คลองใหญ่ จ.ตราด 2. ชายหาดแหลมเสด็จ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 3.ชายหาดแสงจันทร์ อ.เมือง จ.ระยอง 4.ชายหาดบางแสน อ.เมือง จ.ชลบุรี 5.ชายหาดถ้ำพัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี 6.ชายหาดทรายแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 7.ชายหาดดงตาล พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 8.ชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 9.ชายหาดหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 10.ชายหาดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 11.ชายหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร 12.ชายหาดบ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 13.ชายหาดโฉลกบ้านเก่า เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
14.ชายหาดปลายทราย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 15.ชายหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา 16.ชายหาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี 17.ชายหาดป่าตอง อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต 18.ชายหาดเกาะไข่นอก อ.เกาะยาว จ.พังงา 19. ชายหาดเกาะไข่ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา 20. ชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา 21.ชายหาดพระแอะ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ 22.ชายหาดคลองดาว อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ 23.ชายหาดคอกวาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ และ 24.ชายหาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง

ท้องถิ่นขานรับประชาสัมพันธ์
“มนตรี เบญอ้าหมาด” นายกเทศมนตรีเมืองพรุใน จังหวัดพังงา บอกว่า นโยบายระดับประเทศครั้งนี้จะทำให้การทำงานของท้องถิ่นสะดวกมากขึ้น จากนี้เราจะประชาสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวให้เข้าใจ ขึ้นป้ายให้ชัดเจน
ด้าน “นพพร วุฒิกุล” นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานสำรวจพื้นที่ในการหาพื้นที่สำหรับสูบบุหรี่ และจะดำเนินการทำความเข้าใจให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ซึ่งตนไม่คิดว่าจะกระทบกับการท่องเที่ยว เพราะจะประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่านี่คือการบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน ให้คนใช้พื้นที่สาธารณะ ไม่กระทบสิทธิซึ่งกันและกัน มองว่าในอนาคตจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะทุกคนล้วนต้องการอากาศที่บริสุทธิ์
ถือเป็นการเปิดมิติใหม่กับการท่องเที่ยวไทย หากได้ผลจริงการจะมีหาดปลอดบุหรี่ทั้งประเทศก็ไม่ไกลเกินฝัน