เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
Politics เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
Biz Movement รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
“พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
Real Estate “พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
Economic ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
Finance ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
Politics นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
Economic “ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
Economic ‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
“ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
Politics “ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
ดูทั้งหมด

ส่องงบฯหุ้นกลุ่ม FAANG โอกาสเติบโตของบริษัทเทค กับแผนธุรกิจใหม่

20 ส.ค. 2564 | 07:32น.
คอลัมน์ สถานีลงทุน
สวภพ ยนต์ศรี
บลจ.ทิสโก้

เข้าสู่ช่วงของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก กลุ่มที่ยังได้รับความสนใจเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ

โดยเฉพาะ 5 ยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม FAANG ซึ่งเป็นตัวแทนความหมายของบริษัท Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google

โดยในไตรมาสนี้ หลายบริษัทยังคงมีการเติบโตได้อย่างดี อีกทั้งหลายบริษัทยังเปิดแผนธุรกิจใหม่ ๆ ที่เตรียมไว้ในอนาคต เพื่อหวังจะให้การเติบโตยังทำได้อย่างต่อเนื่อง และหวังที่จะคงความเป็นมหาอำนาจด้านบริษัทเทคโนโลยี ทั้งในสหรัฐและทั่วทั้งโลกต่อไปได้

เริ่มกันที่ Facebook ที่ประกาศกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 3.61 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้นั้นสูงถึง 29,080 ล้านดอลลาร์ เติบโต 56% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2020

ถือได้ว่าเป็นอัตราการเติบโตที่มากที่สุดใน 1 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมาเลยทีเดียว แต่สำหรับไตรมาสต่อไปนั้น บริษัทยอมรับว่ารายได้มีโอกาสชะลอลง

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงระบบการยินยอมเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้งานของ Apple ใน iOS 14.5 ด้านแผนในอนาคตนั้น Facebook ได้ประกาศว่าบริษัทจะเดินหน้าอย่างเต็มตัวในการพัฒนา

“metaverse” โลกจำลองเสมือนจริงที่บริษัทหวังว่าจะเป็นแหล่งรายได้จากการโฆษณาแห่งใหม่ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน social media ของคนทั่วโลก

ด้าน Amazon ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 15.12 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้อยู่ที่ 113,080 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกันแล้วที่รายได้ของ Amazon สูงเกินหลักหนึ่งแสนล้านดอลลาร์

โดยโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปี 2020 ที่ 27% แต่อัตราการเติบโตนั้นลดลงจากปี 2020 ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่โต 41% ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสที่ทำให้ยอดขายสินค้าออนไลน์ของ Amazon เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนในไตรมาสต่อไปนั้นฐานการคำนวณจากปี 2020 ยังคงสูง ซึ่งจะยังคงส่งผลให้รายได้ของ Amazon โตชะลอลงเช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจของ Amazon คือรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ e-Commerce เช่น ธุรกิจ subscriptionsหรือ cloud computing ยังเติบโตได้ในอัตราสูงถึง 87% ถึงแม้จะมีฐานการคำนวณที่สูงจากปี 2020

และไม่กี่วันหลังจากประกาศผลการดำเนินงาน Amazon ยังประกาศจะสร้างซีรีส์เรื่อง “Lord of The Rings” ลงฉายในบริการ Amazon Prime ด้วยวงเงินสูงถึง 465 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดในงบประมาณที่ใช้ในการสร้างซีรีส์ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Amazon จะจริงจังกับการขยายธุรกิจอื่น เพื่อสร้างการเติบโตต่อไป

ส่วน Apple นั้น ถึงแม้จะไม่ได้มีการประกาศแผนธุรกิจอะไรใหม่ ๆ ออกมา แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าตามรอบการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของ Apple ก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ Apple พยายามพัฒนาอยู่ตลอด

รวมถึง Apple พยายามเน้นการสร้างรายได้จากธุรกิจบริการมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวบริการ Buy Now Pay Later ซึ่งเป็นการผ่อนชำระสินค้าผ่าน Apple Pay ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งรายได้แห่งใหม่ของ Apple สำหรับผลการดำเนินงานของ Apple นั้น ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 1.30 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และรายได้อยู่ที่ 81,410 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโต 36% จากปีก่อน

ต่อกันที่ Netflix ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 2.97 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ส่วนรายได้อยู่ที่ 7,340 ล้านดอลลาร์ เติบโต 19.4% จากปีที่แล้ว ส่วนจำนวนสมาชิกทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.54 ล้านราย

แต่อัตราการเติบโตของสมาชิกลดลงเหลือ 8.4% จากที่เคยเติบโตได้ในระดับ double digit มา 4 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสที่มีฐานที่สูง

ส่วนแผนธุรกิจใหม่ของ Netflix นั้นประกาศชัดเจนว่าจะเพิ่มบริการเกมเสริมเข้าไปในสตรีมมิ่ง นอกเหนือจากการรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ เพื่อหวังจะดึงดูดผู้ใช้งานให้เพิ่มมากขึ้น

สุดท้าย Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 27.26 ดอลลาร์ ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้อยู่ที่ 6,188 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากการโฆษณาของ Google นั้นโตสูงถึง 69%

ส่วนรายได้จาก YouTube โตสูงถึง 83% โดยสิ่งที่น่าสนใจของ Google คือตัวเลขผู้ชม YouTube Shorts ฟีเจอร์ใหม่ในรูปแบบวิดีโอสั้น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของ TikTok ที่มีจำนวนเข้าชมสูงถึง 15,000 ล้านครั้งต่อวัน

มากขึ้นจาก 6,500 ล้านครั้งในเดือนมีนาคม โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธใหม่ที่ Google จะใช้สร้างรายได้ให้กับบริษัท

สรุปในภาพรวม คงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ยังคงพยายามพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องถึงแม้รายได้จะโตได้อย่างสูงมากอยู่แล้วก็ตาม ดังนั้น สะท้อนภาพกลับมาที่เรื่องการลงทุนสำหรับการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาวนั้น

กองทุนที่มีหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้ ก็ยังคงมีโอกาสเติบโต และจะยังคงมีความน่าสนใจอยู่เสมอ ตราบใดที่บริษัทเหล่านี้ไม่หยุดที่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น