เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เสร็จไม่เสร็จก็ต้องออก! ‘ห้องน้ำไฮเทคนิวยอร์ก’ ตั้งเวลา 10 นาที ประตูเปิดไล่ทันที
Politics เสร็จไม่เสร็จก็ต้องออก! ‘ห้องน้ำไฮเทคนิวยอร์ก’ ตั้งเวลา 10 นาที ประตูเปิดไล่ทันที
กบข.ส่งคืนผลตอบแทนเข้าคลัง 1.78 พันล้าน เป็นรายได้แผ่นดินครั้งแรก ยันไม่กระทบสมาชิก
Finance กบข.ส่งคืนผลตอบแทนเข้าคลัง 1.78 พันล้าน เป็นรายได้แผ่นดินครั้งแรก ยันไม่กระทบสมาชิก
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 550 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Gastech 2026 ปลุกพลังงานไทย “เอกนัฏ” ปิดดีล 17 ชาติ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ร่วมกันฝ่าวิกฤตฮอร์มุซ
Economic Gastech 2026 ปลุกพลังงานไทย “เอกนัฏ” ปิดดีล 17 ชาติ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ร่วมกันฝ่าวิกฤตฮอร์มุซ
เอกนัฏ ชี้ Gastech 2026 โชว์ไทยน่าลงทุน เกิดดีลธุรกิจ 2 หมื่นล้านดอลลาร์
Politics เอกนัฏ ชี้ Gastech 2026 โชว์ไทยน่าลงทุน เกิดดีลธุรกิจ 2 หมื่นล้านดอลลาร์
นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Politics นายกฯ ชี้ใช้เงินกู้ที่เหลือ 4 หมื่นล้าน ลุยต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 2 เดือน
Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
Tech Hackathon ชิง 5แสนบาท แบบคนเขียนโค้ดไม่เป็น True – AWS ผนึกกำลังฝึกสกิล AI แก้ปัญหาชาติ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (18 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
“ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
Economic “ชัชชาติ” ยันเช่ารถขยะ EV 6,000 ล้าน โปร่งใส ขออย่ากล่าวหา ”ทุจริต”
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
ดูทั้งหมด

ส่องงบฯหุ้นกลุ่ม FAANG โอกาสเติบโตของบริษัทเทค กับแผนธุรกิจใหม่

20 ส.ค. 2564 | 07:32น.
คอลัมน์ สถานีลงทุน
สวภพ ยนต์ศรี
บลจ.ทิสโก้

เข้าสู่ช่วงของการประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก กลุ่มที่ยังได้รับความสนใจเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นเหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ

โดยเฉพาะ 5 ยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม FAANG ซึ่งเป็นตัวแทนความหมายของบริษัท Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google

โดยในไตรมาสนี้ หลายบริษัทยังคงมีการเติบโตได้อย่างดี อีกทั้งหลายบริษัทยังเปิดแผนธุรกิจใหม่ ๆ ที่เตรียมไว้ในอนาคต เพื่อหวังจะให้การเติบโตยังทำได้อย่างต่อเนื่อง และหวังที่จะคงความเป็นมหาอำนาจด้านบริษัทเทคโนโลยี ทั้งในสหรัฐและทั่วทั้งโลกต่อไปได้

เริ่มกันที่ Facebook ที่ประกาศกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 3.61 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้นั้นสูงถึง 29,080 ล้านดอลลาร์ เติบโต 56% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2020

ถือได้ว่าเป็นอัตราการเติบโตที่มากที่สุดใน 1 ไตรมาส นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมาเลยทีเดียว แต่สำหรับไตรมาสต่อไปนั้น บริษัทยอมรับว่ารายได้มีโอกาสชะลอลง

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงระบบการยินยอมเปิดเผยข้อมูลผู้ใช้งานของ Apple ใน iOS 14.5 ด้านแผนในอนาคตนั้น Facebook ได้ประกาศว่าบริษัทจะเดินหน้าอย่างเต็มตัวในการพัฒนา

“metaverse” โลกจำลองเสมือนจริงที่บริษัทหวังว่าจะเป็นแหล่งรายได้จากการโฆษณาแห่งใหม่ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน social media ของคนทั่วโลก

ด้าน Amazon ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 15.12 ดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้อยู่ที่ 113,080 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกันแล้วที่รายได้ของ Amazon สูงเกินหลักหนึ่งแสนล้านดอลลาร์

โดยโตเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปี 2020 ที่ 27% แต่อัตราการเติบโตนั้นลดลงจากปี 2020 ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่โต 41% ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสที่ทำให้ยอดขายสินค้าออนไลน์ของ Amazon เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนในไตรมาสต่อไปนั้นฐานการคำนวณจากปี 2020 ยังคงสูง ซึ่งจะยังคงส่งผลให้รายได้ของ Amazon โตชะลอลงเช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าสนใจของ Amazon คือรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ e-Commerce เช่น ธุรกิจ subscriptionsหรือ cloud computing ยังเติบโตได้ในอัตราสูงถึง 87% ถึงแม้จะมีฐานการคำนวณที่สูงจากปี 2020

และไม่กี่วันหลังจากประกาศผลการดำเนินงาน Amazon ยังประกาศจะสร้างซีรีส์เรื่อง “Lord of The Rings” ลงฉายในบริการ Amazon Prime ด้วยวงเงินสูงถึง 465 ล้านดอลลาร์ มากที่สุดในงบประมาณที่ใช้ในการสร้างซีรีส์ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Amazon จะจริงจังกับการขยายธุรกิจอื่น เพื่อสร้างการเติบโตต่อไป

ส่วน Apple นั้น ถึงแม้จะไม่ได้มีการประกาศแผนธุรกิจอะไรใหม่ ๆ ออกมา แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าตามรอบการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของ Apple ก็จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ Apple พยายามพัฒนาอยู่ตลอด

รวมถึง Apple พยายามเน้นการสร้างรายได้จากธุรกิจบริการมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าบริษัทเตรียมเปิดตัวบริการ Buy Now Pay Later ซึ่งเป็นการผ่อนชำระสินค้าผ่าน Apple Pay ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งรายได้แห่งใหม่ของ Apple สำหรับผลการดำเนินงานของ Apple นั้น ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 1.30 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และรายได้อยู่ที่ 81,410 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโต 36% จากปีก่อน

ต่อกันที่ Netflix ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 2.97 ดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ส่วนรายได้อยู่ที่ 7,340 ล้านดอลลาร์ เติบโต 19.4% จากปีที่แล้ว ส่วนจำนวนสมาชิกทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.54 ล้านราย

แต่อัตราการเติบโตของสมาชิกลดลงเหลือ 8.4% จากที่เคยเติบโตได้ในระดับ double digit มา 4 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสที่มีฐานที่สูง

ส่วนแผนธุรกิจใหม่ของ Netflix นั้นประกาศชัดเจนว่าจะเพิ่มบริการเกมเสริมเข้าไปในสตรีมมิ่ง นอกเหนือจากการรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ เพื่อหวังจะดึงดูดผู้ใช้งานให้เพิ่มมากขึ้น

สุดท้าย Alphabet บริษัทแม่ของ Google ประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 27.26 ดอลลาร์ ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ส่วนรายได้อยู่ที่ 6,188 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากการโฆษณาของ Google นั้นโตสูงถึง 69%

ส่วนรายได้จาก YouTube โตสูงถึง 83% โดยสิ่งที่น่าสนใจของ Google คือตัวเลขผู้ชม YouTube Shorts ฟีเจอร์ใหม่ในรูปแบบวิดีโอสั้น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของ TikTok ที่มีจำนวนเข้าชมสูงถึง 15,000 ล้านครั้งต่อวัน

มากขึ้นจาก 6,500 ล้านครั้งในเดือนมีนาคม โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นอีกหนึ่งอาวุธใหม่ที่ Google จะใช้สร้างรายได้ให้กับบริษัท

สรุปในภาพรวม คงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริษัทเทคยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ยังคงพยายามพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องถึงแม้รายได้จะโตได้อย่างสูงมากอยู่แล้วก็ตาม ดังนั้น สะท้อนภาพกลับมาที่เรื่องการลงทุนสำหรับการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนระยะยาวนั้น

กองทุนที่มีหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้ ก็ยังคงมีโอกาสเติบโต และจะยังคงมีความน่าสนใจอยู่เสมอ ตราบใดที่บริษัทเหล่านี้ไม่หยุดที่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น