หุ้นไทยแกว่งตัว 1,540-1,560 จุด แรงกดดัน FED ปรับลด QE ฉุดเงินไหลออก
หุ้นไทยแกว่งตัว 1,540–1,560 จุด หลังเฟดส่งสัญญาณปรับลด QE ลงในปีนี้ ฉุดฟันด์โฟลว์ไหลออกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความขาดหวังการคลายล็อกดาวน์หลังยอดผู้ติดเชื้อเริ่มทรงตัวจะช่วยหนุนต่อภาวะตลาด
วันที่ 19 สิงหาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้แกว่งตัว 1,540–1,560 จุด จากแรงกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ส่งสัญญาณปรับลด QE ลงในปีนี้หลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ดี ส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติ (Fund flow) มีแนวโน้มไหลออกต่อเนื่อง
รวมถึงการชุมนุมในประเทศที่ยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลจะเป็นอีกแรงกดดัน อย่างไรก็ตามความคาดหวังการผ่อนคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) หลังยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ในประเทศเริ่มทรงตัวจะช่วยหนุนต่อภาวะตลาด
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามหลังเฟดเปิดเผยรายงานการประชุม (Fed Minutes) จากการประชุมเมื่อวันที่ 27-28 ก.ค.ที่ผ่านมาพบว่า คณะกรรมการมีความเห็นขัดแย้งกันแต่คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นให้เฟดทยอยลด QE ในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวมาอยู่ในระดับที่ดีแล้ว ความเห็นดังกล่าวกดดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ร่วงแรงอีก 383 จุด (-1.08%) ปิดที่ระดับ 34,961 จุด
ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.13 $ (-1.7%) ปิดที่ 65.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 นักลงทุนกังวลว่าดีมานด์น้ำมันดิบจะหดตัวหลังจากหลายประเทศทยอยประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินทาง และมีความเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 สายพันธ์ุเดลต้า
ส่วนศาลปกครองสูงสุดมองว่า โครงการนี้ได้ยกเลิกการประมูลไปแล้วเมื่อ 3 ก.พ. 64 ทำให้ฟ้องร้องหมดสิ้นไปด้วย มองเป็นกลางถึงบวกเพราะ Overhang จากการฟ้องร้องหมดไป ทำให้การประมูลกลับมาเดินหน้าเรามองเป็นบวกต่อ BEM มากกว่า BTS เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีส้มมีสัดส่วนของเส้นทางใต้ดินมากกว่าบนดิน BEM จึงได้เปรียบกว่า BTS
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี แนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ COM7 หรือบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 67.25 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้า หมายราคาตาม IAA Consensus อยู่ที่ 80 บาทต่อหุ้น คาดหวังภาครัฐทยอยผ่อนปรนมาตรการและอนุญาติให้เปิดสาขาในห้างหลังจากที่ผ่อนปรนให้สาขาธนาคารเปิดทำการได้ ขณะที่ปลายปีมีบรรยากาศ (Sentiment) บวกจาก Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น iPhone 13 คาดเปิดตัวปลาย ก.ย. นี้
และอีกตัวคือ JWD หรือบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 15.9 บาทต่อหุ้นแนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 19.4 บาทต่อหุ้น คาดกำไรปกติ FY21F จะเพิ่มขึ้น 39% เป็น 403 ล้านบาทและกำไรปี FY22F จะเติบโตต่อเนื่องอีกราว 54% สู่ระดับ 620 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นและธุรกิจบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้าน โลจิสติกส์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง