เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
Politics เพื่อไทย หนุน ‘ภูมิใจไทย’ ผ่านศึกซักฟอก ย้ำยึดข้อตกลง ห้ามแตะเก้าอี้ รมต.
ดูทั้งหมด

ที่ปรึกษา ศบค.ชี้โควิดเป็น “ขาขึ้นใหม่” ไทยมี “ติดเชื้อแฝง” 7 ล้านคน

08 ก.ย. 2564 | 20:35น.
นายแพทย์อุดม คชินทร

นายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. ชี้แนวโน้มสถานการณ์โควิดของโลกและไทยกำลังเป็นขาขึ้นใหม่ เหตุสายพันธุ์เดลต้าระบาดรุนแรง ยกตัวอย่างสหรัฐ อิสราเอลและสิงคโปร์ที่กลับมาระบาดรอบใหม่ เชื่อในไทยมียอด “ติดเชื้อแฝง” อาจถึง 7 ล้านคน เฉพาะ กทม. 1.5 ล้านคน แต่ยังต้องเร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดการป่วยหนัก-เสียชีวิต  รับไม่มีทางทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ต้องปรับตัววิถีใหม่อยู่ร่วมกับโรคให้ได้ รวมถึงต้องสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจด้วย

วันที่ 8 กันยายน 2564 ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ช่วงหนึ่งว่า สถานการณ์ขณะนี้ถ้าดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.4–1.5 หมื่นรายต่อวัน ขณะที่ปี 2563 แค่หลักพันก็เต็มที่

ชี้สถานการณ์โควิดเป็น “ขาขึ้นใหม่”

แต่ปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์ของโลกและไทยเป็น “ขาขึ้นใหม่”  เหตุผลมาจาก 2 ปัจจัยคือ โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้ากระจายได้รวดเร็วมากและรุนแรง ทั่วโลกประมาณ 80-90% ของไทย 91% ที่เป็นเชื้อสายพันธุ์เดลต้า

“ตอนนี้เชื้อไปทุกที่ กระจายเร็ว รุนแรง ระบาดในคนใกล้ชิด ในครอบครัว สถานที่ทำงาน และในชุมชน”

NBT สู้โควิด

เปิดผลศึกษา สธ. คาดในไทยมีผู้ป่วยแฝง 6-7 ล้านคน

นายแพทย์อุดมกล่าวว่า มีการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าการระบาดปัจจุบันสอดคล้องกับที่อู่ฮั่นระบาด คนที่ไม่อาการและไม่เคยไปตรวจโควิด-19 เมื่อไปตรวจพบว่าเป็นโควิด-19 อีกประมาณ 5-6 เท่าของตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่ได้รับการยืนยัน

“ยกตัวอย่างในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันใน กทม.ประมาณ 2.5 แสนคน เอา 6 เท่าคูณ หรืออีกราว 1.5 ล้านคน ซึ่งเรียกว่าติดเชื้อแฝง ไม่เคยไปตรวจ ไม่รู้ ไม่มีอาการด้วย กรุงเทพฯไม่ใช่แค่วันละ 4-5 พันคน เหมือนตัวเลขที่เห็นในปัจจุบัน ตอนนี้เลขผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมทะลุไป 1.2 ล้านคน ถ้าเอา 5-6 เท่าคูณ จะมีคนติดเชื้ออยู่ประมาณ 6-7 ล้านคนที่แฝงอยู่ และเขาแพร่เชื้อมาให้เราได้ นี่เป็นเหตุผลอันหนึ่งหนึ่งที่ทำให้มีการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด คนในครอบครัว แม้ว่าจะสนิทแค่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้เลย” นายแพทย์อุดมกล่าว

ชี้ฉีดวัคซีนป้องกันไม่ได้ แต่ลดป่วยหนัก-เสียชีวิตได้

นายแพทย์อุดมกล่าวว่า อีกเหตุผลหนึ่ง ตอนนี้มีข้อมูลชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาดของโรค ตอนนี้แม้บอกว่ามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด mRNA อย่างไฟเซอร์ เช่น ในสหรัฐอเมริกา อิสราเอล สิงคโปร์ ที่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 100% ครบสองเข็ม ถึง 60-70% ทั้งประเทศ ตอนนี้กลับมาติดเชื้อใหม่กันเต็มไปหมด

“ดังนั้นประชาชนจึงต้องทำความเข้าใจว่า วัคซีนตอนนี้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ กันได้สัก 50-60% แต่วัคซีนจะป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง ไม่ให้เข้าโรงพยาบาล ไม่ต้องเข้าไอซียู ไม่เสียชีวิต วัคซีนทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ ประมาณ 90-100% เหมือนกัน อันนี้ยืนยัน ตัวเลขทั่วโลกเหมือนกัน นี่คือประโยชน์ของวัคซีน” นายแพทย์อุดมกล่าวย้ำ

เพราะฉะนั้นแม้จะบอกว่า วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ ไม่เป็นไร แต่ประโยชน์ของวัคซีนจะป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง ป้องกันไม่ให้เข้าโรงพยาบาล ไปฉีดเถอะ ขอให้ฉีดให้เร็วที่สุด อย่างน้อยถ้าเผลอได้รับเชื้อมา อาการจะไม่รุนแรง ไม่ตาย และยังเป็นการช่วยปกป้องระบบสาธารณสุขของเราไม่ให้รับภาระเกินไป

“ตอนนี้แพทย์ พยาบาลเหนื่อยมาก เราหลังแอ่นมาก เตียงก็ไม่พอ ตอนนี้เราเริ่มผ่อน เตียงเขียว เตียงเหลืองเริ่มว่าง เรามาทำ Home Isolation เป็นแสนคน แต่เตียงสีแดงยังล้นอยู่ ยังแน่นอยู่ ที่เราเห็นยังตายวันละกว่า 200 คนอยู่”

สร้างสมดุลสุขภาพกับเศรษฐกิจ ดับฝันเป็นศูนย์

จะเห็นได้ว่าทั่วโลกกราฟยังขึ้นอยู่ ติดเชื้อวันละ 5-6 แสนรายต่อวัน แต่ตายน้อยลง อย่างประเทศอังกฤษที่มีการติดเชื้อสูง แต่ผู้เสียชีวิตน้อย เพราะเขาฉีดกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ และโรคร่วมไปกว่า 90% แล้ว ตอนนี้เราจึงจะคิดแบบเดิมไม่ได้แล้ว จะมานั่งล็อกดาวน์มันก็ไม่ไหว เศรษฐกิจไม่ไหว ต้องยอมรับ ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนหนึ่งเสียหายเป็นแสนล้าน เราต้องมาปรับใจใหม่ นั่นเป็นเหตุผลที่ ศบค.ยอมผ่อนปรนทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเป็นหมื่น

“เราดูอยู่แล้วว่าอย่างไรก็ไม่มีทางลง ขนาดใช้มาตรการเต็มที่ยังลงได้นิดเดียว ดังนั้นเรามาชั่งน้ำหนัก สมดุลระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจ ถ้าเข้มเรื่องสุขภาพมากเศรษฐกิจก็เสีย ถ้าปล่อยเศรษฐกิจเสรีเลยสุขภาพก็จะแย่ คนจะตายเยอะ เราก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้มีความสมดุล จึงผ่อนปรนโดยมีเงื่อนไขคือ ทุกคน ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด”

นายแพทย์อุดมกล่าวต่อว่า เป้าหมายของการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมที่ต้องทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ ผมบอกได้เลยไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน ภายในเดือน ธ.ค.ไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน ต้องทำใจ แต่เป้าหมายเราจะให้มันน้อยลง ปรับตัวอยู่กับมันได้ ให้ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติในชีวิตวิถีใหม่ นี่คือเป้าหมายที่หนึ่ง

ส่วนเป้าหมายที่สองคือ ฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้มีความสมดุลกับสุขภาพ

เป้าหมายเปิดประเทศให้ได้-ระดมฉีดวัคซีน

เป้าหมายที่สามคือ นายกฯต้องการเปิดประเทศให้ได้ ต้องการให้ทุกคนมาทำกิจกรรมร่วมกัน สามารถให้เกิดเป็นวงกว้างได้ คำว่าเปิดประเทศ ไม่ได้หมายถึงให้ต่างประเทศเข้ามาอย่างเดียว แต่เราต้องการเปิดประเทศให้คนไทยได้ไปเที่ยว เดินทางได้ ไปนั่งกินในร้านอาหารได้ ไปภูเก็ตได้ ไปเชียงใหม่ได้ โดยการให้คนไทยทุกคนออกไปใช้ชีวิตได้ ให้เราทำกิจกรรมได้ กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านได้ ขณะเดียวกันให้ต่างชาติมาเที่ยวที่บ้านเราได้ เพราะเป็นรายได้หลักของเรา นี่คือการเปิดประเทศ

ส่วนเรื่องวัคซีนที่จะเข้ามา นายแพทย์อุดมกล่าวว่า หลังจากนี้เราจะได้วัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ที่เดิมจะตัดยอดให้เราเดือนละ 5-6 ล้านโดส เดือน ก.ย.เขาเพิ่มให้เรา 7.3 ล้านโดส เดือน ต.ค. 11 ล้านโดส พ.ย. 13 ล้านโดส ธ.ค. 13 ล้านโดส นอกจากนี้ วันที่ 29 ก.ย.จะได้ไฟเซอร์ 2 ล้านโดส ต.ค.อีก 8 ล้านโดส พ.ย. 10 ล้านโดส ธ.ค. 10 ล้านโดส รวม 30 ล้านโดส

“ดังนั้น 3 เดือนข้างหน้าเราจะมีวัคซีนเดือนละ 20 ล้านโดสเลย เราจะจะเร่งฉีด ไม่ต้องกังวลศักยภาพการฉีด เราสามารถฉีดวันละ 8-9 แสนโดสสบาย ๆ” นายแพทย์อุดมกล่าวและว่า

ชี้วัคซีนฉีดไป 3 เดือน ภูมิตกทุกตัว

“ยืนยันถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเรื่องการส่งวัคซีนภายในเดือน ธ.ค.เราจะฉีดวัคซีนสองเข็มได้ตามเป้า มากกว่า 70% ของประชากรแน่นอน และจะฉีดเข็มที่สามได้ด้วย ตอนนี้วัคซีนเพียงพอสำหรับเข็มที่สาม เพราะหลังจากเราติดตามพบว่า วัคซีนทุกตัว ย้ำทุกตัว ทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ เมื่อฉีดไปแล้ว 3 เดือน ภูมิมันตกทุกตัว

“ถ้าภูมิมันตกไปมากจะสู้กับไวรัสสายพันธุ์เดลต้าไม่ไหว เราต้องสร้างภูมิให้มากขึ้นด้วยการฉีดเข็มที่สาม โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไปเราจะได้เข็มที่สาม เป็นแอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์ เราวางแผนไว้เรียบร้อย”

เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลเรื่องวัคซีน วัคซีนทุกตัวที่เราได้มาได้ประโยชน์แน่นอน อย่าไปด้อยค่าซิโนแวค ล่าสุดซิโนแวคเพิ่งมีข้อมูลออกมาวานนี้ของจีนว่า ในคนไข้ 4,000 ราย ที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้า สามารถป้องกันการติดเชื้อรุนแรงได้ถึง 88% คือไม่ต้องเข้ารพ. ไม่ต้องเข้าไอซียู 88%

“ดังนั้นวัคซีนจะเป็นกลยุทธ์หลักของปีนี้ ต้องฉีดให้ได้มากที่สุด และต่อจากนี้ไปเราจะต้องอยู่กับไวรัสโควิดให้ได้ โดยเน้นเรื่องมาตรการป้องกันแบบครอบจักรวาล Univerval Prevention เป็นมาตรการในการอยู่ร่วมกับสังคม ขององค์กร โดยต้องระมัดระวังตนเองแบบสูงสุด ทุกอย่าง ทุกที่ ทุกเวลา และของทุกคน แม้จะไม่มีความเสี่ยงก็ตาม” นายแพทย์อุดมกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.