“ทรูคอฟฟี่” ยกเครื่องใหญ่ ระดมโปรดักต์-บุก FMCG
วิกฤตโควิดหนุนธุรกิจปรับตัว “ทรูคอฟฟี่” ยกเครื่องรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี ปักหมุดแฟลกชิปสโตร์สยามสแควร์ ชูคอนเซ็ปต์ Roastery&Bakery Cafe ทุ่มงบฯ 100 ล้าน เปิดสาขาใหม่-ปรับปรุงสาขาเดิม ยกระดับบริการเอไอ อีโคซิสเต็ม รับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เผย Q3 ปี’65 ลุยโมเดลแฟรนไชส์ พร้อมส่งโปรดักต์กาแฟพร้อมดื่ม-น้ำดื่มวิตามินบุกตลาด FMCG
ดร.ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอาหารและคอฟฟี่ เฮาส์ บริษัท ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านทรูคอฟฟี่ เปิดเผยว่า วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทุก ๆ ธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่อีกด้านหนึ่งโควิดได้เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัว
เช่นเดียวกับทรูคอฟฟี่ได้ปรับทั้งในแง่ของแนวคิดและหลักการบริหาร ในลักษณะของการโอเปอเรชั่นและการตลาดภายใต้ระบบวอลุ่ม รวมไปถึงการปรับ mindset ธุรกิจ เพราะปีหน้าทั้งปีเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับโควิด ซึ่งที่ผ่านมาทรูคอฟฟี่จะมุ่งโฟกัสแค่การขายเครื่องดื่มกาแฟ จากนี้ต้องเปลี่ยนโพซิชันนิ่งใหม่ให้แตกต่างจากร้านกาแฟรายอื่น ๆ ในตลาด
เริ่มจากการรีแบรนดิ้งครั้งแรกในรอบ 15 ปี ด้วยการปรับกลยุทธ์โมเดลใหม่ ทั้งแนวคิดการสร้างประสบการณ์ลูกค้า ปรับโฉมโลโก้ใหม่ ดีไซน์ร้านใหม่ พร้อมเปิดตัวร้านทรูคอฟฟี่ แฟลกชิปสโตร์ เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Roastery & Bakery Cafe
ซึ่งเป็นการผันตัวมาเป็นร้านเบเกอรี่ คาเฟ่ ด้วยการจับมือกับ Gontran Cherrier โฮมเมดเบเกอรี่ สัญชาติฝรั่งเศส รวบรวมเมนูเบเกอรี่ และครัวซองต์กว่า 40 รายการ ชูจุดขายอบสดใหม่วันต่อวัน นอกจากเบเกอรี่แล้วยังมีเมนูอาหาร อาทิ ชุดสลัด และข้าวต้ม เข้ามาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้า
ควบคู่กับการยกระดับการบริการด้วยนวัตกรรมทรู 5G ควบคู่กับการทำ roasting room หรือโรงคั่วกาแฟ โดยใช้เครื่องคั่วดิจิทัลคั่วเมล็ดกาแฟที่ใช้เฉพาะภายในร้าน และสำหรับลูกค้าซื้อรูปแบบบรรจุถุง โดยสามารถบันทึก profile การคั่วกาแฟของลูกค้าแต่ละบุคคล และสร้างความสะดวก แม่นยำ และรวดเร็ว เพื่อนำไปทำการคั่วในครั้งต่อไป
ตลอดจนการนำโรบอตบาริสต้ามาโชว์การดริปกาแฟ และมีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารมาให้บริการลูกค้า ควบคู่กับการให้บริการโดยพนักงาน เพื่อสร้างความสะดวก และความรวดเร็ว รวมทั้งเป็นการตอกย้ำถึงจุดแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของกลุ่มทรู
“นวัตกรรมเหล่านี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือ เชื่อมต่อข้อมูลของทุกสาขาไว้ด้วยกัน เพื่อควบคุมมาตรฐานให้ไปในทิศทางเดียวกันและรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการดื่มกาแฟเพิ่มขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ร้านแฟลกชิปสโตร์ให้เป็น open space เปิดโอกาสให้แบรนด์ร้านกาแฟรายเล็ก ๆ เข้ามาจัดเวิร์กช็อป เรียนรู้การคั่วกาแฟและพฤติกรรมลูกค้าในย่านดาวน์ทาวน์ เพื่อสร้างให้เกิดคอมมิวนิตี้ของคนรักกาแฟ”
ดร.ปพนธ์ยังกล่าวต่อถึงกลยุทธ์และทิศทางการบริหารงานต่อจากนี้ว่า บริษัทเตรียมงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายร้านทรูคอฟฟี่ ควบคู่กับการทยอยรีโนเวตอีก 9 สาขา ให้อยู่ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันกับสาขาสยามสแควร์ที่เป็นโมเดลต้นแบบ เพียงแต่สเกลจะเล็กกว่า วางงบฯปรับปรุงร้านไว้ 2 ล้านบาทต่อสาขา โดยเริ่มทยอยปรับที่สาขา Center Point of Siam Square สาขา ซี.พี. ทาวเวอร์ สีลม สาขาเอ็มควอเทียร์ และสาขาทรู ทาวเวอร์ และสเต็ปถัดไปจะทยอยปรับสาขาอื่น ๆ เพิ่มเติม
ปัจจุบันร้านทรูคอฟฟี่มีทั้งหมด 100 สาขา หลัก ๆ อยู่ในรูปแบบสแตนด์อะโลน แบ่งเป็นในทรูช็อป 60 สาขา และร้านในมหา’ลัยและออฟฟิศอีก 40 สาขา
พร้อมกันนี้ยังเตรียมจับมือพาร์ตเนอร์ขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยพิจารณาจากโลเกชั่นต้องมีผู้คนเดินผ่านหน้าร้านและต้องเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 10% คาดว่าจะเปิดร้านแฟรนไชส์ได้ประมาณ 2 แห่งในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสร้างระบบเทรนนิ่งรวมไปถึงเรื่องแมเนจเมนต์ให้แล้วเสร็จ ควบคู่กับการกลับไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ
ที่ผ่านมาบริษัทมีสาขาอยู่ที่ลาว พม่า และจีน แต่เมื่อเจอโควิดทำให้สถานการณ์ไม่แน่นอน จึงชะลอไว้ก่อน โดยปีหน้าคาดว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและเตรียมกลับไปเปิดให้บริการอีกครั้ง
ขณะเดียวกันที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรทางภาคเหนือที่ปลูกเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้้ำ ซึ่งพัฒนาเป็นสูตรเฉพาะของทรูคอฟฟี่ โดยใช้เวลาปลูกมาประมาณ 3-4 ปี ผลผลิตเริ่มเพิ่มขึ้น จึงมองหาโอกาสการขยับขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด FMCG (Fast-moving consumer goods) ในรูปแบบของการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ ๆ เข้าไปจำหน่ายในช่องทางรีเทล โดยช่วงต้นปีได้ลอนช์กาแฟพร้อมดื่ม 2 รสชาติ ได้แก่ อเมริกาโน่ และลาเต้ ราคา 39 บาท เข้าไปทดลองตลาดในร้านสะดวกซื้อ พบว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ซึ่งจำหน่ายไปแล้ว 2 ล้านขวด
โดยในช่วงเดือนธันวาคมเตรียมลอนช์อีก 2 รสชาติ โดยเป็นการพัฒนาสูตรร่วมกันกับพาร์ตเนอร์จากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นผู้ผลิตให้ และเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (new product development) เช่น ทรูไวท์ วิตามินวอเตอร์ ราคา 25 บาท เตรียมวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ในวันที่ 18 พ.ย. 64 ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการโฆษณาแบรนด์ให้ผู้บริโภครู้จักได้กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายรายได้สิ้นปี 2564 คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ 300 ล้านบาท จากการปรับวิธีการทำธุรกิจใหม่ ๆ ปรับตัวเพิ่มช่องทางขายดีลิเวอรี่ ร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้โดยอาศัยฐานลูกค้าจากกลุ่มทรู ประมาณ 4 แสนคน เข้ามาช่วยผลักดันให้ช่องทางดีลิเวอรี่ทำรายได้กว่า 15% และอนาคตคาดว่าสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจร้านกาแฟ 60% และอีก 40% จะมาจากธุรกิจ FMCG ดีลิเวอรี่ และอีคอมเมิร์ซ