องค์การสะพานปลาเร่งขานรับ “ประภัตร” ปักหมุดขยายสะพานปลาท่าบกเต็มสูบทั่วไทย นำร่องเชียงราย และหนองคาย ก่อนปูพรมจังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วไทย หวังขยายตลาดการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านรับเปิดประเทศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า อสป.มีแผนที่จะรุกขยายสะพานปลาท่าบกไปในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง และกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง เพื่อช่วยกระจายสินค้าให้กับชาวประมงพื้นบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการแพปลา มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำ และอาหารทะเลเพิ่มมากขึ้น
รวมถึงรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยู่ห่างไกลทะเล ที่ต้องการบริโภคอาหารทะเลสด ๆ สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนแบบส่งตรงจากทะเล (เรือประมง) ในราคาที่สมเหตุสมผลและเป็นธรรม

“ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี’64 นี้ จะนำร่องปักหมุดสะพานปลาท่าบกที่ 2 จังหวัดก่อน โดยภาคเหนือเล็งเป้าหมายไว้ 3 จุด ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย,สหกรณ์การเกษตรเมืองเชียงราย,ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และภาคอีสาน 1 จุด ที่สหกรณ์การเกษตรท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างเจรจาหาพื้นที่ พร้อมหารือและหาแนวทางการพัฒนา รวมถึงความเป็นไปได้
คาดว่าจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เนื่องจาก อสป.กำลังหารือร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำ และสินค้าทางการเกษตร ที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน
การลุยขยายสะพานปลาท่าบก นอกจาก อสป.ต้องการช่วยกระจายสินค้าและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและอาหารทะเลให้กับชาวประมงพื้นบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการแพปลาแล้ว ยังมีเป้าหมายขยายการค้าชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเชื่อว่ามีโอกาสในการทำตลาดสูง”
เนื่องจากพบว่าในหลาย ๆ พื้นที่มีความต้องการสินค้าสัตว์น้ำและอาหารทะเล โดยเป้าหมายปี’65 อสป.จะปักหมุดขยายสะพานปลาท่าบกเพิ่มอีกหลายจุด ที่ จ.พิษณุโลก และด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น ซึ่ง อสป.พร้อมขานรับนโยบายการทำงานของนายประภัตร โพธสุธน รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการผลักดันให้ อสป.ลุยขยายท่าบกทั่วไทย ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงที่มีอยู่ 18 แห่งทั่วประเทศ

นายปรีดากล่าวว่า เป้าหมายของ อสป.นอกจากจะมีสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศแล้ว ยังต้องการขยายสะพานปลาท่าบกให้ครอบคลุมในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ทั่วประเทศด้วย โดยจะลดขนาดสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงลง และกระจายแรงงานไปอยู่สะพานปลาท่าบกมากขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการท่าบกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการลงพื้นที่ภาคใต้ ในจังหวัดภูเก็ต ระนอง ชุมพร นราธิวาส ปัตตานี สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ที่ผ่านมานั้น เป็นการไปตรวจเยี่ยม เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าแพปลา พร้อมเตรียมช่วยเหลือและสนับสนุน รวมถึงให้นโยบายในการทำงานให้ทุกสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงในจังหวัดภาคใต้มีประสิทธิภาพมากขึ้น