Skip to content

สร้างคนแบบ “ซิตี้แบงก์” เน้นความเท่าเทียม-แตกต่างทางเพศ

25 ธ.ค. 2564 | 11:12น.
สร้างคนแบบ “ซิตี้แบงก์” เน้นความเท่าเทียม-แตกต่างทางเพศ

แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการดำเนินธุรกิจยุคปัจจุบัน กระทั่งทดแทนการใช้แรงงานมนุษย์ในหลาย ๆ ตำแหน่ง แต่กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการ แรงงานมนุษย์จะมีความสำคัญในการขับเคลื่อนความพึงพอใจของลูกค้ามากกว่าเทคโนโลยี ดังนั้น ธนาคารจึงถือเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจบริการที่ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

สำหรับประเทศไทย ธนาคารซิตี้แบงก์เข้ามาดำเนินธุรกิจเป็นระยะเวลากว่า 55 ปี เป็นธนาคารที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก โดยให้บริการด้านธุรกรรมการเงินหลากหลาย ครอบคลุมทั้งลูกค้าสถาบัน องค์กร และบุคคล เพราะสิ่งหนึ่งที่ซิตี้แบงก์ยึดถือคือการดูแลบุคลากรทุกเพศด้วยความเท่าเทียม เพื่อเป็นพลังให้พวกเขาสามารถส่งต่อบริการดี ๆ ไปสู่ลูกค้า

ล่าสุดสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากโครงการ WeEmpowerAsia (WEPs) จัดโดยองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างผู้นำผู้หญิงและการมีส่วนร่วมในภาคธุรกิจของผู้หญิงในประเทศจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม เพื่อขับเคลื่อนการตระหนักถึงบทบาททางเพศในภาคเอกชน

รวมถึงการคว้ารางวัล “2021 Best Companies to Work for in Asia-Thailand Edition” (บริษัทยอดเยี่ยมในเอเชียที่น่าทำงาน) และรางวัลพิเศษ “We Care-The Most Caring Companies” จากนิตยสาร HR Asia

“ปฐมพร หันนาคินทร์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ซิตี้แบงก์เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อพนักงานเป็นที่ตั้ง เพราะเชื่อว่าหากพนักงานมีการทำงานที่ดี มีความสุขในการทำงาน พนักงานจะสามารถรังสรรค์ผลงานและตอบสนองการบริการแก่ลูกค้าได้ดี พร้อมทั้งยังสนับสนุนความก้าวหน้าของพนักงานที่ต้องการเติบโตในสายงานด้วยความเต็มใจเพื่อให้พนักงานสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งใจไว้อีกด้วย

“หัวใจหลักในการบริหารคนของซิตี้แบงก์ทั่วโลกคือความเท่าเทียม, การยอมรับในความหลากหลายและการมีส่วนร่วม โดยกำหนดแนวทางอย่างเป็นรูปธรรมเชิงนโยบายว่าพนักงานต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก โดยความเท่าเทียมที่ธนาคารซิตี้แบงก์นำมาปฏิบัติในองค์กรสะท้อนออกมาหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเพศเท่าเทียม เพราะเชื่อในความสามารถและโอกาสไม่จำกัดที่หญิง ชาย หรือเพศทางเลือก”

“ดังนั้น นโยบายการจ้างงานของซิตี้แบงก์ทั่วโลกจึงกำหนดว่าต้องมีสัดส่วนผู้หญิง และผู้ชายในระดับที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด รวมถึงมีการอบรมให้กับผู้บริหารระดับสูงต่าง ๆ เข้าใจถึงแนวคิด และลดทอนอคติที่อาจเกิดจากเพศสภาพที่แตกต่างกัน”

ปัจจุบันธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย มีพนักงานอยู่ประมาณ 2,300 คน มีสัดส่วนผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุดอยู่ที่ราว 56% อีกทั้งยังมีการพัฒนาบุคลากรผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งระดับกลางขึ้นไป เพื่อให้เตรียมพร้อมก้าวสู่ตำแหน่งการทำงานในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงให้ความมุ่งมั่นในการเปิดเผยข้อมูล และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านผลตอบแทนระหว่างเพศหญิง และเพศชายอีกด้วย

ทั้งนี้ ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้กลุ่มพนักงานที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้รับโอกาสในการเติบโตในหน้าที่การงานด้วยความเท่าเทียม พร้อมมีกิจกรรมให้พนักงานกลุ่มเหล่านี้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่าง ๆ กับหัวหน้าฝ่ายสม่ำเสมอ

“ซิตี้แบงก์สนับสนุนให้พนักงานพัฒนากลุ่มสัมพันธ์จำเพาะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสัมพันธ์สตรี หรือกลุ่มสัมพันธ์ความหลากหลายทางเพศ โดยให้สมาชิกในกลุ่มระบุความต้องการในการพัฒนาตนเอง หรือพัฒนาความรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจและตระหนักถึงข้อดีในความแตกต่าง โดยมีผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นผู้ให้การสนับสนุน”

“เราเชื่อว่าการที่พนักงานสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้อย่างไม่ต้องมีความกังวล จะทำให้พนักงานสามารถบรรลุถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้ และมีความสุขในการทำงานที่มีเพื่อนร่วมองค์กรให้ความเข้าใจ และสนับสนุนการเติบโตในหน้าที่การงานไปด้วยกัน”

“ปฐมพร” อธิบายต่อว่า ซิตี้แบงก์มีนโยบายให้พนักงานทุกฝ่ายของซิตี้แบงก์สามารถเรียนรู้ และพัฒนาทักษะในด้านการทำงานระหว่างแผนก หรือข้ามสายงานได้ ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการต่อยอดในด้านสายงานของพนักงานในอนาคต โดยทุกปีพนักงานซิตี้แบงก์ทุกคนจะแสดงความต้องการที่เกี่ยวกับด้านการทำงาน หรือสายงานที่ต้องการพัฒนา หรือต่อยอดแก่หัวหน้าฝ่ายของตนเอง ซึ่งหัวหน้าฝ่ายหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงจะต้องมีหน้าที่หาวิธีในการส่งเสริมพนักงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

“เรามีเครือข่ายการทำงานอยู่ทั่วโลก จึงไม่ปิดกั้นโอกาสในการทำงานของพนักงานทุกคนให้ได้ขยับขยายการทำงานไปยังเครือข่ายของซิตี้แบงก์ที่มีอยู่ทั่วโลก โดยที่พนักงานไม่ต้องกังวลถึงกระบวนการทำงาน เนื่องจากซิตี้แบงก์มีหลักในการทำงานอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในการทำงานร่วมกันสูงสุดต่อทั้งตัวพนักงาน องค์กร และลูกค้าในอนาคต”

“ซิตี้แบงก์ให้ความสำคัญกับนโยบายการรักษาพนักงานด้วยการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ที่เหมาะสมให้กับพนักงาน เช่น ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมถึงคู่รักหรือคู่สมรสของพนักงานทุกเพศ โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น รวมถึงการลาคลอดที่อนุญาตให้พนักงานเพศหญิงยังได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนเพิ่มเติมจาก 90 วัน เป็น 120 วัน รวมถึงคุณพ่อ และคู่สมรสเพศเดียวกันสามารถลางานในกรณีดังกล่าวด้วยได้เช่นกัน”

“ทั้งนี้ ในอนาคตมีแนวคิดจะเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานของพนักงานให้สะดวกมากขึ้น โดยการจัดรูปแบบการทำงานใหม่ตามลักษณะงานให้มีการทำงานรูปแบบเดิมคืออยู่ที่ออฟฟิศทุกวัน หรือลดจำนวนวันทำงานในออฟฟิศผสมผสานกับการทำงานที่บ้าน หรือทำงานที่บ้านทุกวัน เป็นต้น”

“ปฐมพร” กล่าวด้วยว่า นอกจากการดูแลพนักงานให้ได้เติบโตในหน้าที่การงาน ตลอดจนการคัดสรรสวัสดิการที่สามารถตอบสนองความต้องการของพนักงานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ซิตี้แบงก์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ ด้านร่างกายและจิตใจที่ต้องแข็งแกร่งไปพร้อมกัน

“โดยทุก ๆ ปีซิตี้แบงก์ทั่วโลกจะมีกิจกรรมวันชุมชนซิตี้ (Citi Global Community Day) เพื่อให้พนักงาน และครอบครัวของพนักงานมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน ด้วยการทำกิจกรรมแตกต่างกันออกไป และส่งเสริมการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ ให้พนักงานมีต้นทุนสุขภาพที่ดี ในขณะที่ด้านสุขภาพจิตใจ ซิตี้แบงก์มีโปรแกรมที่คอยให้คำปรึกษาและดูแลเกี่ยวกับด้านปัญหาส่วนตัว ตลอดจนด้านปัญหาสภาพจิตใจของพนักงานและครอบครัวของพนักงาน ด้วยผู้เชี่ยวชาญผ่านหลากหลายช่องทางโดยไม่มีวันหยุดอีกด้วย”

นับเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่ซิตี้แบงก์ให้ความสำคัญกับพนักงาน ควบคู่ไปกับการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และการร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นธนาคารชั้นนำที่สามารถตอบสนองความต้องการด้านธุรกรรมการเงินของลูกค้าอย่างครอบคลุมมากที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซิตี้แบงก์