เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

เปิดแผนรับมือ “โอไมครอน” เร่งแผนฉีดวัคซีน กุญแจสำคัญ

22 ธ.ค. 2564 | 08:02น.

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้หลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปเริ่มทยอยประกาศมาตรการที่เข้มข้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงการพบการติดเชื้อโอไมครอนในประเทศไทย 4 คลัสเตอร์ ที่พบการเชื่อมโยงหลายจังหวัด อาทิ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา รวมถึงกรุงเทพฯ โดยทุกรายที่ติดเชื้อโอไมครอนเชื่อมโยงมาจากเดินทางมาจากต่างประเทศ โดย 1 ใน 4 ของคนที่มาจากต่างประเทศเป็นเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน และไม่เฉพาะแต่ประเทศในทวีปแอฟริกาเท่านั้น ซึ่งทำให้สถานการณ์มีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น

ล่าสุดเบื้องต้น ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็ก มีแผนจะเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการพิจารณายกระดับในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ และอีกด้านหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็เร่งโครงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชน หลังผลการวิจัยล่าสุดระบุว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นจะช่วยเพิ่มการป้องกันการป่วยหนักได้ถึงราว 85%

สั่ง สสจ.-รพ.ทั่วประเทศเตรียมพร้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีข้อสั่งการในเบื้องต้นไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ เตรียมรับมือกับการระบาดของโควิดระลอกใหม่ โดยระบุว่า เนื่องจากขณะนี้มีการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากโควิดสายพันธุ์โอไมครอนในหลายประเทศ และเพื่อเป็นการรองรับการระบาดในประเทศ จึงได้ยกระดับ 3 มาตรการป้องกันโควิด ดังนี้ 1.กำชับมาตรการ COVID free setting ในพื้นที่ต่าง ๆ และการอนุญาตให้จัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้จนถึงปีใหม่ ต้องเคร่งครัดในมาตรการอย่างมาก หากไม่ปฏิบัติตามต้องยกเลิก

2.เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ตามข้อแนะนำและค้นหาคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโดยเฉพาะกลุ่ม 608 (กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) โดยการเพิ่มจุดฉีดและวางแผนการฉีดในกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเข็ม 1 และเข็ม 3 ส่วนเข็ม 4 ในบุคลากรทางการแพทย์ และในช่วงนี้ขอให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัด sandbox ให้มีจุดฉีดวัคซีนและการตรวจ ATK ในจุดสถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟ สนามบิน ในทุกพื้นที่ครับ เพื่อการคัดกรองเฝ้าระวัง

และ 3.การเตรียมการรองรับการติดเชื้อหากมีเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนโฮมไอโซเลชั่น หรือการกักตัวที่บ้าน (HI), คอมมิวนิตี้ไอโซเลชั่น หรือการกักตัวในชุมชน (CI), สถานที่กักตัวทางเลือก (ASQ) และการเพิ่มเตียงในส่วนของ รพ.

ยกระดับรับมือ “โอไมครอน”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงแนวทางการรับมือโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนว่า ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า คงให้มีการกลับมาใช้ state quarantine หรือการกักกันผู้เดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาภายในประเทศ นอกจากนี้ สธ.ยังมีแผนจะเสนอ ศบค.ให้ยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศแบบ test & go (T&G) แล้วกลับไปใช้วิธีการกักตัว ซึ่งจะมีการหารือในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากสถานการณ์โอไมครอนรุนแรงมากขึ้น และหลายประเทศได้ยกเลิกจัดเทศกาลปีใหม่แล้ว ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศแล้ว 63 ราย และขอยืนยันผลอีก 20 ราย จึงจำเป็นต้องเร่งใช้มาตรการดังกล่าวเพื่อยกระดับการรับมือภายในประเทศ

“การควบคุมโรคได้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น/จังหวัดแล้ว อยู่ที่นโยบายของแต่ละพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานคร ก็อาจต้องพิจารณาเรื่องการจัดกิจกรรมรวมตัวในช่วงเทศกาล หากเห็นว่ามีแนวโน้มเสี่ยงแพร่เชื้อ” นายอนุทินย้ำ

นายกฯสั่งผู้ว่าฯเข้มจัดงานปีใหม่

ขณะที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ขณะนี้หลายจังหวัดมีการจัดกิจกรรมและงานรื่นเริง ทั้งงานกาชาด งานแฟร์ งานคอนเสิร์ต ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกัน จึงฝากกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด ตรวจสอบการจัดงานของผู้จัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเข้มงวด โดยให้เป็นไปตามมาตรการของ ศบค. COVID free setting และมาตรการความปลอดภัย กำหนดจำนวนผู้เข้าร่วมงาน การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน จัดพื้นที่แบบเว้นระยะห่าง รวมทั้งการแสดงหลักฐานของผู้ร่วมงาน ผลการฉีดวัคซีน ผลตรวจ ATK และขอให้ประชาชนป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น สำหรับมาตรการเปิดรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง สกัดการเข้ามาของไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ขณะเดียวกันก็ไม่ให้กระทบมาตรการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมในปี 2565 ในส่วนของผู้แสวงบุญเดินทางกลับจากนครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน สธ.แจ้งว่าขณะนี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว จึงขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทั่วไป อย่าวิตกกังวลเกินไป ทั้งนี้ ผู้ป่วยทุกรายอยู่ในการควบคุมและการดูแลของคณะแพทย์ทุกโรงพยาบาลเป็นอย่างดี

เร่งแผนการฉีดวัคซีน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่มีกระแสข่าวการพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเกิดขึ้น สธ.ได้ส่งหนังสือ “ด่วนที่สุด” ถึงนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยระบุว่าสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบการแพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง ประกอบกับมีการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์กลายพันธุ์เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก โดยมีการกำหนดให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเร่งรัดการฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้ 1.ให้ทุกจังหวัดพิจารณาฉีดวัคซีนโควิด-19ได้ทุกสูตรที่ได้รับการรับรองทางวิชาการ โดยการฉีดวัคซีนโควิด-19ขอให้คำนึงถึงวันหมดอายุของวัคซีน เร่งฉีดโดยเร็วก่อนวัคซีนหมดอายุ และบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 เข็มที่ 2 และเข็มกระตุ้น ภายใต้วัคซีนคงคลังที่มีอยู่

2.ให้ตรวจสอบวันหมดอายุของวัคซีนที่มีอยู่ และเร่งฉีดโดยเร็วก่อนวัคซีนหมดอายุ 3.ให้บริการฉีดวัคซีนเชิงรุกในประชากรทั้งสัญชาติไทยและมิใช่สัญชาติไทย 4.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เข้ารับวัคซีนโดยเร็ว และ 5.การขอคืนวัคซีนที่ใกล้หมดอายุ โดยกำหนดให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแจ้งขอคืนวัคซีนที่ใกล้หมดอายุ ไม่น้อยกว่า 2 เดือน ไปยังกรมควบคุมโรค และเมื่อได้รับการอนุมัติคืนวัคซีนจากกรมควบคุมโรค จึงประสานการส่งคืนวัคซีนต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขที่มีการออกประกาศ “สธ.แนะดูแลตัวเอง” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนให้รีบไปฉีดวัคซีนโดยด่วน 2.ชะลอการเดินทางไปต่างประเทศ หากจำเป็นควรเน้นมาตรการ UP (universal prevention) หรือการป้องกันแบบครอบจักรวาล 3.ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศควรรีบตรวจหาเชื้อและกักตัว 14 วัน 4.การจัดงานรื่นเริงช่วงปีใหม่ ต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID free setting และ 5.หากพบเห็นสถานบริการ/ร้านอาหารไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอน