เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
Economic เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
Biz Movement สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
“ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
Economic “ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

กนง.จับตา “โอไมครอน” ปัจจัยเสี่ยงสำคัญฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

05 ม.ค. 2565 | 14:50น.
ท่องเที่ยว โควิด

ธปท.เปิดรายงานการประชุมกนง.เผยคณะกรรมการฯ กนง. จับตา “โอไมครอน” ใกล้ชิดปัจจัยเสี่ยงสำคัญฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย เปิด 2 สมมติฐานตามการระบาด-มาตรการภาครัฐ มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 65-66 ที่ระดับ 3.4% และ 4.7% อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ-แรงกดดันมีจำกัด ด้านนโยบายการเงินยังผ่อนคลายต่อเนื่อง-ประสานมาตรการภาครัฐ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว

วันที่ 5 มกราคม 2565 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ ครั้งที่ 8/2564 ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกและภาวะตลาดการเงิน โดยเศรษฐกิจคู่ค้าในระยะข้างหน้ามีทิศทางขยายตัวต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ชะลอลง

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ โอไมครอน จะจำกัดอยู่ในช่วงแรกของปี 2565 โดยเศรษฐกิจคู่ค้าจะทยอยฟื้นตัวในระยะต่อไป อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก (advanced economies: AEs) จะทยอยลดลงจากปี 2564 ที่ฟื้นตัวแรงจากปีก่อนหน้า กอปรกับได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่และปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทานโลก (global supply disruption) ที่ยืดเยื้อ

สำหรับเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอลงเช่นกัน ทั้งจากการใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับความกังวล ต่อการระบาดระลอกใหม่ที่กระทบการผลิตและขนส่ง รวมถึงการลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ เพื่อชะลอความร้อนแรงในภาคอสังหาริมทรัพย์และการเพิ่มความเข้มงวดของภาครัฐต่อกิจกรรมในภาคการผลิต ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับเศรษฐกิจเอเชียเผชิญแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ Delta ในช่วงที่ผ่านมาทำให้หลายประเทศกลับมาใช้มาตรการควบคุมเข้มงวด แต่จะทยอยฟื้นตัวได้ ในระยะต่อไปแม้จะมีปัจจัยกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ โอไมครอน

โดยตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวผันผวนสูงขึ้นจากการกลายพันธุ์ของไวรัสและการลดการผ่อนคลายนโยบาย การเงินของธนาคารกลางกลุ่มประเทศ AEs ที่เร็วกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุน โดยราคาสินทรัพย์ ทางการเงินเคลื่อนไหวผันผวนจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ใหม่

ประกอบกับ ธนาคารกลางกลุ่มประเทศ AEs ลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วกว่าคาด โดยเฉพาะประเทศที่อัตราเงิน เฟ้อสูงเกินกรอบเป้าหมาย โดยธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดปริมาณการเข้าซื้อสินทรัพย์และ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น ด้านธนาคารกลางกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (emerging markets: EMs) บางแห่งเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลปัญหาเงินเฟ้อสูง

สำหรับค่าเงินบาทยังคง เคลื่อนไหวผันผวนสูง ในขณะที่ดัชนีค่าเงินบาท (nominal effective exchange rate: NEER) อ่อนค่าลงจาก การประชุมครั้งก่อนสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคจากความกังวลต่อการระบาดของไวรัส สายพันธุ์ใหม่ มองไปข้างหน้าตลาดการเงินโลกมีแนวโน้มผันผวนสูงจาก

1. ความเสี่ยงที่ธนาคารกลาง ต่างประเทศอาจลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินเร็วกว่าคาดเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อสูง

และ 2.การระบาดของ สายพันธุ์ โอไมครอน ที่อาจกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และ 3.ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ภายในประเทศ และนโยบายต่างประเทศของจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและราคาพลังงานโลก

เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง

ภาวะเศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 0.9% ในปี 2564 และจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2565 และ 2566 ขยายตัว 3.4% และ 4.7% ตามลำดับ จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่า จะทยอยกลับมามากขึ้น

รวมถึงการฟื้นตัวในหลายสาขาธุรกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นสอดคล้องกับกิจกรรมทาง เศรษฐกิจ แต่การจ้างงานและรายได้แรงงานยังอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาด สำหรับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐคาดว่าจะแผ่วลงหลังจากที่เร่งไปในช่วงก่อนหน้า

ด้านการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มชะลอลงบ้าง ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและผลกระทบเพิ่มเติมจากการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ในขณะที่นักท่องเที่ยว ต่างชาติในปี 2565 จะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 6 ล้านคนเป็น 5.6 ล้านคน จากการระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน ที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงแรกของปีสำหรับการลงทุนภาคเอกชน มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ตามอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศแต่ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของไวรัสซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคธุรกิจ

แรงกดดันเงินเฟ้อยังจำกัด

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านต่ำที่ผลกระทบของการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมาย โดยในปี 2564 2565 และ 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2% และ 1.7% และ 1.4 ตามลำดับ อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยเฉพาะราคาพลังงานและข้อจำกัดในการผลิตและขนส่งสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ทั้งนี้ โอกาสที่แรงกดดันเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังมีไม่มาก เนื่องจากความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของ ผู้ประกอบการยังมีจำกัด

โดยจากผลการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการในเดือนพฤศจิกายน 2564 พบว่า ผู้ประกอบการ 55% จะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า เนื่องจากการแข่งขันสูง และกำลังซื้อในประเทศยังไม่เข้มแข็งจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและตลาดแรงงานที่ยังเปราะบาง สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศ ด้านการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อไทยมีความเสี่ยงด้านสูง จากพัฒนาการเงินเฟ้อโลกและการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ในระยะข้างหน้า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและมีความไม่แน่นอนสูง โดยจะต้องติดตาม 1.พัฒนาการการระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รุนแรง หรือยืดเยื้อ กว่ากรณีฐาน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์และความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการระบาด

2. ความเชื่อมั่นของประชาชนและธุรกิจ ท่ามกลางการระบาดหลายระลอกและปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง 3.ความต่อเนื่องและเพียงพอของมาตรการภาครัฐเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ 4.ปัญหา global supply disruption ที่อาจยืดเยื้อกดดันธุรกิจในภาคการผลิตและการส่งออก

โอไมครอนความเสี่ยงสำคัญฉุดเศรษฐกิจไทย

ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการฯ อภิปราย คณะกรรมการฯ เห็นว่าการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ โอไมครอน เป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ในกรณีฐานคาดว่าจะยังไม่ กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างและยืดเยื้อกว่าคาดได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการแพร่ระบาดและความเข้มงวดของมาตรการควบคุม

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางขยายตัวได้ต่อเนื่องในกรณีฐาน โดยการระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและการส่งออกสินค้าในช่วงแรกของปี 2565

โดยข้อสมมติในกรณี ฐานประเมินว่าแม้การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน จะมีอัตราการแพร่เชื้อสูงกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ประสิทธิภาพของวัคซีนในปัจจุบันช่วยลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้น จึงคาดว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการควบคุมการระบาดเฉพาะพื้นที่และปิดการลงทะเบียนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัว (Test & Go) เพียงชั่วคราว

ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 ได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากเดิมประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มฟื้นตัวในอัตราเร่งขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจ และช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถ ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดได้ในช่วงต้นปี 2566

สำหรับกรณีเลวร้าย มีข้อสมมติว่าสถานการณ์ระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน จะขยายวงกว้างแม้จะมีการเร่งฉีดวัคซีน ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อขีดจำกัด ด้านสาธารณสุขในบางพื้นที่และส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับความเข้มงวดของมาตรการควบคุมการระบาดขึ้นมากกว่ากรณีฐาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ผ่านความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายในประเทศที่ลดลง

ตลอดจนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง มากจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยและหลายประเทศทั่วโลก กระทบการฟื้นตัว ของภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแรงส่งสำคัญ เศรษฐกิจไทยจึงฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดได้ช้ากว่ากรณีฐาน

ตลาดแรงงานยังเปราะบางใช้เวลาฟื้นตัว

ด้านตลาดแรงงานไทยจะใช้เวลาฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดนานกว่าการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม จึงต้องติดตามเครื่องชี้ต่างๆ ที่สะท้อนมิติด้านคุณภาพของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจะมีความแตกต่างกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องอาศัยเครื่องชี้ที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้สะท้อนการฟื้นตัวรายสาขาเศรษฐกิจและกลุ่มรายได้โดยเฉพาะ เครื่องชี้ด้านตลาดแรงงาน อาทิ จำนวนผู้ว่างงานและผู้เสมือนว่างงาน รายได้แรงงานที่สูญเสียไป

โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยจะกลับสู่ระดับก่อนการระบาดได้ในปี 2566 แต่ตลาดแรงงานไทยในภาพรวมยังคงเปราะบาง สะท้อนจากแนวโน้มรายได้แรงงานนอกภาคเกษตร ในปี2566 ที่คาดว่าจะยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการระบาด

การระบาดของไวรัส COVID-19 นอกจากจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แล้ว ยังอาจมีผลต่อระดับศักยภาพการผลิตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้ โดยการลงทุนที่ชะลอ ออกไปจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น อุปสรรคในการปรับตัวของแรงงานจำนวนมากที่ต้องหางานประเภท ใหม่ความจำเป็นของธุรกิจในการปรับกระบวนการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงของการระบาด

รวมถึงการลด การพึ่งพาห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่อาจเปราะบางจากการหยุดชะงักของการผลิต เพื่อมุ่งเน้นให้ กระบวนการผลิตต่อเนื่องมากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจฉุดรั้งระดับศักยภาพ การผลิตได้

ดังนั้น การประเมินระดับกิจกรรมเศรษฐกิจเทียบกับศักยภาพ (output gap) ต้องคำนึงถึง ผลกระทบดังกล่าวด้วย อัตราเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวตามราคาพลังงานโลกและยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่จำเป็นต้องติดตามพลวัตเงินเฟ้อไทยและเงินเฟ้อโลกอย่างใกล้ชิด คณะกรรมการฯ เห็นว่าในปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลักโดยเฉพาะราคาพลังงาน โดยแรงกดดันต่อเงินเฟ้อไทยยังมีไม่มากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

เนื่องจาก 1.เศรษฐกิจไทยเพิ่งเริ่มฟื้นตัว จากการระบาดหลายระลอก ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์มีไม่มาก ซึ่งแตกต่างจากเศรษฐกิจ หลายประเทศที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดแล้ว

2.ยังไม่เกิดการส่งผ่านต้นทุนการผลิตของ ผู้ประกอบการไปยังการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้างจนส่งผลให้เกิดการปรับขึ้นค่าจ้าง ซึ่งเป็นต้นทุน สำคัญที่จะส่งผลให้ระดับราคาปรับสูงอย่างต่อเนื่อง (second-round effect) เช่นที่เกิดขึ้นกับ บางประเทศในกลุ่มประเทศ EMs ในละตินอเมริกา เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคไทยยังไม่เข้มแข็ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าและแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง

และ 3.กลไกการดูแลจากภาครัฐมีส่วนช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทานได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ในระยะข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงด้านสูงในบริบทที่เงินเฟ้อโลกปรับสูงขึ้นเร็วและเกิดการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังผู้บริโภคมากขึ้น หากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ โอไมครอน ซ้ำเติมให้ปัญหา global supply disruption ยืดเยื้อ

รวมถึงหากราคาพลังงานโลกอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น กดดันให้ผู้ผลิตส่งผ่านต้นทุนและปรับขึ้นราคาสินค้าเร็วขึ้น จนอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ได้ จึงเห็นควรให้ติดตามปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อพลวัตเงินเฟ้อไทย

ประสานภาครัฐประคองเศรษฐกิจ

คณะกรรมการฯเห็นว่าการเตรียมความพร้อมและประสานมาตรการภาครัฐเพื่อดูแลให้การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจไม่สะดุดลงเป็นประเด็นที่สําคัญ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า มีความไม่แน่นอนสูงจากหลายปัจจัย เช่น (1) ความยืดเยื้อของการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัส สายพันธุ์ใหม่ (2) ความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่จะทยอยหมดลง

และ (3) การส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานโลกหากราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะบั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมการฯ จะติดตามและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ต่อเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังให้ความสําคัญกับการเร่งผลักดันมาตรการ รวมหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ (debt consolidation) และมาตรการปรับปรุง โครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน (มาตรการแก้หนี้ระยะยาว 3 ก.ย. 64) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง (debt overhang) ได้อย่างตรงจุดและเป็นรูปธรรม เป็นการลดทอนความเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการเติบโตของ เศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางได้

การดําเนินนโยบายการเงิน

คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี เพื่อสนับสนุน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการใช้จ่าย ในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะทยอยกลับมามากขึ้น ทั้งนี้ การฟื้นตัวในหลายสาขาธุรกิจมีแนวโน้ม ปรับดีขึ้นสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ประเมินว่าการระบาดของสายพันธุ์ Omicron จะกระทบเศรษฐกิจในช่วงแรกของปี 2565 โดยยังมีความเสี่ยงด้านต่ำที่ผลกระทบอาจรุนแรงและยืดเยื้อกว่าคาด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์การระบาดและความเข้มงวดของมาตรการควบคุม

นอกจากนี้ ยังต้อง ติดตามการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ยังอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อน การระบาด คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องจะช่วยสนับสนุนการขยายตัว ของเศรษฐกิจในภาพรวม จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ประกอบกับการดําเนินมาตรการด้านการเงินการคลังที่มีความต่อเนื่อง เน้นการฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ จะมีบทบาทสําคัญใน การส่งเสริมให้รายได้ฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง

คณะกรรมการฯ เห็นว่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ยังเคลื่อนไหวผันผวนในระดับสูงจากความไม่แน่นอน ของสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจรุนแรงขึ้น และการดําเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรม หลักภายใต้แรงกดดันเงินเฟ้อในระดับสูง จึงเห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของตลาดการเงินโลกและไทย อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ เห็นควรให้ผลักดันการสร้างระบบนิเวศใหม่ของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX ecosystem) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ป้องกันความเสี่ยงจาก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

คณะกรรมการฯ เห็นว่ามาตรการภาครัฐและการประสานนโยบายมีความสําคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
โดยมาตรการสาธารณสุขเพื่อควบคุมการระบาดที่เอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่องยังมีความสําคัญ มาตรการการคลังควรสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด โดยเน้นการสร้างรายได้และเร่งเตรียม มาตรการเพื่อฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ ขณะที่นโยบายการเงินช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงิน

โดยรวมยังผ่อนคลายต่อเนื่องสําหรับมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อควรเร่งกระจายสภาพคล่องไปสู่ผู้ได้รับผลกระทบให้ตรงจุดและลดภาระหนี้ ควบคู่กับการผลักดันให้สถาบันการเงินเร่งสนับสนุนการรวมหนี้สินเชื่อ ที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ (debt consolidation) และปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน
ภายใต้กรอบการดําเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้ เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน

คณะกรรมการฯ ยังคงให้น้ำหนักกับ การสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสําคัญในปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะติดตามปัจจัยสําคัญที่ ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้แก่ พัฒนาการของการกลายพันธุ์ของ COVID-19 ความเพียงพอของ มาตรการการคลังและมาตรการด้านการเงินและสินเชื่อ และการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น โดยพร้อมใช้เครื่องมือ นโยบายการเงินที่เหมาะสมเพิ่มเติมหากจําเป็น

สําหรับในระยะปานกลาง คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรประเมินนโยบายการเงินที่เหมาะสมแบบบูรณาการ โดยคํานึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือนโยบายการเงินต่าง ๆ ในการชั่งน้ำหนักระหว่างเป้าหมายด้าน เสถียรภาพราคา การดูแลการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อสอดรับ กับแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ การดําเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายใน ปัจจุบันสะท้อนการประเมินความเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังสูงกว่าความเสี่ยงด้านอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวในระดับปกติและมีความเสี่ยงลดลง การให้น้ำหนักแต่ละ เป้าหมายของการดําเนินนโยบายการเงินควรต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่ ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อหรือต่อเสถียรภาพระบบการเงินปรับสูงขึ้น ดังนั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอน ที่เพิ่มสูงขึ้น การผสมผสานเครื่องมือเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบของนโยบายในระยะปานกลางเป็นสำคัญ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอน