เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ไม่แนะฉีดวัคซีนไขว้ เชื้อตาย+mRNA ในเด็ก

11 ก.พ. 2565 | 16:37น.

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ไม่แนะนำฉีดวัคซีนสูตรไขว้เชื้อตาย+mRNA ในเด็ก ชี้ใช้ไฟเซอร์ 2 เข็มเพียงพอแล้ว

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันแม้การติดเชื้อโควิดในเด็กส่วนมากไม่มีอาการรุนแรง แต่ใน 2% ของเด็กที่ติดเชื้อมีอาการต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่ง 1 ใน 3 ของจำนวนนี้ต้องเข้าห้องไอซียู

ขณะที่หากติดเชื้อโควิดแล้วเด็กบางกลุ่มอาจเกิดภาวะมิสซี (MIS-C) หรืออาการอักเสบของหลายอวัยวะขึ้นได้ โดยเฉพาะในเด็กอายุ 5-12 ปี ดังนั้น การฉีดวัคซีนในเด็กยังถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก

สำหรับข้อแนะนำจากกระทรวงสาธาณสุข (สธ.) การฉีดวัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม+ไฟเซอร์ในเด็ก 12-17 ปี นั้น วีคซีนทั้ง 3 ยี่ห้อได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อนำฉีดในเด็กได้

โดยส่วนตัวมองว่า การฉีดวัคซีนเชื้อตายตามด้วยวัคซีนชนิด mRNA จะช่วยลดปริมาณการฉีดวัคซีนเชื้อตายหลายเข็มได้ เนื่องจาก การฉีดเชื้อตาย 2 เข็ม ภูมิคุ้มกันยังขึ้นไม่ดีนัก ส่วนการฉีดไขว้ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นเทียบเท่าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม

อย่างไรก็ตาม แม้การรับวัคซีนสูตรไขว้ในเด็กสามารถทำได้ แต่จริง ๆ ไม่เห็นด้วยกับการฉีดวัคซีน 2 ชนิด เพราะ วัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็มก็มีเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นให้เด็กต้องฉีดวัคซีนสูตรไขว้

ส่วนกรณีคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เตรียมศึกษาฉีดสูตรไขว้เด็กอายุ 6-11 ปี เหมือนเด็กอายุ 12-17 ปีนั้น นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า แนะนำเข็มแรกควรเป็นชนิด mRNA หรือไฟเซอร์ แต่หากฉีดเข็มแรกเป็นเชื้อตายมาแล้ว ก็สามารถฉีดเข็ม 2 เป็นไฟเซอร์

แต่ทางที่ดีที่สุดคนที่ยังไม่ฉีดเข็มแรก ขอให้ฉีดเป็นชนิด mRNA และตามด้วยเข็ม 2 ชนิดเดียวกัน ยกเว้นก่อนหน้านี้ฉีดเชื้อตาย อย่างซิโนแวคหรือซิโนฟาร์ม ก็ต้องฉีดเข็ม 2 เป็นไฟเซอร์ ซึ่งราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ได้ออกคำแนะนำไว้แล้ว

สำหรับข้อกังวลเรื่องการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรืออาจเกิดการตกค้างจากการฉีดวัคซีน mRNA นั้น ข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดาระบุว่า ฉีดไฟเซอร์ในเด็ก 2 เข็ม เว้นระยะห่างราว 8 สัปดาห์ ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงกว่าการฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์ ราว 10 เท่า และลดการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ ก็ได้แนะนำเช่นนั้น

ส่วนการฉีดบูสเตอร์โดสเข็มที่ 3 ในเด็ก ยังไม่แนะนำ ยกเว้นเด็กกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งต้องฉีดกระตุ้นเป็นระยะ ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีดังนี้

• เด็กอายุ 5-11 ปี ให้รับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้ม 2 เข็ม ขนาด 10 ไมโครกรัม โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มราว 8 สัปดาห์

• เด็กอายุ 6-17 ปี ให้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม 0.5 ml โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มราว 4 สัปดาห์

• เด็กอายุ 12-17 ปี ให้รับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีม่วง 2 เข็ม ขนาด 30 ไมโครกรัม โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มราว 3-4 สัปดาห์ หรือวัคซีนสูตรไขว้ ซิโนแวค+ไฟเซอร์ เว้นระยะห่าง 4 สัปดาห์ ซึ่งคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้การยอมรับแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด