เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท รูปพรรณบาทละ 67,200 บาท
เอกนิติ ชี้ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
Finance เอกนิติ ชี้ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศต่างชาติอยากลงทุน ชูยุทธศาสตร์ ‘STI’ ดึงสติคนไทยฝ่าดราม่าการเมือง มุ่งแก้ปัญหาชาติ
KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
Biz Movement KAMU KAMU แตกแบรนด์ใหม่ “Yothé” ลุยตลาดชาผสมโยเกิร์ต ปักธง 100 สาขาใน 5 ปี
คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
Finance คปภ. ผ่อนผันต่ออายุใบอนุญาต ‘นายหน้า-ตัวแทน’ ประกันภัย ประสบอุทกภัย
นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
Tech นายเจนเอไอ นายจะรู้อะไร Sony ไล่ลบเพลง AI กว่า 2.6 แสนเพลง
รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
Politics รัฐบาลพร้อมจัด IMF-World Bank 2026 เชื่อดึงลงทุน-ไทยได้ประโยชน์เยอะ
บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
Finance บัตรเครดิต กรุงศรี เจาะคนรักสัตว์เลี้ยง ดันยอดใช้แตะ 1,000 ล้าน
รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
Politics รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
ดูทั้งหมด

ประวิตร ไฟเขียว 13 มาตรการฤดูฝน รับมือน้ำหลากปี’65

11 มี.ค. 2565 | 16:51น.

“ประวิตร” ไฟเขียว 13 มาตรการฤดูฝน รับมือน้ำหลากปี’65 เตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เร็วขึ้น

วันที่ 11 มีนาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ว่า

การประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบต่อร่างมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 13 มาตรการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนให้เร็วยิ่งขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่

1.คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ 2.การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก 3.ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง และเขื่อนระบายน้ำ 4.ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์/ระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน 5.ปรับปรุง แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ 6.ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา

7.เตรียมพร้อม/วางแผนเครื่องจักร เครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ 8.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ 9.ตรวจความมั่นคงปลอดภัยคัน/ทำนบ/พนังกั้นน้ำ 10.จัดเตรียมพื้นที่อพยพและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ 11.ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย 12.การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ และ 13.ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย

โดยมอบหมายให้ สทนช. เป็นหน่วยงานบูรณาการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2565 และการเก็บกักน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2565/66 เสนอ กนช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวด้วย

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้นำงานวิจัยการกำจัดผักตบชวา โดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพจากสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เพื่อนำมาทดลองปฏิบัติงานจริงในช่วงฤดูฝนนี้

ควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลในการกำจัดผักตบชวาเพื่อให้สามารถกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำได้อย่างยั่งยืน โดยให้มีการกำหนดพื้นที่สำหรับทดลองเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของการใช้สารสกัดสมุนไพรกำจัดผักตบชวา และมอบหมายให้ สทนช.เป็นเจ้าภาพร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เกี่ยวข้องบูรณาการเชิงปฏิบัติการเพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริงและรายงานผลการดำเนินการให้คณะอนุกรรมการฯทราบเป็นระยะต่อไป

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับปรับปรุง ซึ่งได้มีการทบทวนและปรับขั้นตอนของปฏิทิน รวมถึงปรับเปลี่ยนช่วงเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ทั้งช่วงฤดูแล้ง (1 พฤศจิกายน– 30 เมษายน) และฤดูฝน (1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม) และให้เสนอต่อ กนช. ในการประชุมครั้งที่ 1/2565 ในวันที่ 14 มีนาคม ที่จะถึงนี้ พร้อมมอบหมายให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (11 มี.ค.65) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 50,418 ล้าน ลบ.ม. (66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 26,480 ล้าน ลบ.ม. (51% ของความจุอ่างฯรวมกัน) มีการใช้น้ำไปแล้ว 15,382 ล้าน ลบ.ม. (69%) เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 11,776 ล้าน ลบ.ม. (47% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 5,080 ล้าน ลบ.ม. (28% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จัดสรรน้ำไปแล้ว 4,316 ล้าน ลบ.ม. (76%) ส่วนผลการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 7.54 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 117.58 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 4.40 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 156.46 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) อย่างใกล้ชิด นำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นย้ำน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ต้องไม่ขาดแคลน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำหลาก ฤดูฝน