เซลส์ฟอร์ซแนะคนทำงานรีสกิลรับโลกยุค All-Digital
“เซลส์ฟอร์ซ” แนะคนทำงาน “รีสกิล” ปรับตัวรับโลกยุค All-Digital
วันที่ 18 มีนาคม 2565 เซลส์ฟอร์ซ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ได้จัดทำรายงาน Global Digital Readiness Index สำรวจข้อมูลเชิงลึกจากคนทำงานกว่า 23,000 คนใน 19 ประเทศ ทั่วโลก รวมถึงคนทำงานในประเทศไทย 1,400 คน พบว่าวิกฤตด้านทักษะทางดิจิทัลของแรงงานทั่วโลกกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน
นายกิตติพงษ์ อัศวพิชยนต์ รองประธานประจำภูมิภาค และกรรมการผู้จัดการ เซลส์ฟอร์ซ ประเทศไทย กล่าวว่าความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้พนักงาน รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้ลูกค้า ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี และทักษะของบุคลากรผู้ให้บริการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และแม้ว่าผู้คนทั่วโลกในปัจจุบันจะต่างคาดหวังให้มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ แต่ความมั่นใจที่ผู้คนมีว่าจะใช้เทคโนโลยีที่ตนคาดหวังให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดกลับสวนทางกัน

รายงานดังกล่าวเผยให้เห็นถึงมุมมองของผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้ประเมินตัวเองในหัวข้อ ความพร้อมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล และระดับทักษะทางดิจิทัลของตนเองปัจจุบัน ทั้งทักษะดิจิทัลในชีวิตประจำวันและด้านการทำงาน รวมถึงการเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ และการเพิ่มทักษะทางดิจิทัลของพวกเขาในอนาคต
ขณะที่ผู้คนทั่วโลกมีความรู้สึกไม่มั่นใจกับทักษะดิจิทัลของตน ในทางกลับกันพบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้คนวัยทำงานรู้สึกว่าตนเองมีทักษะทางดิจิทัลที่พร้อม และประเมินให้คะแนนตนเองโดยเฉลี่ย 48 คะแนน สูงเป็นลำดับสามของโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ตอบแบบสำรวจจากไทยจะแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความคิดในแง่บวกถึงความสามารถด้านทักษะดิจิทัลของตนเอง แต่ 48 คะแนน เป็นตัวเลขที่ต้องอาศัยการพัฒนาอีกมากเพื่อไปสู่คะแนนเต็ม
และในโลกรูปแบบ Digital-First ปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับทักษะของทุกคนเพื่อก้าวไปข้างหน้า ขณะที่ช่องว่างระหว่างความหวังและความมั่นใจกำลังขยายตัว การปิดช่องว่างดังกล่าวจึงเป็นความรับผิดชอบระดับโลกเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จและการบรรลุเป้าหมายด้วย
“กุญแจสำคัญในการลดช่องวางทางทักษะ คือการแยกแยะความแตกต่างระหว่างทักษะดิจิทัลสำหรับชีวิตประจำวัน และสำหรับที่ทำงานให้ออก รวมถึงเตรียมความพร้อมให้พนักงาน รองรับงานใหม่ในอนาคต ดังนั้นธุรกิจต้องทบทวนบทบาทของตนเพื่อสร้างและปลูกฝังวัฒนธรรมด้านการเรียนรู้ทางดิจิทัลให้พนักงาน”
นายกิตติพงษ์กล่าวต่อว่า หลายคนอาจมองว่าประเทศที่เจริญแล้วและกลุ่มคนรุ่นใหม่มีความพร้อมด้านทักษะทางดิจิทัลที่ตำแหน่งงานปัจจุบันต้องการ แต่ในทางกลับกัน แม้กลุ่มคนเหล่านี้จะมีทักษะทางดิจิทัลในระดับสูงที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น โซเชียลมีเดีย และการท่องเว็บ แต่ไม่ได้แปลว่าจะนำมาช่วยขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมได้เสมอไป
ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่าครึ่ง (51%) ในประเทศไทยยังรู้สึกว่าทักษะทางดิจิทัลของตนพร้อมใช้สำหรับทำงานในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกที่เห็นตรงกันเพียง 40%
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ผู้ร่วมตอบแบบสำรวจในประเทศไทยอาจ “รู้สึก” ดีกับทักษะทางดิจิทัลของตนมากกว่าผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก แต่อาจไม่ได้สะท้อนความจริง ซึ่งผลสำรวจชี้ว่ามีผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยเพียง 42% เท่านั้นที่เชื่อว่าพวกเขามีแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลที่ตลาดแรงงานกำลังมองหาในปัจจุบัน
รายงาน Global Digital Skill Index ยังพบว่าผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทยมองว่า “การเข้ารหัสและความปลอดภัยทางไซเบอร์” เป็นทักษะดิจิทัลที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำงานในอนาคต ตามด้วยทักษะด้านอีคอมเมิร์ซ และการค้าทางดิจิทัล, การบริหารด้านดิจิทัล, การตลาดรูปแบบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และเทคโนโลยีการทำงานร่วมกัน
ทักษะดิจิทัลดังกล่าวแตกต่างไปจากทักษะที่มีสอนโดยทั่วไปในสถาบันศึกษา อย่างการเขียนโค้ดและวิทยาศาสตร์ข้อมูล(Coding and Data Science) และการตอกย้ำด้านการสรรหาบุคลากรสำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ควรมุ่งเน้นจากโปรแกรมการศึกษาที่มีชื่อเสียงให้น้อยลง และมองหาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับ “โลกแห่งความจริง” ที่บริษัทต้องการจริง ๆ ให้มากขึ้น
ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 39% ที่กำลังเรียนรู้และฝึกอบรมทักษะด้านดิจิทัลอย่างจริงจังในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 43% ใน 5 ปีข้างหน้า แม้อาจดูไม่มาก แต่แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยานของคนไทยในการพัฒนาและปรับปรุงทักษะและความสามารถทางดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการจาก “โลกแห่งความจริง” ที่ธุรกิจจำนวนมากมองหา ธุรกิจที่มีกลยุทธ์ความพร้อมทางดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญ จะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ดีที่สุด จะสามารถปลดล็อกการเติบโตและโอกาสใหม่ ๆ พร้อมจัดการกับความท้าทายหรืออุปสรรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดใหม่ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หรือประเด็นเกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
ปัจจุบัน ธุรกิจต่าง ๆ ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคมมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการฝึกอบรมและการสรรหาบุคลากรจะเติบโตสอดคล้องความต้องการทางดิจิทัล เพื่อเข้าถึงทุกด้านของสังคม และเร่งการฟื้นตัว และเติบโตไปพร้อมกัน
ล่าสุด เซลส์ฟอร์ซมีโครงการ “Salesforce depa Career Kickstarter” ร่วมกับดีป้าในประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาทักษะทางดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่ต้องการเพิ่มระดับความสามารถก่อนเข้าทำงานจริง