เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

SACICT ชี้ตลาดงานศิลป์’61โตต่อเนื่อง

20 ธ.ค. 2560 | 17:21น.

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT กล่าวถึง ทิศทางตลาดงานหัตถกรรมของไทยในปี 2561 ว่า จากตัวเลขการส่งออกงานหัตถกรรมของไทยในช่วงเดือนมกราคม ถึง ตุลาคม ปี 2559 และปี 2560 มีแนวโน้มลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยในปี 2559 ตัวเลขส่งออกงานหัตถกรรมเท่ากับ 49,486.98 ล้านบาท และในปี 2560 ยอดส่งออกงานหัตถกรรมมีมูลค่า 48,478.11 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ที่ยังคงซบเซาต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมอยู่ในหมวดของใช้ที่ได้รับผลกระทบจากการลดหรือประหยัดรายจ่าย จึงอาจจะทำให้ยอดการจำหน่ายลดลงในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม SACICT ยังมีความเชื่อมั่นในการเติบโตของตลาดงานศิลปหัตถกรรมไทย ในภาพรวม เพราะจากการวิเคราะห์เชิงลึกพบว่า งานศิลปหัตถกรรม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านหรืองานหัตถกรรมชุมชน ที่ใช้ทักษะฝีมือจากช่างพื้นบ้าน ผลิตงานหัตถกรรมที่เป็นของใช้สอยทั่วไป เช่น เครื่องจักสาน ผ้าทอ เครื่องปั้นดินเผา และงาน

ศิลปหัตถกรรมที่ใช้ทักษะฝีมือชั้นสูง เป็นงานศิลปะที่มีคุณค่า ที่ผู้ซื้อนิยมซื้อเพื่อสะสม หรือ เป็นการซื้อเพื่อการลงทุน ที่สามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ในอนาคต งานศิลปหัตถกรรมทั้ง 2 ประเภทนี้ยังคงได้รับความนิยม แต่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านรูปแบบ ประโยชน์การใช้สอย วัตถุดิบ และการสร้างคุณค่าจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของช่างผู้ผลิต
บทบาทหน้าที่ของ SACICT เราเน้นการพัฒนา 3 ด้านหลักของงานศิลปหัตถกรรมได้แก่

1. การพัฒนาคน หมายถึงการพัฒนาช่างฝีมือ ครูช่าง ทายาทช่าง นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะฝีมือให้สูงขึ้นแล้ว การสร้างมุมมองใหม่ให้กับช่างผู้ผลิตให้สามารถผลิตงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยปรับทัศนคติ และมุมมองที่ช่างผู้ผลิตมีต่องานศิลปหัตถกรรมในมุมมองที่ทันสมัยมากขึ้น

2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักออกแบบและผู้ผลิต เช่น การผสมผสานวัตถุดิบหลากหลายประเภทเพื่อพัฒนางานหัตถกรรมในรูปแบบใหม่ และการพัฒนารูปลักษณ์ ดีไซน์ โดยการนำงานที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมมาต่อยอดในด้านการออกแบบด้วยเทคนิคใหม่ๆ ให้ทันสมัย แปลกใหม่ สวยงาม

3. การพัฒนาตลาด ทั้งตลาดในประเทศ ตลาดต่างประเทศ ตลาดออนไลน์ และการสร้างพันธมิตรด้านการค้าใหม่ๆ ซึ่ง SACICT ให้ความสำคัญกับทุกช่องทางการตลาด ที่สามารถสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีมุมมองใหม่ๆต่องานศิลปหัตถกรรม จากงานหัตถกรรมทั่วไป ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยและไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน และนำมาใช้ ในชีวิตประจำวันได้จริง

สิ่งสำคัญในการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต คือการสร้างการ มีส่วนร่วมในงานศิลปหัตถกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ผลิต ให้ผู้บริโภคมองเห็นว่า งานศิลปหัตถกรรมเป็นเรื่องสนุก มีเสน่ห์ และเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่าในตัวเอง การที่ผู้ซื้อและผู้ผลิตได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน จะทำให้งานศิลปหัตถกรรมเหล่านั้น ไม่ใช่เป็นแค่สิ่งของ วัตถุ แต่เป็นชิ้นงานศิลปหัตถกรรมที่มีคุณค่าทางใจทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ผลิต

นางอัมพวัน พิชาลัย กล่าวเสริมว่า SACICT มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อทำให้งานศิลปหัตถกรรม มีความร่วมสมัย สามารถต่อยอดมูลค่าและเกิดกระแสความนิยมใช้ ทั้งจากผู้ซื้อชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้ผู้ผลิตก็ต้องปรับตัวไปพร้อมๆกัน ทั้งการพัฒนารูปแบบ มาตรฐาน การสร้างแบรนด์ของตนเองให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งแสวงหาช่องทางการค้าใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์

ผู้ที่ชื่นชอบงานหัตถศิลป์ไทย สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ของ SACICT ผ่านทางช่องทาง www.sacict.or.th , facebook.com/sacict หรือสอบถามข้อมูลผ่านทางสายด่วน 1289 ได้ทุกวัน