ชายที่ร่ำรวยที่สุดของยูเครนให้คำมั่นว่าจะช่วยสร้างเมืองมาริอูปอลที่ถูกรัสเซียปิดล้อมขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีความสำคัญสำหรับเขา ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ 2 แห่ง โดยเขากล่าวว่าจะนำธุรกิจกลับมาแข่งขันในตลาดโลกอีกครั้ง
วันที่ 17 เมษายน 2565 ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “ไรนาต อัคห์เมตอฟ” มองเห็นอาณาจักรธุรกิจของตัวเองพังทลายลงในช่วง 8 ปีของการสู้รบในภาคตะวันออกของยูเครน แต่ในใจของเขายังคงท้าทายและมั่นใจในเหล่าทหารผู้กล้าหาญว่าจะสามารถปกป้องเมืองท่าในทะเลอาซอฟแห่งนี้ ที่ถูกถล่มด้วยระเบิดมานาน 7 สัปดาห์แล้ว
แม้ว่าในตอนนี้ บริษัท เมตินเวสท์ ของเขา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของยูเครนจะประกาศว่าไม่สามารถจัดหาสินค้าได้ตามสัญญา ในขณะที่ เอสซีเอ็ม กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจด้านการเงินและอุตสาหกรรมของเขา กำลังชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตามกำหนด และธุรกิจด้านพลังงานของเขากำลังเจรจาในข้อตกลงต่าง ๆ กับเจ้าหนี้
“มาริอูปอลเป็นโศกนาฏกรรมระดับโลก และเป็นตัวอย่างที่แสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงความกล้าหาญ สำหรับผม มาริอูปอลจะเป็นเมืองของยูเครนตลอดไป” อัคห์เมตอฟเขียนตอบรอยเตอร์ส
“ผมเชื่อว่าทหารผู้กล้าหาญของเราจะปกป้องเมืองแห่งนี้ แม้ผมจะเข้าใจว่ามันยากเพียงใดสำหรับพวกเขา” เขากล่าว พร้อมกับเผยว่าเขายังติดต่อกับผู้จัดการของเมตินเวสท์ทุกวัน
เมื่อวันศุกร์ เมตินเวสท์แจ้งว่าทางบริษัทไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย พร้อมระบุว่าการปิดล้อมมาริอูปอลทำให้ยูเครนสูญเสียความสามารถในการผลิตโลหะมากกว่าหนึ่งในสาม
อัคห์เมตอฟกล่าวยกย่องประธานาธิบดี “โวโลดีมีร์ เซเลนสกี” ว่าความกระตือรือร้นและเป็นมืออาชีพในช่วงเกิดสงคราม ดูเหมือนจะทำให้ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ราบรื่น หลังจากเมื่อปีที่แล้วผู้นำยูเครนอ้างว่าผู้ที่วางแผนจะโค่นล้มรัฐบาลของเขา พยายามดึงให้นักธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ในเวลานั้นอัคห์เมตอฟมองว่านั่นคือคำโกหก แต่แน่นอนว่าสงครามไม่ใช่เวลาที่จะมาขัดแย้งกัน เขากล่าวว่า “เราจะสร้างยูเครนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด” พร้อมกับเผยว่า เขาได้กลับไปที่ยูเครนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ และอยู่ที่นั่นตั้งแต่นั้นมา
แผนมาร์แชลสำหรับยูเครน
อัคห์เมตอฟไม่ได้บอกว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่เขาเคยอยู่ที่มาริอูปอลเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกบางแห่งคาดว่ารัสเซียจะบุกยูเครน เขากล่าวว่า “ผมคุยกับคนตามท้องถนน ผมเจอคนงาน”
“ความปรารถนาของผมคือการกลับมาที่มาริอูปอล และดำเนินการตามแผน (การผลิตใหม่) ของเรา เพื่อให้เหล็กที่ผลิตในมาริอูปอลสามารถกลับมาแข่งขันในตลาดโลกได้เหมือนเมื่อก่อน
รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียประกาศใช้ปฏิบัติการพิเศษเพื่อทำให้ยูเครนปลอดทหาร ขณะที่ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกปฏิเสธข้ออ้างที่เป็นเท็จในการโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุของรัสเซีย
อัคห์เมตอฟ บุรุษที่ครองตำแหน่งผู้ที่ร่ำรวยที่สุดของยูเครนมายาวนาน เห็นอาณาจักรธุรกิจของตัวเองหดตัวลงตั้งแต่ปี 2557 เมื่อรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียในทะเลดำ และภูมิภาคตะวันออกของยูเครน 2 แห่ง ได้แก่ โดเนตสค์และลูฮานสค์ ประกาศอิสรภาพจากยูเครน
ตามรายงานของนิตยสารฟอร์บส์ อัคเมตอฟครองความมั่งคั่ง 15,400 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2556 ปัจจุบันลดเหลือ 3,900 ล้านดอลลาร์
“สำหรับเรา สงครามปะทุขึ้นเมื่อปี 2557 เราสูญเสียทรัพย์สินทั้งในไครเมียและดินแดนดอนบาสที่ถูกยึดครองชั่วคราว เราสูญเสียธุรกิจของเรา แต่มันทำให้เราอดทนและแข็งแกร่งขึ้น” เขากล่าว
“ผมมั่นใจว่า ในฐานะธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เอสซีเอ็มจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูยูเครนหลังสงคราม” เขากล่าว พร้อมกับอ้างข้อมูลของเจ้าหน้าที่ที่ระบุว่าความเสียหายจากสงครามมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์
“แน่นอนว่าเราต้องการโครงการฟื้นฟูระหว่างประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แผนมาร์แชลสำหรับยูเครน” เขากล่าว โดยอ้างถึงโครงการช่วยเหลือของสหรัฐฯที่ช่วยสร้างยุโรปตะวันตกขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
“ผมเชื่อว่าเราจะสร้างยูเครนที่เสรี เป็นส่วนหนึ่งของยุโรป เป็นประชาธิปไตย และประสบความสำเร็จ หลังจากชัยชนะในสงครามครั้งนี้”