ชาวทับสะแกเสียงแตก! ล่ารายชื่อหนุนสร้างรฟฟ.จากก๊าซ ชี้เงินกองทุนปีละ200ล้านได้ไม่คุ้มเสีย
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม น.ส.สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล นักวิชาการกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนในพื้นที่เริ่มมีความขัดแย้ง จากกรณีที่มีกลุ่มผู้นำท้องที่ร่วมกับบางหน่วยงานใช้งบประมาณจัดทำโครงการต่างๆเพื่อสร้างแรงจูงใจ จากนั้นมีการล่ารายชื่อประชาชนเพื่อสนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทับสะแก กำลังการผลิตเกิน 1,000 เมกกะวัตต์ ในพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ที่ ต.นาหูกวาง หลังจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท จัดซื้อที่ดินเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา แต่มีปัญหาไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ตามแผนงานที่กำหนดเนื่องจากประชาชนคัดค้าน แต่ทราบว่าล่าสุดผู้นำท้องที่ได้เสนอให้ กฟผ.สร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนจาการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงหลักในพื้นที่ อ.ทับสะแก โดยอ้างว่าเพื่อชดเชยความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในจังหวัดภาคใต้ แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังมีปัญหาจาการปริมาณไฟฟ้าสำรองภายในประเทศที่สูงกว่า 40 % ขณะที่กฎหมายกำหนดให้มีไฟฟ้าสำรองไม่เกิน 15 % ซึ่งทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระจากค่ากระแสไฟฟ้าจากปริมาณไฟฟ้าสำรองนานหลายปี ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ควรให้ความสนใจแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน
นายธีรศักดิ์ ฑีฆายุวัฒนา กำนัน ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก กล่าวว่า ขณะนี้เครือข่ายพลังทับสะแกได้จัดเสวนาที่ศาลาเอนกประสงค์วัดเขาบ้านกลาง เขตเทศบาลตำบลทับสะแก โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,500 คน พร้อมร่วมแสดงความเห็นเพื่อกำหนดทิศทางในการพัฒนาพื้นที่ อ.ทับสะแก โดยภาพรวม ส่วนการสร้างไฟฟ้าขนาดใหญ่ในพื้นที่นั้น ยอมรับว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยและมีความเข้าใจหากจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากก๊าซ แอล เอ็น จี ที่ไม่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมเหมือนโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนการแก้ไขผังเมืองรวมทับสะแกในพื้นที่ของ กฟผ. ซึ่งกำหนดเป็นสีเขียวก็จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง
นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ อายุ 52 ปี ชาวอำเภอทับสะแก กล่าวว่า ขณะปัญหาจากการหนุนและค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มผุ้นำชุมชนยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงานเพื่อขอให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยแอบอ้างว่าชาวทับสะแก 90% ต้องการให้สร้างโรงไฟฟ้า แต่ต่อมาเปลี่ยนเงื่อนไขให้สร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง เพราะมีกระแสต้านอย่างหนัก และที่สำคัญในพื้นที่ อ.ทับสะแกไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเกิน 1,000 เมกกะวัตต์ ขณะที่พื้นที่ตามผังเมืองปัจจุบันในที่ดินของ กฟผ.เป็นสีเขียวใช้เพื่อการเกษตรแต่มีบางกลุ่มขอเปลี่ยนแปลงเป็นสีม่วงเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
“ประเด็นสำคัญที่มีกลุ่มบุคคลออกมาเรียกร้องเพื่อให้สร้างโรงไฟฟ้า มาจากความความต้องการเพื่อบริหารเงินกองทุนรอบโรงไฟฟ้าปีละกว่า 200 ล้านบาท แต่ต้องแลกกับความสูญเสียด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตดั้งเดิมจากภาคการเกษตรที่จะต้องได้รับผลกระทบ เงินส่วนนี้ไม่ได้ต่างไปจากค่าปิดปากเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งการค่าใช้จ่ายทุกด้านในการสนับสนุนตามโครงการประชานิยมเพื่อให้ประชาชนเห็นด้วย ที่สำคัญก่อนหน้านั้นมีกระแสอยากให้มีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยในพื้นที่แต่เงียบ หากเทียบระหว่างโรงไฟฟ้ากับมหาวิทยาลัย การสร้างงานสร้างความเจริญต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ผู้นำคงไม่เอา เพราะการสร้างมหาวิทยาลัยไม่มีเงินกองทุนรายปี ทั้งๆที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายน่าจะมีข้อเรียกร้องให้เกิดความชัดเจน” นายกิตติวงศ์ กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์