หุ้นไทย
บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส ประชุมผู้ถือหุ้นอมุนัติจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งคอมปะนี “ฟินันเซียเอกซ์” เพิ่มความสามารถแข่งขันทางธุรกิจ คาดโอนหุ้นบริษัทย่อยภายในปี 2566
วันที่ 2 พฤษภาคม 2565 นายช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า มติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของบริษัท และการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการโอนหุ้นของบริษัทย่อยที่บริษัทถืออยู่ให้บริษัทมหาชนจำกัดที่ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้าง ซึ่งมีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
1.บริษัทดำเนินการให้มีการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดที่ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding Company) ภายใต้ชื่อ “บริษัท ฟินันเซียเอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FinansiaX Public Company Limited) ซึ่งได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565
โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น จำนวน 16,000 บาท แบ่งออกเป็น 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.60 บาท โดยมีผู้บริหาร และ/หรือกรรมการ และ/หรือพนักงานของบริษัท จำนวน 15 คน เป็นผู้ถือหุ้นเริ่มต้นและมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมกัน 100% ของทุนจดทะเบียนเริ่มแรกของ Holding Company ทั้งนี้ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนในจำนวนที่เท่ากับทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท เป็นจำนวน 930.24 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 581.40 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.60 บาท และเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทเพื่อชำระเป็นค่าตอบแทนการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทตามแผนการปรับโครงสร้างภายหลังจากการได้รับอนุญาต และ/หรือเห็นชอบให้ดำเนินการที่เกี่ยวข้องแล้ว
2.ภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแผนการปรับโครงสร้าง การขอเพิกถอนหุ้น FSS ของบริษัทจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเรื่องที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากที่แผนการปรับโครงสร้างได้รับการอนุญาตเบื้องต้นจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
รวมถึงการได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.ให้ Holding Company ออกและเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ในอัตราแลกหุ้น 1 หุ้นสามัญของบริษัท ต่อ 1 หุ้นสามัญของ Holding Company โดยมีเงื่อนไขในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ว่าหากจำนวนหุ้นของผู้แสดงเจตนาขายมีจำนวนน้อยกว่า 75% ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท Holding Company จะยกเลิกคำเสนอซื้อหุ้น
3.ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสิ้น Holding Company จะนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯแทนหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในวันเดียวกัน
โดยปัจจุบันหุ้นสามัญ FSS มีจำนวนผู้ถือหุ้น 5,277 ราย มีจำนวน 581.40 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.60 บาท รวม 930.24 ล้านบาท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2547 โดยราคาซื้อขายครั้งหลังสุด 5.05 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565
4.เมื่อ Holding Company เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ Holding Company ในฐานะผู้ถือหุ้นทางตรงในบริษัท จะซื้อหุ้นของบริษัทย่อยทั้งหมดที่บริษัทถืออยู่ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ณ วันที่การปรับโครงสร้างการถือหุ้นเสร็จสิ้น ในราคามูลค่าตามบัญชีโดยอ้างอิงจากงบการเงินของแต่ละบริษัทดังกล่าว ณ งบการเงินงวดล่าสุดก่อนการโอนย้ายบริษัทย่อย เพื่อเปลี่ยนแปลงการจัดการของบริษัทย่อยในกลุ่มทั้งหมดมาอยู่ภายใต้การจัดการของ Holding Company โดยตรงในการนี้ บริษัทคาดว่าการโอนหุ้นของบริษัทย่อยที่บริษัทถืออยู่ให้ Holding Company จะเกิดขึ้นภายในปี 2566
โดยการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของบริษัทมีวัตถุประสงค์ คือ 1.การปรับโครงสร้างการถือหุ้นจะช่วยดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิที่บริษัทต้องมีเพื่อรองรับความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทในฐานะที่บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด
อีกทั้ง Holding Company จะสามารถขยายธุรกิจหลักทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องหรือส่งเสริมธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจอื่นเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดต่อผู้ถือหุ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงเงินกองทุนของบริษัท ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ทั้งนี้ การโอนหุ้นของบริษัทย่อยที่บริษัทถืออยู่ให้ Holding Company จะไม่กระทบการดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของบริษัท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิมากกว่าหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด และจะไม่กระทบการดำรงอัตราส่วนทางการเงินของบริษัท FSL และ FSSIA ตามเงื่อนไขของหุ้นกู้และสัญญากู้
2.เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและความยืดหยุ่นของโครงสร้างการจัดการ โดยทำให้บริษัทสามารถปรับแผนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างทันท่วงที โดยบริษัทจะมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจผ่านการดำเนินงานของบริษัทย่อยของ Holding Company เมื่อเทียบกับโครงสร้างเดิมซึ่งบริษัทขาดความคล่องตัวในการดำเนินงาน เนื่องจากต้องคำนึงถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่กำกับการดำเนินงานและเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของธุรกิจหลักทรัพย์ ทั้งนี้ สามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะเป็นผู้ถือหุ้นของ Holding Company
3.เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยการปรับโครงสร้างการถือหุ้นจะลดความเสี่ยงที่อาจจะกระทบบริษัทในกรณีที่จะมีการทำธุรกิจหรือลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับสินทรัพย์ดิจิทัล และการลงทุนในธุรกิจหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นต้น ในการนี้การเปลี่ยนสถานะของบริษัทและบริษัทย่อยของบริษัท เป็นบริษัทย่อยของ Holding Company จะช่วยให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ ดังกล่าว
4.เพื่อให้โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการไม่ซับซ้อน การโอนหุ้นของบริษัทย่อยที่บริษัทถืออยู่ให้ Holding Company จะทำให้โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของบริษัทไม่ซับซ้อน โดย Holding Company จะสามารถกำกับดูแลบริษัทในกลุ่มได้โดยตรงซึ่งง่ายกว่าการกำกับดูแลผ่านไปเป็นทอด ๆ อีกทั้งภายใต้โครงสร้างใหม่นี้การส่งผ่านผลประโยชน์ เช่น เงินปันผลของแต่ละบริษัทให้กับ Holding Company จะไม่มีภาระภาษีซ้ำซ้อนเพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้แผนการปรับโครงสร้าง และดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนด บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ