ดอลลาร์แข็งค่า หลังปธ.เฟดเซนส์หลุยส์ ยันเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ถดถอย
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังประธานเฟดสาขาเซนส์หลุยส์ มั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ถดถอย ระบุมีความเป็นไปได้ต่ำมากที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้หรือปีหน้า เว้นแต่จะมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงมาก ขณะที่เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.24/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/5) ที่ระดับ 34.30/33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/5) ที่ระดับ 34.28/31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
หลังนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (20 พ.ค.) ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญกับภาวะถดถอยทั้งในปีนี้และในปีหน้า นอกเสียจากว่าจะมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐ
นายบูลลาร์ดให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในการประชุมครั้งต่อไปนั้นเป็นแผนการที่ดี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า การเทขายหุ้นสหรัฐในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะส่วนหนึ่งนั้นเป็นปฏิกิริยาต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ นายบูลลาร์ดปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้และในปีหน้า โดยระบุว่า “มีความเป็นไปได้ต่ำมากที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้หรือปีหน้า และจะต้องมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงมากจึงจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ตรงกันข้าม ผมคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวดีมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประชาชนต้องการออกจากบ้านหลังโรคระบาดคลี่คลาย และนั่นจะนำไปสู่การบริโภคที่แข็งแกร่งในปีนี้”
โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐจะขยายตัว 2.5-3% ในปีนี้ และอัตราการว่างงานอาจลดลงต่ำกว่าระดับ 3% ภายในสิ้นปี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.23-34.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.24/27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (23/5) ที่ระดับ 1.0587/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/5) ที่ระดับ 1.0580/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนายอิกนาซิโอ วิสโก ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลี กล่าวให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก ทีวีในวันนี้ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) สามารถเริ่มทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้กลับสู่แดนบวกได้อย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.ค.
นายวิสโกระบุว่า “ขณะนี้อัตราเงินคาดการณ์แตะที่ราว 2% และดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ระดับนั้นต่อไป ดังนั้น เราจึงสามารถค่อย ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า” ทั้งนี้นายวิสโกระบุว่า “ตอนนี้ ผมคิดว่าเราสามารถออกจากแดนลบนี้ได้” พร้อมเสริมว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้แต่อาจมีการปรับขึ้นในเดือน ก.ค.
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0558-1.0681 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0676/78 ดอลลารสหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/5) ที่ระดับ 127.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (20/5) ที่ระดับ 128.12/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือน เม.ย.ขยายตัว 2.1% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 7 ปี และสูงกว่าระดับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำหนดไว้ที่ 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2558
เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น ซึ่งหากสูงกว่าระดับเป้าหมายข้างต้นไปเรื่อย ๆ อาจกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นตัดสินใจลดการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 127.15-12.06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 127.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตเยอรมนี เดือน พ.ค. (24/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือน พ.ค.สหรัฐ (24/5), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐเดือน เม.ย. (24/5), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ เดือน เม.ย. (25/5), ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายสหรัฐเดือน เม.ย. (26/5), ดัชนีการใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคลสหรัฐ เดือน เม.ย. (27/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.7/-1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่-2.3/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ