Skip to content

บทลงโทษ PDPA บังคับใช้ หากไม่ปฏิบัติตามเจออะไร

02 มิ.ย. 2565 | 12:54น.
บทลงโทษ PDPA บังคับใช้ หากไม่ปฏิบัติตามเจออะไร

ทำความเข้าใจ ข้อมูลประเภทไหนที่เป็นข้อมูลคุ้มครองตามกฏหมาย PDPA รวมทั้งบทลงโทษหากฝ่าฝืน

วันที่ 2 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฏหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการให้สิทธิกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สร้างมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย และนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ตามคำยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต ให้สิทธิในการแก้ไข, เข้าถึง หรือแจ้งลบข้อมูลที่ให้ไว้กับองค์กร

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปข้อมูลสำคัญและบทลงโทษของกฎหมาย PDPA เพื่อให้เข้าใจง่าย ดังนี้

ข้อมูลใดบ้างที่ได้รับการคุ้มครอง

ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) คือข้อมูลใด ๆ ที่ระบุถึงเจ้าของข้อมูลได้

  • ชื่อ
  • นามสกุล
  • ที่อยู่
  • เลขประจำตัวประชาชน
  • อีเมล เบอร์โทรศัพท์
  • รูปภาพใบหน้า
  • ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง
  • เลขบัญชีธนาคาร
  • ทะเบียนรถ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) คือข้อมูส่วนบุคคลที่เป็นเรื่องส่วนตัวโดยแท้ของบุคคล ที่มี “ความละเอียดอ่อน และสุ่มเสี่ยง”ต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

  • เชื้อชาติ
  • พฤติกรรมทางเพศ
  • ความเชื่อในลัทธิ
  • ข้อมูลสุขภาพร่างกาย
  • ประวัติอาชญากรรม
  • ความคิดเห็นทางการเมือง

ข้อมูลที่ไม่ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

  • อีเมลบริษัท
  • ข้อมูลนิรนามหรือนามแฝง
  • ข้อมูลผู้ตาย
  • เลขทะเบียนบริษัท
  • เบอร์โทรศัพท์ของบริษัท
  • ที่อยู่สำนักงาน

บทลงโทษ PDPA มีอะไรบ้าง ?

บทลงโทษของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีถึง 3 ประเภท ได้แก่

โทษทางแพ่ง

โทษทางแพ่งกำหนดให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจริงให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการละเมิด และอาจจะต้องจ่ายบวกเพิ่มอีกเป็นค่าค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มเติมสูงสุดได้อีก 2 เท่าของค่าเสียหายจริง

โทษทางอาญา

โทษทางอาญาจะมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ โดยโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยโทษสูงสุดดังกล่าวจะเกิดจากการไม่ปฏิบัติตาม PDPA ในส่วนการใช้ข้อมูล หรือเปิดเผยข้อมูล หรือส่งโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ ประเภทข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน(Sensitive Personal Data)

โทษทางปกครอง

โทษปรับ มี ตั้งแต่ 1 ล้านบาทจนถึงสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งโทษปรับสูงสุด 5 ล้านบาท จะเป็นกรณีของการไม่ปฏิบัติตาม PDPA ในส่วนการใช้ข้อมูล หรือเปิดเผยข้อมูล หรือส่งโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศของประเภทข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน(Sensitive Personal Data) ซึ่งโทษทางปกครองนี้จะแยกต่างหากกับการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากโทษทางแพ่งและโทษทางอาญาด้วย

กรณีที่สามารถรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล ต่อเมื่อ?

หากมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้ หรือมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ หรือนำไปเปิดเผยไม่ว่าจะวัตถุประสงค์ใดก็ตาม จำเป็นต้องได้รับคำยินยอมจากเจ้าของข้อมูล เว้นแต่จะเป็นไปตามข้อยกเว้นที่ พ.ร.บ.กำหนดไว้

โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (Personal Data)

  • จัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ ศึกษาวิจัย จัดทำสถิติ
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต
  • จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูล
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ และการปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลอื่น
  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เรื่องภาษี เป็นต้น

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data)

  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • ดำเนินกิจกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายที่เหมาะสมของ มูลนิธิ สมาคม องค์กรไม่แสวงหากำไร
  • เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เกี่ยวกับ เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ เช่น การเก็บข้อมูลสุขภาพของพนักงาน

ทั้งหมดนี้คือหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และข้อกำหนดเรื่องโทษ สำหรับประชาชนที่เป็นเจ้าของข้อมูลทุกคน