Skip to content

ชัชชาติ เล็งเพิ่มค่าตอบแทนครูอาสาศูนย์เด็กเล็ก-กรรมการชุมชน

25 ก.ค. 2565 | 19:29น.
ชัชชาติ เล็งเพิ่มค่าตอบแทนครูอาสาศูนย์เด็กเล็ก-กรรมการชุมชน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า เตรียมเพิ่มค่าตอบแทนแก่ครูอาสาศูนย์เด็กเล็ก และพิจารณาให้มีค่าตอบแทนแก่คณะกรรมการชุมชน รวมทั้งมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง

วันที่ 25 กรกฎาคม 2565 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 14/2565 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมและวางแผน (WAR ROOM) ชั้น 35 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง

หารือแนวทางเพิ่มค่าตอบแทนกรรมการชุมชน ครูอาสาศูนย์เด็กฯ และสวัสดิการเด็กก่อนวัยเรียน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีเรื่องที่ต้องพิจารณาตามนโยบาย เช่นระเบียบเกี่ยวกับกรรมการชุมชน ซึ่งจะมีเบี้ยประชุมเพิ่มเติมเพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ปัจจุบันประธานชุมชนกับเลขาฯที่ได้เบี้ยประชุม

แต่คณะกรรมการชุมชนทุกคนยังไม่มีเบี้ยประชุม เหมือนเป็นอาสาสมัคร เราต้องกระจายอำนาจลงชุมชนให้เข้มแข็ง ถ้าเรามีเครือข่ายกรรมการที่เข้มแข็งก็สามารถช่วยดูแลชุมชนได้ จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น ดูว่าทางไหนปรับเบี้ยประชุม หรือมีเครื่องแบบให้กับกรรมการชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการร้องขอมาแทบทุกชุมชนที่ลงไป แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป กำลังพิจารณาความเหมาะสม

ในส่วนของศูนย์ดูแลเด็กก่อนวัยเรียน 2-6 ขวบ มีค่าอาหารอยู่ที่ 20 บาท กำลังพิจารณาค่าอาหารให้เหมาะสม โดยคณะกรรมการที่ศึกษาเรื่องนี้เสนออยู่ที่ 32 บาท และเรื่องอัตราค่าตอบแทนของครูอาสาที่มาสอน จะปรับให้เหมาะสมตามวุฒิ ซึ่งถ้าคณะกรรมการได้ข้อสรุปแล้วก็สามารถประกาศได้ทันที

รวมทั้งมีนโยบายที่จะเพิ่มค่าหนังสือค่าอุปกรณ์ด้วย ปัจจุบันให้หัวละ 100 บาทต่อปี ซึ่งไม่พอ ที่กรรมการเสนอมาคือ 600 บาท สามารถทำให้ดูแลเด็กก่อนวัยเรียนได้ดีขึ้น ปัจจุบันกรุงเทพมหานครดูแลเด็กก่อนวัยเรียนประมาณ 19,000 คน ไม่เยอะเนื่องจากปีนึงจะมีเด็กประมาณ 60,000 คน เด็กส่วนหนึ่งอยู่ในสถานศึกษาที่กรุงเทพมหานครไม่ได้ดูแล ทำอย่างไรให้เด็กกลุ่มนี้เข้ามาสู่ระบบมากขึ้น

เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงฝีดาษลิง เร่งให้ความรู้ ประสานหน่วยงานและร้านยาสังเกตอาการต้องสงสัย

กรณีโรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิง องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับเตือนภัย โรคติดต่อระหว่างประเทศ ให้การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) ต่อจากโรคโควิด-19 จากโควิด การดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักอนามัย กทม. คือ ให้ความรู้แก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุข เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ ทำหนังสือแจ้งศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิก โรงพยาบาล หากพบผู้ต้อแจ้งงสงสัยให้ไปยังกรมควบคุมโรค สำนักอนามัย ประสานสมาคมโรงแรมไทย เพื่อแจ้งโรงแรมทุกแห่งใน กทม. หากพบผู้ป่วยสงสัยให้รายงานไปที่สำนักงานเขต/และหรือศูนย์บริการสาธารณสุข

โดยมีแผนที่จะดำเนินการต่อไป คือ ประสานร้านขายยาในพื้นที่ กทม.เพื่อช่วยเฝ้าระวัง ประสานกับองค์กรภาคประชาสังคมเพื่อให้ความรู้และร่วมเฝ้าระวัง และสังเกตอาการของคนที่ติดเชื้อฝีดาษลิง ซึ่งจะมีผื่นนูนแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และสะเก็ด โดยอาจจะไปดูชุมชนไนจีเรียที่เขาอยู่รวมกันว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งจะได้ดำเนินการในเชิงรุกต่อไป

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ได้เตรียมประสานร้านขายยาให้มีบริการดีลิเวอรี่แก่กลุ่มเสี่ยงโรคฝีดาษลิง เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด

อีกทั้งในตอนท้าย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมทำงบประมาณปี 2567 ได้เตรียมทำตามนโยบายคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบงบประมาณ และทำเรื่องงบประมาณฐานศูนย์ พยายามใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีการออกแบบกระบวนการพอถึงเวลาที่เริ่มทำงบประมาณปี 2567 ก็จะสามารถมาทำตามนโยบายได้