AI กับโลกการเงินดิจิทัล

เงินดิจิทัล

ความล้ำหน้าของนวัตกรรม AI ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชน นำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ ไม่เว้นแม้แต่ Binance ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ก็ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI

เพื่อแก้ไขปัญหาและตั้งรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงผ่านการแลกเปลี่ยนแบบ “peer-to-peer” (P2P) การโจรกรรมข้อมูลธุรกรรม และการโจรกรรมแอ็กเคานต์ (ATO) เป็นต้น

การผสานพลังของเทคโนโลยี AI และคริปโต เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความเป็นไปได้มากมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

AI ในระบบการเงิน DeFi-NFT

ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เติบโตก้าวกระโดดในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการมาถึงของ AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกระบวนการตรวจสอบ smart contract เพื่อวิเคราะห์รหัสระบุปัญหาด้านความปลอดภัย หรือปัญหาทางเทคนิคที่อาจทำให้เกิดช่องโหว่ขึ้น AI เข้ามาช่วยให้นักพัฒนานำข้อมูลความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมาสร้าง smart contract ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากนี้ การรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับแอปพลิเคชั่นแบบกระจายศูนย์ (dApps) จะช่วยอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนอัตโนมัติบนแพลตฟอร์ม DeFi

โดยโมเดล machine learning ของเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลสำหรับการสร้างกลยุทธ์การซื้อขายอัตโนมัติล่วงหน้า ช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายมากขึ้น

ยิ่งเมื่อรวม AI เข้ากับกระบวนการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ จะให้ผลลัพธ์ในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ ที่แม่นยำขึ้น โดยอัลกอริทึมของ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตและแนวโน้มของตลาดเพื่อระบุรูปแบบความเสี่ยง พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยในการตัดสินใจ แนะวิธีการจัดการความเสี่ยง และการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม

ขณะเดียวกัน NFT หรือ nonfungible token ได้ปฏิวัติวงการศิลปะดิจิทัลและของสะสม

โดย NFT หลายชิ้นใช้ AI สร้างสรรค์ผลงานแบบ generative art หรืองานศิลปะที่สร้างขึ้นโดยใช้ระบบอัตโนมัติ เพื่อผลิตผลงานที่ไม่ซ้ำใครได้โดยไม่จำกัดจำนวน เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมบน NFT ให้ก้าวไปอีกขั้น

เทคโนโลยี AI ยังนำมาใช้พัฒนา NFT อัจฉริยะ หรือ iNFT ซึ่งผสานเทคโนโลยี AI และ NFT เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ สร้างการมีส่วนร่วมและประสบการณ์น่าตื่นเต้นให้นักสะสม

องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์

องค์กรอัตโนมัติแบบกระจายศูนย์ (DAO) เป็นหน่วยงานที่ปกครองตนเอง และดำเนินการโดยผู้ถือสินทรัพย์ที่มีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรผ่านการลงคะแนนเสียงร่วมกัน การเรียกใช้ DAO อาจเป็นเรื่องท้าทายในทางปฏิบัติ เนื่องจากมีรูปแบบงานที่จำเจมากมาย การควบรวม AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผ่านการปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นรูปแบบอัตโนมัติ เพื่อลดกระบวนการตัดสินใจให้รวดเร็วมากขึ้น

จากทฤษฎีการทำงานของ DAO ที่กำหนดให้สมาชิกทุกคนต้องร่วมลงคะแนนเสียงในทุกมติ ทำให้เสียเวลาและดำเนินการยาก นำไปสู่แนวคิดที่น่าสนใจในการใช้ AI ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้มีอำนาจแทนผู้ถือสินทรัพย์ในกระบวนการลงคะแนนเสียง และการกำกับดูแล ช่วยให้การเข้าร่วมลงมติมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าการควบรวมกันของเทคโนโลยี AI และคริปโต สร้างความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการความเสี่ยงที่ขับเคลื่อนด้วย AI กลไกการตรวจจับการฉ้อโกง โซลูชั่นความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้น และแบบจำลองการคาดการณ์ตลาดอัจฉริยะ

แม้การแลกเปลี่ยนแบบกระจายศูนย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยปฏิวัติรูปแบบการซื้อขายด้วยการเพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพในการดำเนินการ


แต่ยังมีปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการพิจารณาเพื่อนำ AI มาปรับใช้ให้เกิดความรับผิดชอบ และแพร่หลายในอุตสาหกรรมคริปโตด้วย เช่น การพิจารณาด้านจริยธรรมความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และกำหนดกรอบการกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง