allbirds รองเท้ากีฬา ขวัญใจซิลิคอนวัลเลย์

คอลัมน์ สตาร์ตอัพปัญหาทำเงิน

โดย มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา รองเท้าผ้าใบกลายเป็นอาภรณ์คู่กายคนทั่วโลก และสตาร์ตอัพในวันนี้ใช้เวลาแค่ 3 ปีก้าวสู่ “ยูนิคอร์น” มีมูลค่าบริษัทเกิน 1.4 พันล้านเหรียญ

บริษัทนี้มีชื่อว่า allbirds ก่อตั้งโดย “ทิม บราวน์” อดีตนักฟุตบอลจากนิวซีแลนด์ที่คลุกคลีกับรองเท้ากีฬาแบรนด์ดังมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยได้สัมผัสรองเท้าในฝันสักที

เมื่อว่างจากการซ้อม “ทิม” เลยสะสมข้อมูลเกี่ยวกับรองเท้ากีฬาไว้มากมาย พอถึงวันที่เขาตัดสินใจเลิกอาชีพนักฟุตบอล “ทิม” ในวัย 31 ไม่ลังเลที่จะลงเรียนบริหารจนจบปริญญาโทเกียรตินิยมจาก London School of Economics พร้อมทำวิจัยจนพบว่าในตลาดรองเท้ากีฬายังมีที่ว่างเล็ก ๆ ให้เบียดแทรกเข้ามาได้

ในตลาดยังขาดรองเท้าเรียบง่าย ทำจากวัสดุธรรมชาติคุณภาพดี ให้ความสบายในการสวมใส่แล้วยังย่อยสลายได้ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเกิดและโตมาในดินแดนแห่งแกะอย่างนิวซีแลนด์ ที่ส่งออกขนแกะเป็นอันดับ 2 ของโลก “ทิม” เลยคิดว่าจะเอาขนแกะมาเป็นวัสดุผลิตรองเท้ากีฬาในฝัน จึงทำแผนเสนอสมาคมอุตสาหกรรมขนแกะของนิวซีแลนด์จนได้ทุนมา 2 แสนเหรียญ มาพัฒนาขนแกะคุณภาพดีเทียบเท่าแบรนด์ดังระดับโลกใช้ตัดสูท

เมื่อจดทะเบียนสิทธิบัตรขนแกะแล้วก็เริ่มระดมทุนผ่าน Kickstarter แค่ 4 วัน มียอดสั่งซื้อ 1,064 คู่ ระดมเงินได้ 120,000 เหรียญ จนต้องรีบปิดแคมเปญเพราะกลัวผลิตไม่ทัน

แถมจีบ “โจอี้ สวิลลินเจอร์” เอ็นจิเนียร์ บริษัทไบโอเทคในซิลิคอนวัลเลย์ ทั้งมีคอนเน็กชั่นกับสตาร์ตอัพชื่อดัง Warby Parker มาเป็นพาร์ตเนอร์ทั้งสองเริ่มต้นลุยธุรกิจจริงจัง และเปิดตัว allbirds ได้ในเดือน มี.ค. 2016

สินค้าตัวแรก คือ รุ่นยอดนิยมที่สร้างชื่อให้ allbirds อย่าง Wool Runner ที่ดีไซน์เรียบง่าย โดยขายแบบ direct to consumers ผ่านเว็บไซต์เพื่อลดต้นทุนและเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยเปิดขายครั้งแรก 1 มี.ค. 2016 และถือโอกาสประกาศผลการระดมทุนก้อนแรก 2.7 ล้านเหรียญ นำขบวนโดย Lerer Hippeau ที่เคยลงทุนในสตาร์ตอัพชื่อดังอย่าง Everlane และ Warby Parker มาแล้ว

จากนั้นไม่กี่เดือนก็มี venture capitals นำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก 7.3 ล้านเหรียญ แถมเหล่า VCs ยังช่วยโปรโมต ด้วยการแชะภาพตอนสวมใส่ allbirds ผ่านไอจีส่วนตัวด้วย จนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมในซิลิคอนวัลเลย์ ทั้งแลรี่ เพจ แห่งกูเกิลไปจนถึงดิ๊ก คอสโทโล แห่งทวิตเตอร์ พากันใส่และกระฉอกออกมานอกซิลิคอนวัลเลย์ เมื่อมีตาดีไปเห็นเซเลบชื่อดัง โอปราห์ วินฟรีย์, แมตทิว เดวิด แม็กคอนาเฮย์, ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ ไปจนถึงอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ก็เป็นแฟนคลับของ allbirds

บริษัททำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก มีรายได้ปี 2017 ที่ 80 ล้านเหรียญ ปัจจุบันระดมทุนได้ทั้งสิ้นกว่า 77.5 ล้านเหรียญ และเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากว่า 1.4 พันล้านเหรียญ ภายใน 3 ปี กูรูการตลาดบอกว่า ที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มาจากการที่คนยังมองซิลิคอนวัลเลย์ว่าเป็นกลุ่มผู้นำด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ พอ allbirds ฮิตในซิลิคอนวัลเลย์ คนที่ไม่อยากตกขบวนความฮิป ความคูล เลยเห่อตามไปด้วย อีกปัจจัยคือ ความนิยมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สุดท้าย คือ จังหวะเวลาที่เปิดตัวพอเหมาะกับช่วงที่กระแส “athleisure” (athlete+leisure) มาแรง จึงตอบโจทย์ได้พอดิบพอดี

แต่สำหรับทิมแล้ว “ความเรียบง่าย” น่าจะเป็นจุดแข็งที่สุด เพราะเขาคิดว่านวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเป็นการประโคมสิ่งใหม่ ๆ แต่อาจหมายถึง “การปลดเปลื้องสิ่งเก่า ๆ ที่ไม่จำเป็นออกจนกลายเป็นความเรียบง่ายที่ลงตัวก็ได้”

และยังเป็นรายได้มหาศาล หาก “ถูกที่ ถูกเวลา”

Previous articleแห่อิจฉา! หม่ำ จ๊กมก ให้อั่งเปาทองเส้นโตหลานสาว
Next articleผู้ต้องสงสัยเอี่ยววางระเบิดโบสถ์คริสต์ในฟิลิปปินส์มอบตัว