ธปท.ไฟเขียว P2P Lending ศักราชใหม่กู้ง่าย-แหล่งเงินมาก

คอลัมน์ Pawoot.com

โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ในที่สุดแบงก์ชาติก็ออกประกาศอนุญาตให้ประกอบกิจการสินเชื่อระหว่างบุคคลแบบ P2P Lending (peer-to-peer lending ) สินเชื่อออนไลน์ระหว่างบุคคลรูปแบบใหม่ (บุคคลกู้บุคคล) ให้ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นตัวกลางได้หลังประเทศอื่นเขาเปิดไปนานแล้ว

จากนี้จะได้เห็นระบบ หรือ platform ที่เป็นตัวกลางให้คนกู้เงินทางออนไลน์ โดยแหล่งเงินเป็น nonbank ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของการทำให้คนเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายมากขึ้น ที่ผ่านมาหลายบริษัทสนใจทำ P2P Lending เมื่อกฎหมายนี้ออกมาก็เชื่อว่าจะมีผู้สนใจอีกมากเลยทีเดียว

งานนี้ใครที่มี data มาก ๆ และเข้าใจลูกค้าเยอะ ๆ จะมีโอกาสขยายบริการเข้าสู่การปล่อยเงินกู้ทางออนไลน์ได้ไม่ยาก เพราะกฎหมายได้ทลายกำแพงเดิม ๆ ออกไป ทำให้สามารถระดมเงิน จากคนทั่วไปได้สะดวกขึ้น ในเร็ว ๆ นี้จะได้เห็นผู้ให้บริการอย่าง LINE, Grab, traveloka หรือแอปพลิเคชั่นชื่อดังที่มีคนใช้จำนวนมาก เริ่มมีบริการปล่อยกู้ออกมา

ผมมองว่าไม่น่าจะเกินปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าเราจะได้เห็นการแข่งขันมากขึ้น ดอกเบี้ยต่าง ๆ ที่มีจะต่ำลงกว่าเดิมมาก แน่นอนผู้ที่กระทบแรก ๆ คือ ธนาคาร ตามด้วยการปล่อยกู้นอกระบบ เพราะต่อไปช่องทางผ่านแพลตฟอร์มจะง่ายและสะดวกกว่าการทำแคมเปญสำหรับการกู้เงินและการปล่อยเงินจะหลากหลายมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัว (personalize) และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากขึ้น เช่น เงินกู้สำหรับเด็กวัยรุ่น สำหรับพนักงานโรงงาน สำหรับคุณครู หรืออาจเลยไปถึงเงินกู้สำหรับพระ…

ด้วย big data ของพฤติกรรมที่มีความหลากหลายจากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการทั้งหลาย และ AI ที่จะวิเคราะห์ทุกอย่างได้แม่นยำมากขึ้น วิธีการเก็บเงินคืน (collection) ที่มีง่ายและหลากหลายมากขึ้น เช่น รับหรือหักเงินออกจากบัญชีได้ทันที การรับและจ่ายเงินด้วยวิธีใหม่ ๆ เช่น e-Wallet, Cryptocurrency, Point หรือจาก wealth ในรูปแบบอื่น ๆ

การปล่อยเงินกู้ทางออนไลน์ที่ภาครัฐให้ความสำคัญมาก คือ

1.การยืนยันตัวตนทางออนไลน์ (eKYC) เป็นการระบุตัวตนโดยใช้อัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ลายนิ้วมือ และข้อมูล เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือ passport และหากเป็นองค์กรหรือบริษัทจะต้องมีการยืนยันจากกรรมการผู้มีอำนาจ หนังสือรับรองบริษัท เอกสารจากสรรพากรอย่าง ภพ.20

2.การลงนามหรือเซ็น (e-Signature) เอกสาร ในการทำธุรกรรมเพื่อยืนยันว่าเป็นคนนั้น ที่ยืนยันตนเองในข้อ 1 เป็นผู้ที่ลงนามจริง ๆ

ปัญหาข้างต้นต้องทำทางออนไลน์ครับ ซึ่งตอนนี้มี Creden.co บริษัทสตาร์ตอัพของไทยเปิดให้บริการอยู่สิ่งที่ Creden.co ให้บริการ คือ

1. eKYC สามารถยืนยันตัวเองผ่านทางมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ทันทีที่ https://creden.co/ekyc/

2. e-Signature ผ่าน blockchain และ ETDA หน่วยงานของรัฐทำให้เอกสารที่เซ็นผ่านระบบนี้ใช้ในชั้นศาลได้
https://creden.co

และ 3.ทำเครดิตสกอร์ (credit score) ระบบวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือขององค์กร (company credit score) และคะแนนความน่าเชื่อถือของบุคคล (personal credit score) โดยวิเคราะห์จาก big data และ centralize blacklist จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ https://creden.co/creditscore

ทั้งหมดพัฒนาโดยทีมงานคนไทยเพื่อให้คนไทยและองค์กรของไทยได้ใช้ ไม่ต้องไปพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศพัฒนาได้ตามมาตรฐานของภาครัฐและต่างประเทศ ใครสนใจทดลองใช้หรือทดสอบบริการ ติดต่อได้ที่ทางทีมงานของ Creden.co ได้เลยครับ

Previous articleพรุ่งนี้ ราคาน้ำมันลด! ทุกชนิด 0.40 บาทต่อลิตร เว้น E85 ลดลง 0.20 บาทต่อลิตร
Next articleป.ป.ช.ผุดโปรเจ็กต์พิเศษผ่านบทเพลง “ดีกว่านี้” ร้องโดย SY51 ไอดอลกรุ๊ปขวัญใจเยาวชน