ราคาไม่สำคัญเท่า “บริการ” J&T สู่เป้าหมายเบอร์ 1
ด้วยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยที่ยังแรงไม่หยุด จึงมีสารพัดผู้ให้บริการโลจิสติกส์เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “J&T Express” ที่ประเดิมทดลองตลาดมาได้ 1 ปีก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดย “บรูซ หลิว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ลงทุนไปแล้วกว่า 2,500 ล้านบาท สำหรับการวางระบบบริหารจัดการ ศูนย์กระจายสินค้าที่มี 14 แห่งทั่วประเทศ พร้อมจัดส่งแล้ว 928 อำเภอทั่วประเทศ และภายในสิ้นปีนี้จะมีศูนย์กระจายสินค้า 15 แห่ง กับอีก 1,000 จุดให้บริการ พนักงานกว่า 10,000 คน และรถขนส่ง 1,000 คัน
แม้ว่า ณ วันนี้จะมียอดส่งพัสดุในไทยราว 1 แสนชิ้นต่อวัน แต่มั่นใจว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 3 แสนชิ้นต่อวัน และจะสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้เหมือนที่ก้าวเป็นเบอร์ 1 ผู้ให้บริการโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซในอินโดนีเซียภายใน 4 ปี ด้วยยอดขนส่งพัสดุ 2 ล้านชิ้นต่อวัน ด้วยจุดเด่นที่เปิดให้บริการแบบไม่มีวันหยุด
“ในไทย 70% เป็นการส่งแบบ next day แล้ว เราจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะคืนทุนได้ภายใน 5 ปี โดยเชื่อว่ารายได้จากไทยจะขึ้นเบอร์ 2 รองจากอินโดนีเซียได้ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งขณะนี้ในทุกประเทศที่เปิดให้บริการไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ กัมพูชา ล้วนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ J&T จะเป็นผู้ให้บริการขนส่งสำหรับอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
สำหรับ 1 ปี ที่เริ่มเปิดให้บริการในไทยต้องยอมรับว่าคู่แข่งในตลาดมีจำนวนมากและแข็งแรง จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นรวมถึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
“ยิ่งแข่งขันยิ่งทำให้ตลาดเติบโต และได้เรียนรู้กลยุทธ์ของคู่แข่งไปด้วย ซึ่ง J&T พร้อมเพิ่มเงินลงทุนเข้ามาตลอด ส่วนการใช้กลยุทธ์ด้านราคา มองว่าสิ่งสำคัญคือบริการที่ดี ถ้าทำไม่ได้ ราคาก็ไม่มีความหมาย ซึ่งการให้บริการที่ดีเป็นสิ่งที่ท้าทายที่สุด เพราะปัญหาในธุรกิจขนส่งมีอยู่แล้วสำคัญคือต้องรีบแก้และไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่ายทำยาก แต่ต้องพยายาม”