เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ท่ามกลางวาระการหารือระดับโลกของผู้นำเศรษฐกิจและรัฐมนตรีคลังจาก 191 ประเทศ ในงานประชุม IMF–World Bank 2026 อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของการสื่อสารคือ 2 ล่ามพูดพร้อม ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกและได้รับเกียรติให้ปฏิบัติหน้าที่ในงานระดับโลกครั้งนี้
‘ประชาชาติธุรกิจ’ พามาพูดคุยเจาะลึกเบื้องหลังตู้ล่าม กับ อาจารย์ ดร.ณัฐพล ตรีพรชัยศักดิ์ และอาจารย์สยารัตน์ ทองรุจิรัชต์กุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการแปลและล่ามในยุคดิจิทัล (BTi) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถอดบทเรียนการทำงานระดับสากล และมุมมองต่ออนาคตวิชาชีพล่ามในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านมุมมองของสองคณาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็น “เสียงของประเทศไทย” บนเวทีโลก
เมื่อ 1 วินาทีคือความแม่นยำและความรับผิดชอบ
การแปลในการประชุมระดับโลกที่เต็มไปด้วยศัพท์การเงิน นโยบายเชิงลึก และกรอบความคิดทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงการแปลงคำต่อคำ แต่คือกระบวนการคิดและตัดสินใจภายใต้แรงกดดันสูงในเสี้ยววินาที
“ล่ามมักจะเป็นคนที่รู้เกี่ยวกับศาสตร์ที่เราไปแปลน้อยที่สุดเสมอ เราจำเป็นต้อง ‘join the conversation’ ให้ผู้ฟังคำแปลรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนั้น ๆ ให้รู้สึกเป็นธรรมชาติทั้งในด้านความรู้ ภาษา และวัฒนธรรม” ดร.ณัฐพล กล่าว
อาจารย์ ดร.ณัฐพล อธิบายถึงกระบวนการทำงานว่า ต้องอาศัยการฝึกฝนให้สมองสามารถฟัง เข้าใจ และแปลไปพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเตรียมความรู้ด้านคำศัพท์และองค์ความรู้เชิงลึกมาอย่างดี

ในขณะที่ อาจารย์สยารัตน์ ทองรุจิรัชต์กุล เสริมว่า สิ่งสำคัญคือความเข้าใจในกรอบความคิดทางเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงการติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญได้อย่างครบถ้วนและเป็นธรรมชาติ
เมื่อพูดถึงความท้าทายเฉพาะหน้า ทั้งสองอาจารย์ระบุตรงกันว่า ระบบตัวเลขที่มีความแตกต่างกันมากระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมถึงสำเนียงและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมจากผู้เข้าร่วมประชุมถึง 191 ประเทศ ถือเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด เนื่องจากล่ามไม่มีสิทธิ์เลือกสำเนียงของผู้พูด แต่ต้องทำความเข้าใจและถ่ายทอดให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด
ในประเด็นการแปลข้อความที่เปราะบางทางนโยบายหรือเศรษฐกิจการเมืองโลก ล่ามต้องรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความถูกต้องของข้อมูล’ และ ‘อารมณ์หรือนัยทางการเมือง’ ของผู้พูด
“ในวงการแปลและล่ามเราจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับ’ แต่หากมีประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความขัดแย้ง ล่ามต้องพิจารณาเลือกใช้คำที่เป็นกลาง เพื่อถ่ายทอดข้อมูลเท่านั้น และไม่ส่งต่ออารมณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย” อาจารย์สยารัตน์ กล่าว

ถอดรหัสชีพจรเศรษฐกิจโลกผ่านหูฟังของล่าม
ในฐานะผู้ที่ต้องฟังและถ่ายทอดทุกถ้อยคำของผู้นำเศรษฐกิจโลกอย่างจดจ่อ ทั้งสองอาจารย์สะท้อนภาพบรรยากาศและสัญญาณเศรษฐกิจในการประชุมปีนี้ว่า มีการพูดถึงคำว่า Resilience (ความยืดหยุ่น) และ Shock (แรงกระแทก) หลายครั้ง พร้อมกับการเน้นย้ำถึงความพร้อมในการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน
บรรยากาศโดยรวมสะท้อนทั้งความกังวลต่อประเด็นการมาถึงของ AI ความยากจน และความเหลื่อมล้ำ ควบคู่ไปกับการอภิปรายถึงวิธีการแก้ปัญหาและการตอกย้ำพันธกิจการใช้เครื่องมือทางการเงินและการคลังอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้กลุ่มเปราะบางได้รับประโยชน์สูงสุด และร่วมมือกันสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างรอบคอบ
ล่ามมนุษย์ VS AI: ทำไมเวทีระดับโลกยังขาดมนุษย์ไม่ได้ ?
ท่ามกลางการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีการแปลและระบบ Live Caption ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองอาจารย์เห็นตรงกันว่า เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์ แต่ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้ช่วยทรงประสิทธิภาพ‘
“Live Caption ช่วยเพิ่มประโยชน์เมื่อต้องเจอกับคำยากหรือตัวเลขจำนวนมาก แต่ในบางครั้งระบบก็ยังถอดเสียงผิดพลาด มนุษย์จึงต้องใช้สติและวิจารณญาณในการตรวจสอบ เพื่อให้สารที่ถ่ายทอดมีความถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด” อาจารย์สยารัตน์ กล่าว
ด้าน ดร.ณัฐพล เสริมในฐานะผู้ดูแลหลักสูตร BTi ว่า ปัจจุบันสาขาไม่ได้ปิดกั้นการใช้ AI แต่สนับสนุนให้นักศึกษาเรียนรู้การเป็น “เจ้านายของ AI” เช่น การใช้ AI ช่วยสร้างพอดแคสต์จำลองสถานการณ์จากเอกสารอ้างอิงหรือรายงานการประชุมปีก่อน ๆ เพื่อฝึกซ้อมฟังและทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์ แต่การตัดสินใจเรื่องความหมายและการตรวจสอบขั้นสุดท้าย ยังคงเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแล
“เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย AI สุดท้ายแล้วอุตสาหกรรมจะมองหางานล่ามที่มีลายเซ็นเป็นของตนเอง เราต้องแปลให้เก่งแบบล่ามมนุษย์ โดยมี AI เป็นผู้ช่วยอยู่เบื้องหลัง” ดร.ณัฐพล เน้นย้ำ

คุณสมบัติและคำแนะนำสู่เวทีสากล
เมื่อถามถึงคุณสมบัติสำคัญที่สุดของการเป็นล่ามระดับสากล ทั้งสองอาจารย์ระบุว่า การมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และ ความซื่อสัตย์รวมถึงความรับผิดชอบต่อคำแปล คือหัวใจสำคัญ
“การเป็นล่ามไม่ใช่แค่เก่งภาษาอย่างเดียว แต่เราต้องมีความรู้และความเข้าใจในหัวข้อที่เราจะทำล่าม หรือที่เรียกว่า linguistic knowledge และ extra linguistics/domain knowledge” อาจารย์สยารัตน์ กล่าว
“เราต้องตระหนักเสมอว่าสิ่งที่เราแปลอาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ของการประชุม และนำไปสู่ผลกระทบต่อชีวิตคนจริง ๆ เรามีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มคนที่มาจากหลากหลายภาษาและวัฒนธรรม” ดร.ณัฐพล ทิ้งท้าย
ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของคณาจารย์และนักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในการก้าวขึ้นมาเป็น “เสียงของประเทศไทย” บนเวทีระดับโลกอย่างภาคภูมิใจ สำหรับผู้ที่สนใจด้านการแปลและล่าม ซึ่งหลักสูตรสาขาวิชาการแปลและล่ามในยุคดิจิทัล (BTi) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดสอนระดับปริญญาตรี 4 ปีเต็ม