Skip to content

“รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ” ปธ.หอการค้า ชงยูเนสโกยก “ศรีสะเกษ” เมืองดนตรี

20 ม.ค. 2567 | 14:25น.
“รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ” ปธ.หอการค้า ชงยูเนสโกยก “ศรีสะเกษ” เมืองดนตรี
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก มีอำเภอทั้งหมด 22 อำเภอ มีประชากรราว 1.47 ล้านคน มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย และพูดกันหลากหลายภาษา อาทิ ภาษาลาว ภาษากูย ภาษาเยอ มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกมากมาย อาทิ ผาพญากูปรี ผามออีแดง

ล่าสุดได้ถูกประกาศให้ 1 ใน 10 เมืองรองที่รัฐบาลจะผลักดันให้เป็นเมืองหลัก “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ” ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ถึงการผลักดันแผนงานต่าง ๆ และเร่งพัฒนาจังหวัดให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

“รัฐวิทย์” เล่าว่า ที่ผ่านมาจังหวัดศรีสะเกษเป็นเมืองที่มีพื้นฐานโดดเด่นทางด้านการเกษตรและกีฬา ขณะเดียวกันเป็นเมืองที่ติดกับชายแดนฝั่งกัมพูชา ที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าชายแดนเฉลี่ยปีละประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท ปัจจุบันหอการค้าอยากผลักดัน และเจรจาเพื่อขอเปิดจุดผ่านแดนเขาพระวิหาร เพราะจะทำให้การค้าชายแดนขยายตัวเติบโตขึ้น

และคาดการณ์มูลค่าการค้าสามารถเติบโตได้ถึง 3,000 ล้านบาทต่อปี สินค้าที่ส่งผ่านแดนส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มอุปโภค บริโภค อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิง สบู่ ยาสระผม น้ำดื่ม โซดา น้ำมันอัดลม รวมถึงการนำเข้า-ส่งออก มันสำปะหลัง ระหว่างกันซึ่งฤดูกาลมันสำปะหลังของประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาจะต่างกัน

แต่ต่อไปหลังจากรัฐบาลกำหนดให้ศรีสะเกษเป็น 1 ใน 10 เมืองรองที่มีศักยภาพในการผลักดันเป็นเมืองหลัก ทำให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวเริ่มได้ยินชื่อจังหวัดศรีสะเกษมากขึ้น โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางหอการค้าพยายามผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษให้เติบโตขึ้น

สังเกตได้จากอัตลักษณ์ของผ้าพื้นเมือง เช่น ผ้าเบญจสี และปี 2566 ได้มีการประกาศให้ “ผาพญากูปรี” อ.ภูสิงห์ เป็น Unseen ประเทศไทย

รวมถึงมี “ผามออีแดง” ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และ “หาดสุขสำราญ” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดน้ำหยดแรกของจังหวัดศรีสะเกษ เกาะกลางน้ำศรีสะเกษ ที่มีถนนรอบเกาะ 3.7 กิโลเมตร และในเร็ว ๆ นี้จะมีการทำปฏิทินท่องเที่ยว เพื่อโปรโมตให้คนทั่วไปได้รู้จักจังหวัดศรีสะเกษมากยิ่งขึ้น ตอนนี้อยู่ในช่วงการวางแผนร่วมกันกับทางจังหวัด

นอกจากนี้ อยากผลักดันให้ศรีสะเกษเป็นเมืองน่าอยู่คู่สุขภาพ ผสมผสานวัฒนธรรม เนื่องจากมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีการจัดงานอีเวนต์ด้านกีฬา ดนตรี การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “วัด” ที่เป็นแหล่งเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์

ศรีสะเกษ

อย่างไรก็ตาม จังหวัดศรีษะเกษยังมีของดีอีกมากมาย ยกตัวอย่างช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงกลางเดือนกรกฎาคมของทุกปี “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ที่ปลูกมากใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ออกผล ทางจังหวัดจะมีการจัดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ กรอบนอก นุ่มใน หวานละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน

และได้ผ่านการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจองที่พักในพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษค่อนข้างแน่น และมีการนำนักท่องเที่ยวเข้าชมสวนทุเรียน เลือกชิมและเลือกซื้อ ทุเรียนจากสวนได้ด้วย

ปัจจุบันหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษร่วมกำหนดทิศทางแผนการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ โดยเตรียมผลักดันโรดแมปนำเสนอให้องค์การยูเนสโกพิจารณาให้จังหวัดศรีสะเกษเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดศรีสะเกษมีค่ายเพลงที่อยู่ในจังหวัดกว่า 1,000 ค่ายเพลง และเพลงที่เป็นของคนศรีษะเกษ ขึ้นไปอยู่บนแฟลตฟอร์มยูทูบมียอดชมกว่า 1,000 ล้านวิว

เห็นได้จากภาพยนตร์เรื่องสัปเหร่อ แสดงให้เห็นว่าจังหวัดศรีสะเกษมีความโดดเด่นในเรื่องนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยว และทำให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจเดิมได้

ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดศรีสะเกษ (GPP) มีการอัพเดตล่าสุดปี 2564 พบว่า จังหวัดศรีสะเกษมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 78,658 ล้านบาท ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีการขยายตัว 44% มีรายได้ 83,332 บาทต่อคนต่อปี

โดยโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดแบ่งออกเป็น ด้านเกษตร 28% ด้านธุรกิจการค้า 12% ด้านอุตสาหกรรม 10% ด้านการศึกษา 16% ด้านการเงิน 9% การท่องเที่ยว 5% และอื่น ๆ 20%

คาดว่าหลังจากประกาศผลักดันศรีสะเกษจากเมืองท่องเที่ยวรองเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก น่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากเดิมมีจำนวนผู้มาเยี่ยมเยือนปีละ 800,000 คน รายได้จากการท่องเที่ยว 980 ล้านบาท อาจจะมียอดเพิ่มขึ้นถึง 1,800 ล้านบาท ตอนนี้สัดส่วนการท่องเที่ยวยังน้อย แต่ในอนาคตน่าเติบโต และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีก

ด่านสะงำ ส่งออก 300 ล้าน

รายงานข่าวจากกรมศุลกากร แจ้งสถิติการนำเข้าและส่งออก สินค้าบริเวณด่านศุลกากรช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ปีงบประมาณ 2567 ว่า มียอดมูลค่าส่งออกรวม 374,924,900 บาท โดยมีสินค้าส่งออกมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.เครื่องดื่มน้ำผลไม้ มูลค่า 52,913,703 บาท 2.นมถั่วเหลือง มูลค่า 39,395,431 บาท 3.เกลือ มูลค่า 37,299,831 บาท 4.ครีมเทียมข้นหวาน มูลค่า 16,251,030 บาท

5.น้ำอัดลม มูลค่า 16,159,012 บาท 6.เครื่องจักร มูลค่า 13,949,522 บาท 7.เครื่องสูบน้ำ มูลค่า 13,258,211 บาท 8.นมข้นหวาน มูลค่า 13,093,754 บาท 9.น้ำมันปาล์ม มูลค่า 12,225,328 บาท 10.ขนม มูลค่า 11,509,802 บาท และอื่น ๆ มูลค่ารวม 148,869,272 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้านำเข้ามีมูลค่ารวม 197,663,943 บาท สินค้านำเข้า 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มูลค่า 152,700,000 บาท 2.มันสำปะหลัง (หัวมันสด) มูลค่า 20,750,000 บาท 3.น้ำมันยาง มูลค่า 10,430,000 บาท 4.มันสำปะหลัง (สับตากแห้ง) มูลค่า 3,000,000 บาท 5.รถขุด มูลค่า 2,800,000 บาท 6.พริกสด มูลค่า 1,800,000 บาท 7.พริกแห้ง มูลค่า 1,680,000 บาท 8.ชิ้นส่วนเครื่องเกี่ยวข้าวเก่าที่ใช้แล้ว มูลค่า 1,249,500 บาท

และ 9.เครื่องบดถนนล้อเหล็กเก่าที่ใช้แล้ว มูลค่า 960,000 บาท 10.เครื่องบดถนนล้อยางเก่าที่ใช้แล้ว มูลค่า 750,000 บาท และอื่น ๆ มูลค่า 1,544,443 บาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศรีสะเกษ องค์การยูเนสโก