ส่องพอร์ตแบรนด์-สินค้าในมือ ยัสปาล ยักษ์แฟชั่น หลังยื่นไฟลิ่ง เตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทย หวังนำเม็ดเงินหนุนการรุกตลาดอินเตอร์
วันที่ 20 มิถุนายน 2566 นายจรัญ สิงห์สัจจเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือ JPC อธิบายว่า ปัจจุบันบริษัทมี 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจสินค้าแฟชั่น และธุรกิจที่นอน-เครื่องนอน

ทัพแฟชั่น 19 แบรนด์
โดยในธุรกิจสินค้าแฟชั่นมีแบรนด์สินค้าทั้งที่เป็นเจ้าของเอง (Inhouse Brand) และแบรนด์ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่าย และ/หรือ ให้จัดจำหน่าย และ/หรือ ให้ผลิตและเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย และ/หรือ ได้รับสัญญาแฟรนไชส์ และ/หรือ ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Import Brand)
รวมแล้วมีแบรนด์ในมือ 19 แบรนด์ อาทิ Jaspal (ยัสปาล), Misty Mynx (มิสตี้ มิงซ์), CC Double O (ซีซี ดับเบิ้ลโอ), CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์), Lyn (ลิน), Lyn Around (ลิน อะราวนด์), Fred Perry (เฟร็ด เพอร์รี่), Diesel (ดีเซล), Superdry (ซุปเปอร์ดราย) เป็นต้น
คิดเป็นสินค้ากว่า 113,000 SKUs ครอบคลุมตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง และแว่นตา เป็นต้น
ส่วนธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน มีทั้งแบรนด์ที่เป็นเจ้าของเอง และได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ รวม 6 แบรนด์ คือ SANTAS, SANTAS Home, Stevens, Sealy, Tempur และ Ethan Allen รวมมีสินค้ามากกว่า 21,500 SKUs
ด้านช่องทางจำหน่ายนั้น ธุรกิจสินค้าแฟชั่นมีทั้งสาขาและจุดจำหน่ายในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ารวม 462 สาขา ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์บริษัท และแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ต่าง ๆ
สำหรับธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน มีช่องทางจำหน่ายผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ (1) สาขาหน้าร้านและจุดจำหน่ายในศูนย์การค้ามากกว่า 508 แห่ง (2) การขายงานโครงการ และ (3) การส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ
ไฟลิ่ง IPO 156 ล้านหุ้น
นายทินพันธุ์ หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 บมจ.ยัสปาล หรือ JPC ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 156 ล้านหุ้น คิดสัดส่วนไม่เกิน 26% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน แบบคำขออนุญาตและร่างหนังสือชี้ชวนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ